Skip to main content

ตำนานของงราหูอมจันทร์

ตำนานของงราหูอมจันทร์ ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากตำนานความเชื่อของทางฮินดูว่าจันทรุปราคาหรือสุริยุปราคานั้นเกิดขึ้นมาจากราหูที่ได้อมพระอาทิตย์หรือพระจันทร์เข้าไปโดยเรื่องราวทั้งหมดได้เริ่มมาจากฤาษีตนหนึ่งที่มีนามว่า ฤาษีทุรวาส 

โดย ฤาษีทุรวาส ได้เกิดความคับแค้นใจกับพระอินเขาจึงได้ทำการสาปให้เหล่าเทวดาจะต้องพ่ายแพ้ให้กับเหล่ายักษ์ในทุกๆครั้งไปหากมีการสู่รบกันเกิดขึ้นหลังจากที่เหล่าเทวดานี้ได้หาหนทางที่จะเอาชนะยักษ์ไม่ได้จึงได้เกิดพิธีกรรมกวนเกษียณสมุทรขึ้นตามคำแนะนำของพระนรายณ์

ซึ่งจะได้นำเอาน้ำอัมฤทธิ์ขึ้นมาดื่มกินเพราะเมื่อดื่นน้ำอัมฤทธิ์แล้วก็จะทำให้มีกำลังแข็งแรงแล้วก็มีชีวิตเป็นอมตะนั่นเองและในการทำพิธีกวนเกษียณสมุทรในครั้งนี้เหล่าเทวดาจะไม่สามารถทำได้โดยลำพัง

นอกจากนี้จึงจะต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่างเทวดากับยักษ์

โดยที่เหล่าพวกเทวดาได้ออกอุบายว่าจะแบ่งน้ำอัมฤทธิ์ให้แก่เหล่ายักษ์ได้ดื่มกินอีกด้วยเมื่อเหล่าบรรดายักษ์ได้ยินกันแบบนั้นแล้วจึงได้พักรบกันในชั่วคราวและมาร่วมกันทำพิธีกวนเกษียณสมุทรนั่นเอง

ดังนั้นในเรื่องราวของกากสนเกษียณสมุทรนี้มันมีค่อนข้างที่ยาวและมีความละเอียดอยู่พอเริ่มกวนเกษียณสมุทรกันได้ที่แล้วจึงได้บังเกิดศักดิ์สิ่งสิทธิ์ก็ค่อยๆผุดขึ้นมาจากเกียณสมุทรจะผุดขึ้นมาทีละชิ้นๆจนกระทั่งได้มาถึงของวิเศษชิ้นสุดท้ายนั่นก็คือหม้อน้ำทิพย์อัมฤทธิ์นั่นเอง

เมื่อหม้อน้ำทิพย์อัมฤทธิ์ได้ผุดขึ้นมานั้นเหล่าเทวดาและก็ยักษ์ต่างก็ได้แย้งชิงน้ำอัมฤทธิ์กันอย่าวุ่นวายจากนั้นพระนารายณ์จึงได้แปลกายเป็นนางอัปสรเพ่อที่จะหลอกล่อให้เหล่าพวกยักษ์ต่างก็ได้พากันหลุ่มหลงและจะเปิดโอกาศให้เหล่าเทวดาได้ดื่มน้ำอัมฤทธิ์ก่อนนั่นเอง

เนื่องจากนี้ก็ได้มียักษ์ตนหนึ่งที่ไม่หลงกลนั่นก็คือ ราหู นั่นเองโดยราหู ไม่ได้หลงกลของพระนารายณ์จึงได้แปลกายตนเอง  ตำนานของงราหูอมจันทร์  ให้เป็นเทวดาและได้เข้าปะปนมาดื่นกินน้ำอัมฤทธิ์กับเหล่าเทวดาด้วยแต่ทว่าพระอาทิตย์กับพระจันทร์กับจำราหูได้พระอาทิตย์และพระจันทร์จึงได้ไปกราบทูลพระนารายณ์ให้ทราบ

ซึ่งพระนารายณ์ได้ทราบพอพระนารายณ์เห็นว่าราหูเข้ามาปะปนแอบกินน้ำอัมฤทธิ์กับเหล่าเทวดาพระนารายยณ์จึงได้ขว้างจักรไปตัดราหูขาดเป้นสองท่อนแต่ทว่าช้าไปนิดเดียวเพราะว่าราหูท่านได้ดื่มกินน้ำอัมฤทธิ์เข้าไปก่อนหน้านี้แล้ว

ดังนั้นราหูจึงไม่ตายเพราะว่าท่านได้กลายมาเป็นอมตะไปแล้วแต่ด้วยความที่ว่าราหูนั้นได้ถูกตัดออกไปเป็นสองท่อนราหูจึงรู้สึกโกรธแค้นพระจันทร์แล้วก็พระอาทิตย์มากที่ทำให้ตนนั้นได้ถูกพระนารายณ์ลงโทษนับตั้งแต่นั้นมาราหูจึงได้ไล่จับพระจันทร์แล้วก็พระอาทิตย์มากลืนกินด้วยความแค้นจนกลายมาเป็นตำนานของงราหูอมจันทร์

 

สนับสนุนโดย.  ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

ประวัติ  Tower of London

       ประวัติ  Tower of London    ที่นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากในประเทศอังกฤษสถานที่แห่งนี้นั้นเป็นสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่มาอย่างยาวนานอายุหลายร้อยปี  โดยตัวปราสาทนั้นมีลักษณะคล้ายกับตัวหอคอยซึ่งตอนที่มีการสร้างขึ้นมานั้นจุดประสงค์ของการสร้างปราสาทแห่งนี้ก็เพื่อสร้างเป็นหอคอยเพื่อให้กษัตริย์วิลเลี่ยมได้อยู่อาศัย

  เนื่องจากว่าในช่วงที่มีการสร้างปราสาทแห่งนี้นั้นเป็นช่วงที่กษัตริย์วิลเลี่ยมนั้นได้มีการสถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษขึ้นเพราะว่าได้มีการ สู้รบกับข้าศึกจนถูกขนานนามว่าวิลเลี่ยมผู้พิชิต  ซึ่งในยุคดังกล่าวนั้นเป็นยุคแห่งนอร์มังดีเกิดขึ้นในช่วงปีค.ศ 1066 

         แต่เดิมที่นี่ไม่ใช่เป็นพระราชวังหรือประสาทแต่เป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ที่เอาไว้ป้องกันข้าศึกไม่ให้เข้ามาโจมตีได้แต่เนื่องจากว่ากษัตริย์วิลเลียมเห็นว่าสามารถที่จะดัดแปลงให้เป็นประสาทที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ได้ดังนั้นพระองค์จึงได้มีการเลือกสถานที่แห่งนี้ในการดัดแปลงและสร้างเป็นกระแสเอาไว้ให้ตนเอง

อยู่อาศัยเนื่องจากว่าสถานที่บริเวณโดยรอบนั้นมีความสวยงามเพราะอยู่ใกล้กับแม่น้ำทำที่สำคัญอย่างยิ่งในการที่จะป้องกันไม่ให้ศัตรูเข้ามาภายในประสาทได้และยังมีจุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่สามารถจะทำให้สังเกตได้ว่าศัตรูจะมาจากช่องทางไหน

        เจ้าชายวิลเลี่ยมได้ส่งให้ก่อสร้างปราสาทแห่งนี้เป็นอาคารขนาดใหญ่โดยใช้หินในการก่อสร้างทั้งหมดนอกจากนี้ยังได้มีการสั่งให้มีการขุดคลองให้ล้อมตัวรอบปราสาทเพื่อไม่ให้ข้าศึกหรือศัตรูบุกเข้าไปภายในตัวประสาทได้ง่าย  ซึ่งถือว่าเป็นป้อมปราการทางธรรมชาติและเป็นอุปสรรคที่เวลาศัตรูบุกเข้ามาจะเข้ามาในตัวประสาทได้ยากมากขึ้น

          หลังจากที่มีการก่อสร้าง Tower of London เสร็จเรียบร้อยแล้วทำให้ที่นี่นั้นแลดูสวยงามขึ้นเนื่องจากตอนที่ก่อสร้างนั้นใช้หินสีขาวทั้งหมดในการต่อเติมป้อมปราการแห่งนี้ เมื่อสร้างเสร็จจึ่งได้ปราสาทสีขาวทั้งหลาย โดยหลายคนเรียกทีนี่ว่า White Tower ซึ่งมีทั้งความสวยงามและความปลอดภัยสูง

        อย่างไรก็ตามหลังจากที่หมดยุคของกษัตริย์วิลเลี่ยมแล้วการปกครองของราชวงศ์ในประเทศอังกฤษเริ่มมีปัญหาประชาชนกับราชวงศ์เริ่มมีเรื่องขัดแย้งกันทำให้สถานที่แห่งนี้เปลี่ยนเป็นสถานที่ที่อยู่อาศัยของกษัตริย์อังกฤษกลายมาเป็นสถานที่คุมนักโทษแทนซึ่งนักโทษที่จะถูกขังอยู่ในสถานที่แห่งนี้นั้นจะต้องเป็นนักโทษที่อยู่ในชนชั้นสูงและเป็นนักโทษที่รอการประหารเช่นพระมเหสีของพระเจ้าวิลเลียมที่ 8 หรือแม้แต่เจ้าชายริชาร์ดในยุคเดี๋ยวรวมถึงเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดที่ 5 ของอังกฤษเป็นต้น 

   ภายหลังต่อมาที่นี่จึงถูกดัดแปลงให้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวนั่นเอง 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet ฝากเงิน ออโต้

ประวัติความเป็นมาของ  House of Parliament อาคารรัฐสภาแห่งอังกฤษ

        ผู้คนส่วนใหญ่ที่เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศอังกฤษและได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวที่ House of Parliament ต่างก็รู้กันดีว่าที่นี่นั่นคือสถานที่ที่เอาไว้เป็นที่ทำงานของเหล่าบรรดาเจ้าหน้าที่ของรัฐสภาซึ่งมีตั้งแต่นายกรัฐมนตรีไปจนถึงข้าราชการระดับอื่นๆอย่างเช่นสว.  เพียงแต่ว่าสถานที่แห่งนี้นั้นเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยว ได้เข้าไปชมความสวยงาม  House of Parliament อาคารรัฐสภาแห่งอังกฤษ ภายในได้ในช่วงที่เหล่าบรรดานายกรัฐมนตรีไม่ได้ทำงานได้ก็คือในช่วงวันหยุดวันเสาร์นั่นเอง

         แต่คงไม่มีใครรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วก่อนที่นี่จะกลายมาเป็นอาคารรัฐสภาของอังกฤษนั้นที่นี่เคยเป็นพระราชวังมาก่อน ดังนั้นสถานที่ทำงานของนายกรัฐมนตรีจึงมีความสวยงามราวกับทำงานอยู่ในปราสาทราชวังนั่นเองอาจกล่าวได้ว่าอาคารรัฐสภาแห่งนี้มีความงดงามมากกว่าพระราชวังบางแห่งด้วยซ้ำไป  House of Parliament อาคารรัฐสภาแห่งอังกฤษ  ซึ่งแต่เดิมว่ากันว่าที่นี่นั้นคือพระราชวัง  Westminster และเคยมีพวกเชื้อพระวงศ์เคยอาศัยอยู่ที่พระราชวังแห่งนี้มาก่อนซึ่งเป็นช่วงประมาณศตวรรษที่ 11

          อย่างไรก็ตามพระราชวังแห่งนี้ถูกส่งต่อให้กลายมาเป็นสถานที่ทำงานของคณะรัฐมนตรีสาเหตุ หลักและเป็นสาเหตุที่สำคัญมากที่สุดก็คือในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1512 พระราชวังแห่งนี้เคยเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้พระราชวังขึ้นซึ่งได้รับความเสียหายหนักมากและต้องใช้ระยะเวลาในการบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่เพื่อให้กลับมาสวยงามดังเดิมทำให้เชื้อพระวงศ์ที่เคยอาศัยอยู่ในพระราชวังแห่งนี้ตัดสินใจที่จะย้ายไปอยู่ที่พระราชวังอื่นแทนแล้วปล่อยให้พระราชวังแห่งนี้กลายเป็นอาคารสำหรับให้เหล่าบรรดานายกรัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูงมาใช้ในการประชุมปรึกษาหารือกัน 

            ดังนั้นนี่คือสาเหตุที่สำคัญอย่างยิ่งที่พระราชวังแห่งนี้ถูกเปลี่ยนมาเป็นสถานที่ทำงานของรัฐสภาและเหล่านายกรัฐมนตรีนั้นเองอย่างไรก็ตามในช่วงประมาณปีค.ศ 1834   ก็เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ขึ้นอีกครั้งหนึ่งและครั้งที่ 2 นี้ก็สร้างความเสียหายไม่แพ้ครั้งแรกเช่นเดียวกันซึ่งก็ต้องใช้ระยะเวลาในการบูรณะซ่อมแซมใหม่อีกครั้งหนึ่งเหมือนกันดังนั้นจากเดิมที่เคยเรียกสถานที่แห่งนี้ว่าเป็นพระราชวัง  Westminster จึงได้มีการตั้งชื่อขึ้นมาใหม่โดยเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า  House of Parliament  แทน  

           อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่าเกิดเหตุไฟไหม้ถึง 2 ครั้งทำให้พระราชวังนั้นได้รับความเสียหายทราบที่ยังคงหลงเหลือและไม่ถูกไฟไหม้นั้นจึงมีเพียงแค่ Westminster Hall เพียงเท่านั้น ทำให้ที่นี่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกันส่วนแรกก็คือส่วนที่เคยเป็นพระราชวังเดิมมาก่อนกับส่วนใหม่ที่มีการบูรณะก่อสร้างขึ้นมาใหม่หลังจากที่เกิดไฟไหม้นั่นเอง

   ปัจจุบันอาคารรัฐสภาแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ให้ข้าราชการทำงานเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเที่ยวชมความสวยงามของตัวอาคารนี้ด้วย ซึ่งหากนักท่องเที่ยวคนไหนเดินทางไปเที่ยวที่อาคารรัฐสภาสามารถแวะชมความสวยงามของหอนาฬิกาบิ๊กเบนได้เพราะอยู่ใกล้กันมากทีเดียว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  sa gaming ขั้นต่ำ 5 บาท

ตำนานประตูที่ไม่มีคนกล้าเปิดที่วัดปัทมานภัสวานีมณเฑียร หรือว่าวัดทองคำ ของประเทศอินเดีย 

          วัดปัทมานภัสวานีมณเฑียร  ว่ากันว่าที่ทางตอนใต้ของประเทศอินเดียนั้นมีวัดแห่งหนึ่งซึ่งเชื่อกันว่าเป็นวัดที่มีความร่ำรวยมากที่สุดในโลกโดยใช้ชื่อว่าวัดทองคำ  หรือชื่อเต็มก็คือวัดปัทมานภัสวานีมณเฑียร ตั้งอยู่ในรัฐเกรละ ว่ากันว่าลักษณะของโตวัดนั้นก็คล้ายๆกับวัดไทยหรือหากเทียบวัดในประเทศไทยก็เหมือนกับวัดแขกที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯนั้นเองแต่ความแตกต่างของวัดทองคำนั้นก็คือถูกสร้างขึ้นมาจากทองคำแท้ทั้งหมด 100% ทำให้เวลามองไปที่วัดดังกล่าวนั้นจะเห็นสิ่งก่อสร้างต่างๆภายในวัดนั้นเป็นสีทองเหลืองอร่ามทั้งหมด 

        สำหรับประวัติวัดทองคำแห่งนี้ว่าใครเป็นคนที่สร้างวัดดังกล่าวขึ้นมาหรือสร้างขึ้นมาในช่วงทศวรรษที่เท่าไหร่กษัตริย์องค์ไหนเป็นคนสร้างนั้นไม่สามารถที่จะทำการตรวจสอบได้และไม่มีหลักฐานยืนยันได้เลย แต่ก็มีการเชื่อกันว่าวัดทองคำแห่งนี้มีความเก่าแก่เป็นอย่างมากโดยมีการเชื่อกันว่าน่าจะถูกสร้างมาตั้งแต่เริ่มต้นของศาสนาฮินดูเลยก็ว่าได้ 

         สำหรับเรื่องราวอาถรรพ์ของวัดทองคำนั้นว่ากันว่า  ภายใต้ฐานวัดทองคำนั้นจะมีประตูอยู่ด้วยกันทั้งหมด 6 บานโดยประตูแต่ละบานนั้นจะมีการเก็บทรัพย์สมบัติมูลค่ามหาศาลเอาไว้มากมาย และด้วยความเชื่อว่าภายใต้หลังประตูทั้ง 6 วันนี้มีทรัพย์สมบัติเยอะมากจึงทำให้มีคนเชื่อเป็นจำนวนมากและผู้คนต่างก็พากันเดินทางมาที่วัดทองคำเพราะต้องการที่จะเปิดประตูบานดังกล่าวและนำทรัพย์สมบัติไปนั่นเอง 

          ว่ากันว่าเวลาต่อมานั้นประตู ทั้ง 6 บานมีบางบานที่ถูกเปิดออกมา และมีการเล่าลือกันว่าประตูบ้านที่ถูกเปิดออกมานั้นเมื่อเปิดดูก็จะเห็นทรัพย์สมบัติที่มีมากมายมหาศาลไม่ว่าจะเป็นพวกทองคำต่างๆรวมถึงวัตถุโบราณต่างๆก็อยู่ภายใต้หลังประตูบานนั้นด้วย ว่ากันว่าประตูทั้ง 6 บานนั้นถูกเปิดไปแล้ว 5 บานแต่มีเหลือ 1 บานที่นักโบราณคดีนั้นไม่สามารถที่จะหาวิธีเปิดประตูบ้านดังกล่าวได้

       ซึ่งประตูบานดังกล่าวนั้นถูกสร้างมาจากเหล็กกล้า และที่ตัวประตูนั้นมีความสูงเป็นอย่างมากที่สำคัญที่ประตูไม่มีที่จะสามารถจับหรือไม่มีรูที่จะไขกุญแจต่างๆได้เลย แต่มีการสร้างเอาไว้สวยงามมาก มีการประดับด้วยงูขนาดใหญ่ อยู่สองตัว ว่ากันว่าประตูบ้านดังกล่าวนั้นหากเปิดไม่ถูกวิธีก็จะทำให้เกิดอาเพศเกิดขึ้นส่วนการที่จะเปิดประตูบ้านดังกล่าวได้นั้นก็ต้องมีพิธีกรรมมากมายหลายอย่าง และไม่มีใครที่จะทำพิธีเปิดประตูนี้ได้เลย 

เคล็ดลับการวาดภาพให้ออกมาแลดูสวยงาม

         สำหรับการวาดภาพหากต้องการให้สวยงามนั้นศิลปินที่ชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องของการวาดภาพมักจะมีเคล็ดลับเป็นของตนเองพี่จะส่งผลทำให้ภาพของพวกเขานั้นออกมาแลดูสวยงามและเหมือนกับของจริงคนบางคนนั้นไม่สามารถแยกออกได้เลยว่านี่คือรูปภาพหรือนี่คือของจริงซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึง เคล็ดลับการวาดภาพ ว่าเราบรรดาศิลปินที่เป็นช่างภาพทั้งหลายนั้นเขามีเคล็ดลับอย่างไรบ้างในการวาดภาพ 

        เคล็ดลับการวาดภาพ สำหรับคนที่ชื่นชอบการวาดภาพนั้นโดยปกติแล้วจะไม่ได้สามารถวาดได้ตลอดเวลาแต่จะต้องหาแรงบันดาลใจถึงจะสามารถวาดภาพออกมาได้ให้มีความสวยงามและความเหมือนจริง

              ซึ่งแน่นอนว่าวิธีการหาแรงบันดาลใจนั้นศิลปินที่วาดภาพส่วนใหญ่มักจะออกไปผจญกับโลกกว้างไปดูทิวทัศน์ View ที่เป็นของจริงซึ่งมันสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับเหล่าศิลปินได้หลังจากนั้นเมื่อเกิดอารมณ์อยากวาดรูปขึ้นมาก็ให้เตรียมอุปกรณ์สำหรับวาดรูป

            ซึ่งปกติแล้วบรรดาศิลปินทั้งหลายหากต้องการที่จะไปหาแรงบันดาลใจในการวาดรูปแล้วพวกเขาจะต้องมีการพกอุปกรณ์ต่างๆเหล่านั้นไปด้วยไม่ว่าจะเป็นสมุดสเก็ตภาพหรือแม้แต่ดินสอยางลบซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักสำคัญในการวาดรูปนั้นเองอย่างไรก็ตามการวาดรูปนั้นควรจะอยู่ในอารมณ์ที่มีความสุขและอยู่ในอารมณ์ที่ต้องการที่จะวาดรูป

          เพราะถ้าหากคุณอยู่ในอารมณ์ที่มีแต่ความเครียดความเบื่อหน่ายรูปที่คุณวาดออกมานั้นจะไม่สวยงามอย่างแน่นอนนอกจากนี้อุปกรณ์ในการใช้สำหรับในการวาดรูปไม่ว่าจะเป็นกระดาษหรือแม้แต่ดินสอยางลบนั้นควรจะใช้ของที่มีคุณภาพเพื่อที่จะได้ทำให้ภาพของคนนั้นวาดออกมาแล้วดูสวยงามสามารถแรงเงาและมีการปรับแสงของรูปภาพได้นั่นเอง

             ในระหว่างที่มีการวาดรูปภาพนั้นคุณไม่ควรเครียดจนเกินไปถ้าหากรูปที่คุณวาดนั้นอาจจะออกมาไม่ตรงกับใจที่คุณต้องการก็ให้คุณนั้นทำการปล่อยวาง แล้วถ้าหากรูปที่คุณวาดนั้นเกิดความผิดพลาดว่าเราไม่สวยไม่เหมือนกับของจริงคุณก็เพียงแค่ทำการแก้ไขค่อยๆใส่ใจในการวาดรูป 

       เพราะการวาดรูปนั้นต้องใช้ระยะเวลาและความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมากเลยทีเดียวซึ่งถ้าใครเป็นมือใหม่ที่เพิ่งหัดวาดรูปและยังไม่ชำนาญคุณสามารถลงเรียนเกี่ยวกับเรื่องของการวาดรูปโดยเฉพาะได้เพราะคุณครูซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องของการวาดรูปนั้นจะมีเคล็ดลับและเทคนิคต่างๆคอยแนะนำให้คุณนั้นวาดรูปได้ดีขึ้นและพัฒนาได้เร็วขึ้นนั้นเอง 

    และที่สำคัญอีกอย่างของการวาดรูปก็คือ ควรหาสถานที่สำหรับวาดรูปที่เงียบสงบ บรรยากาศดีดี จะช่วยให้รูปที่วาดออกมานั้นดูดีมากทีเดียว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.  gclub สมัครสมาชิก

ตำนานดอกกุหลาบของประเทศไทย

     ดอกกุหลาบของประเทศไทย ตำนานกล่าวถึงเทวดาและนางฟ้าที่อยู่บนสรวงสวรรค์ซึ่งมีนางฟ้าองค์หนึ่งเธอมีความสวยงามเป็นที่เลื่องลือบนแดนสวรรค์เป็นอย่างมากเรียกได้ว่าสวยเป็นอันดับ 1 ของนางฟ้าทั้งหมดเลยก็ว่าได้ชื่อว่านางมัทนา  และบนสรวงสวรรค์นั้นเองก็มีเหล่าเทวดาและเทพบุตรหลายองค์ซึ่งต่างก็พากันตกหลุมรักนางมัทนาเนื่องจากความงามของเธอแต่มีเทพพระบุตรองค์หนึ่งที่ชื่อว่าสุเทษณะ

          เขาหลงใหลในความงดงามของเธอเป็นอย่างมากพยายามร้องขอความรักจากเธอแต่นางมัทนาก็ไม่สนใจจนในที่สุด สุเทษณะเกิดความไม่พอใจจึงอยากให้นางมัทนาได้ลองมาใช้ชีวิตของคนที่มีความรักดูบ้างว่าหากถูกปฏิเสธความรักจะมีความรู้สึกอย่างไร ซึ่งเขาต้องการให้นางมัทนารู้จักกับความรัก           

          โดยเขาได้มีการสาปให้นางมัทนานั้นลงไปเกิดที่โลกมนุษย์โดยให้เกิดเป็นดอกไม้ซึ่งมีลักษณะรูปร่างหน้าตาเหมือนดอกกุหลาบและนางมัทนาจะสามารถกลับขึ้นมาบนสวรรค์ได้ก็ต่อเมื่อนางมัทนามีความรักอย่างแท้จริง 

         ดอกกุหลาบของประเทศไทย  และเมื่อนางมัทนาลงมาเกิดยังโลกมนุษย์กลายเป็นดอกไม้ป่าซึ่งส่งกลิ่นหอมก็ทำให้มีฤาษีตนหนึ่งได้นำต้นของนางมัทนานั้นไปปลูกใกล้กับผสมของตนเองและฤาษีตอนนี้ก็สามารถมองเห็นได้ว่านางมัทนาแท้ที่จริงแล้วคือนางฟ้าที่ลงมายังโลกมนุษย์และในคืนพระจันทร์เต็มดวงนางมัทนาจะสามารถแปลงร่างเป็นคนได้ซึ่งเธอก็มักจะแปลงร่างเป็นมนุษย์มาคอยปรนนิบัติพระฤาษีในทุกๆวันพระจันทร์เต็มดวงนั้นเอง

       อยู่มาวันหนึ่งได้มีกษัตริย์องค์หนึ่งเดินทางมาล่าสัตว์ในป่าและได้มากราบไหว้พระฤาษี

โดยอาศัยนอนกับพระฤาษีอยู่คืนหนึ่งและในคืนดังกล่าวนั้นเองตรงกับวันพระจันทร์เต็มดวงทำให้กษัตริย์องค์ดังกล่าวนั้นได้เห็นนางมัทนาและเกิดตกหลุมรักจึงได้พานางมัทนานั้น ไปอยู่ในเมืองของตนเองแต่เนื่องจากว่ากษัตริย์องค์นี้มีภรรยาอยู่แล้วเมื่อได้พานางมัทนาไปอยู่ทำให้ภรรยาที่เป็นพระราชินีเกิดความไม่พอใจจึงได้ใส่ร้ายนางมัทนาว่ามีชู้กับองครักษ์และกษัตริย์องค์ดังกล่าวก็เกิดเชื่อจึงได้มีการสั่งประหารชีวิตนางมัทนาและองครักษ์

         แต่ทั้งคู่ได้หลบหนีซึ่งนางมัทนาได้กลับมาที่อาศรม ของฤาษีอีกครั้งหนึ่ง  หลังจากนั้น สุเทษณะ ก็ได้ลงมาเพื่อจะพานางมัทนาขึ้นไปยังสรวงสวรรค์และต้องการให้นางมัทนานั้นๆของตนเองแต่นางมัทนายืนยันว่าเธอนั้นไม่ได้รักสุเทษณะ ทำให้เขาโกรธเป็นอย่างมากเป็นสาเหตุให้เธอนั้นกลายเป็นดอกไม้อยู่ในโลกมนุษย์นับจากนั้นเป็นต้นมา

      และภายหลังกษัตริย์องค์ดังกล่าวนั้นได้รู้ความจริงว่านางมัทนาถูกใส่ร้ายแต่ก็สายเกินไปเสียแล้วเพราะนางมัทนาได้กลายเป็นดอกกุหลาบและไม่สามารถกลายร่างเป็นคนได้อีกต่อไป 

 

 

สนับสนุนโดย.  gclub ฝาก ขั้นต่ำ 20

ประวัติการก่อสร้างตึกสาทรทาวเวอร์   ตึกร้างที่ดังที่สุดในกรุงเทพฯ 

           หากพูดถึงตึกร้างที่ ถนนสาทรเชื่อว่าหลายคนย่อมรู้จักกันเป็นอย่างดีเนื่องจากตึกแห่งนี้เป็นตึกที่ใหญ่ที่สุดในเขตบริเวณพื้นที่สาทรเลยก็ว่าได้และมีการปล่อยให้รกร้างว่างเปล่ามาหลาย 10 ปีแล้ว การก่อสร้างตึกสาทรทาวเวอร์ ที่สำคัญตึกร้างแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังมากแม้แต่ชาวต่างชาติก็ยังรู้จักตึกร้างแห่งนี้กันเป็นอย่างดีแต่ในความรู้จักนั้นพวกเขารู้จักตึกร้างแห่งนี้มาจากเรื่องราว หวาดเสียว และน่ากลัวมาจากเหตุการณ์การก่อเหตุฆาตกรรมรวมถึงประวัติเรื่องราวอาถรรพ์ต่างๆ 

          อย่างไรก็ตามเรื่องราวอาถรรพ์ต่างๆนั้นอันที่จริงก็ไม่สามารถหาข้อพิสูจน์ได้ว่าที่จริงแล้วตึกร้างแห่งนี้เกิดขึ้นเพียงเพราะจากความอาถรรพ์ที่มีการเล่าลือกันหรือเปล่าเท่านั้นในปัจจุบันนี้ตึกร้างนี้ยังคงตั้งอยู่ในเขตพื้นที่สาทรและมีการก่อสร้างอยู่ตรงริมแม่น้ำเจ้าพระยายังไม่มีนายทุนคนไหนที่จะมาก่อสร้างตึกนี้ต่ออย่างไรก็ตามวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องราวประวัติการก่อสร้างตึกร้างดังกล่าวนี้ว่ามีความเป็นมาอย่างไรทำไมท้ายที่สุดแล้วฝึกแห่งนี้ที่มีความสวยงามอยู่ในเขตทำเลดีถึงยังคงกลายเป็นตึกร้างจนถึงปัจจุบัน

 

สำหรับเรื่องราวของการก่อตั้งพื้นที่ดังกล่าวนั้นเริ่มมีการก่อสร้างตึกแห่งนี้ตั้งแต่ปีพศ 2533

         ซึ่งในขณะนั้นเจ้าของที่มีการลงทุนก่อสร้างตึกแห่งนี้มีการคาดหวังว่าจะทำให้บริเวณตรงนี้เป็นพื้นที่ที่มีชื่อเสียงและเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทยและเป็นตึกที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามการก่อสร้างเริ่มดำเนินไปผ่านไปเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้นก็เกิดปัญหาเมื่อเจ้าของโครงการถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดำเนินคดีในข้อหาจ้างวานฆ่าทำให้โครงการต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากว่าหลังจากที่เจ้าของโครงการได้ถูกตั้งข้อหาก็ไม่มีธนาคารไหนที่จะปล่อยเงินกู้ให้กับเจ้าของโครงการนำมาสร้างตึกได้อีกเลย

 

หลังจากนั้นผ่านมาช่วงประมาณปี 2,500 37 ปัญหาเกี่ยวกับคดีความของเจ้าของโครงการ

         การก่อสร้างตึกสาทรทาวเวอร์ ก็เสร็จสิ้นแต่หลังจากนั้นก็ยังต้องประสบปัญหาว่าความน่าเชื่อถือของเจ้าของโครงการนั้นหมดสิ้นหลังจากที่มีคดีความเกิดขึ้นทำให้เขาไม่สามารถไปกู้เงินกับธนาคารต่างๆได้จนประสบปัญหาอย่างหนักจำเป็นต้องหยุดกันก่อสร้างอาคารหลังดังกล่าวไประยะเวลาหนึ่งซึ่งต่อมาก็สามารถที่จะติดต่อธนาคารเพื่อทำเรื่องขอกู้เงินมาทำการก่อสร้างตึกดังกล่าวได้อีกครั้งหนึ่ง

 

แต่ก็มาประสบปัญหาอีกรอบหนึ่งในช่วงประมาณปีพ.ศ 2540

         ซึ่งเป็นวิกฤตหนักของรัฐบาลในครั้งนั้นเป็นอย่างมากโดยวิกฤตในครั้งนั้นเกิดจากปัญหาสภาวะเศรษฐกิจรัฐบาลได้มีการประกาศค่าลอยตัวของเงินทำให้เศรษฐกิจของไทยในช่วงเวลานั้นเจ้าของธุรกิจและธนาคารประสบปัญหาขาดทุนในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นมีธนาคารและบริษัทไฟแนนซ์รวมกันมากกว่า 58 แห่งจำเป็นต้องปิดกิจการลงและยังมีโครงการต่างๆอีกกว่า 300 โครงการที่ต้องหยุดชะงักและปิดกิจการลงเรียกได้ว่าในวิกฤตในครั้งนั้นคนรวยกลายมาเป็นคนจนในชั่วพริบตาเดียว

          และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาตึกสาทรแห่งนี้ก็ไม่สามารถที่จะกลับมาก่อสร้างได้อีกเลยเนื่องจากว่าเจ้าของโครงการนั้นเกิดวิกฤตอย่างหนักและถึงแม้ว่าการก่อสร้างจะสำเร็จลุล่วงได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์แล้วแต่ก็ยังไม่สามารถนำเงินส่วนที่เหลือมาทำการก่อสร้างได้หลังจากนั้นก็มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการเกิดเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นรวมถึงการเล่าลือกันปากต่อปากจากคนในชุมชนเกี่ยวกับอาถรรพ์ของตึกดังกล่าวทำให้ท้ายที่สุดแล้วตึกดังกล่าวนั้นก็ไม่มีการสานต่อที่จะสร้างให้แล้วเสร็จเนื่องจากว่าเมื่อมีการประกาศ เกี่ยวกับเรื่องของการขายห้องภายในตึกดังกล่าวนั้นกับไม่มีใครกล้าพอที่จะมาเช่าซื้อตึกดังกล่าวเลยจึงทำให้ท้ายที่สุดแล้วเจ้าของโครงการก็ยุติการก่อสร้างตึกหลังดังกล่าวลงอย่างสิ้นเชิงจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการสานต่อในการก่อสร้างตึกดังกล่าวนั้นเอง

 

สนับสนุนโดย    ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

ตำนานบ้านยุ้งทะลาย  ที่อำเภออู่ทองจังหวัดสุพรรณบุรี

        สำหรับจังหวัดสุพรรณบุรีนั้นเรียกได้ว่าเป็นแหล่งของตำนานต่างๆมากมายกันเลยทีเดียว  ซึ่ง ตำนานบ้านยุ้งทะลาย ที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้นั้นเป็นตำนานที่มีชาวบ้านเล่าขานกันในอำเภออู่ทองถึงบ้านยุ้งทะลายซึ่งปัจจุบันก็คือชื่อหมู่บ้านหมู่บ้านหนึ่งในอำเภออู่ทองนั่นเอง

        ตำนานบ้านยุ้งทะลาย นั้นมีการพูดถึงชายแก่คนหนึ่งแกมีชื่อว่าตาทอง  หรือบางคนก็เรียกแกว่าขุนพุดาด  เนื่องจากว่าตาทองนั้นที่บ้านมีฐานะร่ำรวยมากและเป็นคนมียศฐาบรรดาศักดิ์ที่สำคัญเป็นคนที่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของแร่ธาตุต่างๆ   โดยตาทองนั้นจะมีบ่ได้เป็นของตนเองซึ่งในทุกๆวันนั้นตาทองจะต้องออกจากบ้านแต่เช้าตรู่เพื่อไปที่บ่อแร่ของเขา

           หลังจากนั้นก็จะกลับมาที่วัดและพอช่วงเวลาเย็นก็จะเดินทางกลับบ้านดึกทุกวันที่กลับบ้านในช่วงตอนเย็นนั้นตาทองจะได้ถือถุงมาด้วย 4 ถุงด้วยกันซึ่งถุงทั้ง 4 ถุงนั้นจะเป็นทรัพย์สินเงินทองนั่นเอง โดยตาทองจะทำแบบนี้ทุกวันเป็นประจำซึ่งลูกสาวของตาทองนั้นก็รู้เรื่องราวเป็นอย่างดี

        และ ตาทองได้เคยให้ลูกสาวนะสาบานเอาไว้ว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครซึ่งลูกสาวของปลาทองนั้นก็ทำตามที่สาบานมาโดยตลอดว่าวันนึงลูกสาวของตาทองก็แต่งงานมีสามีซึ่งสามีของลูกสาวของตาทองนั้นก็เกิดความสงสัยว่าทำไมทุกเย็นตาทองจะต้องมีการถือถุงกลับมาบ้าน 

          แต่ลูกสาวของตาทองนั้นเนื่องจากว่าเคยสาบานเอาไว้จึงไม่กล้าบอกสามีจึงได้แค่เพียงให้สามีนั้นคอยสังเกตตาทองให้ดีเท่านั้นเองซึ่ง ทางด้านลูกเขยตาทองก็แอบดู ทุกวันจนทำให้ตาทองผิดสังเกตและคิดว่าลูกสาวของตนเองนั้นหักหลังไปบอกเรื่องความลับของแกให้กับสามีฟัง ด้วยความโมโหตาทองจึงได้ฆ่าลูกสาวทิ้งหลังจากนั้นตาทองก็ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเข้าคุก  

      ส่วนทรัพย์สินเงินทองที่ตาทองเก็บเอาไว้นั้นปกติแล้วจะเก็บเอาไว้ในยุ้งข้าว  และเมื่อนานวันเข้าทรัพย์สินมีมากขึ้นยุ้งข้าวก็ไม่สามารถรับน้ำหนักทรัพย์สินเหล่านั้นได้ไหวจึงทำให้ยุงข้าวนั้นพังทลายลงมา  ส่วนทรัพย์สินเงินทองนั้นชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงต่างก็พากันมาเก็บไปหมด 

       และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาวบ้านจึงได้เรียกหมู่บ้านดังกล่าวว่าบ้านยุ้งทลายนั่นเอง ซึ่งปัจจุบันหมู่บ้านแห่งนี้ยังมีชาวบ้านอาศัยอยู่กันเป็นจำนวนมาก และได้มีการเล่าถึงประวัติของหมู่บ้านให้ชนรุ่นหลานได้ฟังกันเป็นทอดๆมาจนถึงปัจจุบันนี้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.  แจ้งฝาก-ถอน ufabet

คำสาปSuperman คือเรื่องจริงหรือเปล่า?

ถ้าเกิดว่าให้พูดถึงเรื่องของSupermanหลายๆคนก็คงจะรู้จักกันเป็นอย่างดีว่าSupermanเป็นฮีโร่ที่ผดุงความยุติธรรมแต่งตัวคล้ายๆกับคนใส่กางเกงในอยู่ข้างนอกสีแดงแล้วก็จะมีพลังที่เหนือมนุษย์เป็นชาวคริปตันที่มาจากนอกโลกเพื่อที่จะเข้ามาช่วยเหล่ามนุษยชาติจากเหล่าร้าย  คำสาปSuperman หรือจากเอเลี่ยนนอกโลกนั่นเอง

ซึ่ง  คำสาปSuperman  ตรงนี้ถ้าเอาตามประวัติผู้สร้างหอSupermanตามประวัติเขาได้บอกเอาไว้ว่าSupermanถูกสร้างขึ้นมาโดยสองนักเขียนที่มีชื่อว่า Jerry Siegel และ Joe Shuster ที่เขาได้สร้างตัวละครนี้ขึ้นมาในช่วงประมาณปี ค.ศ.ต1932-1933 โดยในตอนแรกหลายคนอาจจะยังไม่รู้แต่เราจะบอกว่าSupermanในตอนแรกนั้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาในรูปแบบของฮีโร่แต่Supermanถูกสร้างขึ้นมาในรูปแบบของวายร้ายนั่นเอง

โดยทางข้อมูลทาง Jerry Siegel และ Joe Shuster เขาได้สร้าง Jerry Siegel และ Joe Shusterขึ้นมาและก็ๆได้เขียน Jerry Siegel และ Joe Shusterขึ้นมามครั้งแรกในเรื่องของREIGN SUPER-MANซึ่ง Superman.ในตอนนั้นจะมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างจากยุคปัจจุบันโดยสิ้นเชิงเลย

ถ้าในยุคปัจจุบันเราก็จะเห็นว่าเป็นผู้ชายที่มีร่างกายร่างใหญ่ใส่กางเกงในสีแดงอยู่ข้างนอกแล้วก็มีหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์โดยที่มีเคาเป็นรูปบันท้ายถูกไหมแต่อยากจะบอกว่าSupermanร่างแรกที่เป็นวายร้ายนั้นเขาเป็นลักษณ์ที่เป็นผู้ชายที่ไม่มีผมดูน่ากลัวดูน่าเกงขามและมีพลังวิเศษที่ต่างกับยุคปัจจุบันอยู่นั่นก็คือSupermanในเวอร์ชั่นของวายร้ายนั้นเขามีพลังวิเศษเป็นพลังจิตที่สามารถทำร้ายหรือทำลายควบคุมคนและสิ่งที่มีชีวิตได้นั่นเอง

นอกจากนี้ถ้าเอาตามข้อมูลที่เราได้มาเกี่ยวกับเนื้อเรื่องคร่าวๆของSupermanวายร้ายนั้นเราสรุปคร่าวๆได้ประมาณว่าได้มีคุณลุงคนนึงเขาได้เดินไปใมนซอยเปลี่ยวๆและอยู่เขาก็ได้ถูกวัยรุ่นเขามารุนทำร้ายร่างกายจนคุณลุงได้รับบาดเจ็บสาหัสและคุณลุงก็หนีออกมาได้จนไปพบกับ ดร. คนนึงที่ในเวลานั้นเขาได้ทำการทดลองเปลี่ยนมนุษย์ธรรมดาให้กลายเป็นยอดมนุษย์อยู่

ซึ่ง ดร. คนนี้ก็ได้ยื่นข้อเสนอให้กับคุณลุงคนนี้ว่าเขาต้องการที่กลายเป็นยอดมนุษย์ไหมลุงคนนี้เขาไม่มีทางเลือกเขาเลยได้ตัดสินใจยอมรับข้อเสนอนั้นและได้ทำการดื่มน้ำยาทดลองของ ดร. คนนั้นไปนั่นเองและหลังจากที่คุณลุงคนนี้ได้ดื่มน้ำยาตรงนั้นไปเขาก็กลายเป็นยอดมนุษย์ดั้งสมใจลุงเขาเลยเขาสามารถใช้พลังจิตควบคุมอะไรก็แล้วแต่ได้ดั่งใจคิดและเขาก็ได้แก้แค้นวัยรุ่นเหล่านั้นจนทำให้วัยรุ่นเหล่านั้นเสียชีวิตลงนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    sa gaming สมัครยังไง

เยรูซาเล็มสำคัญอย่างไรทำไมถึงอยากได้

โดยที่ผ่านมาเราจะไปโฟกัสที่ประวัติศาสตร์สงครามโลกกันส่วนใหญ่วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องเหตุการณ์ปัจจุบันกันบ้างซึ่งมันสำคัญมากๆและยังมทีอิทธิพลต่อการเมืองโลกในปัจจุบันตอนนี้อยู่เลยทุกท่านอาจจะรู้จัก เมืองเยรูซาเล็ม กันใช่ไหมหลายคนก็อาจจะรู้จักว่า เยรูซาเล็ม ก็เป็นเมืองหนึ่งในตะวันออกกลางของประเทศอิสราเอลใช่ไหมตอนนี้

ซึ่งท่านรู้หรือไม่ว่าเมืองนี้มีความสำคัญมากแล้วก็เป็นเมืองที่ใครๆก็ต่างแย้งชิงกันมาตั้งแต่สมัยโบราณกันแล้วเราอาจจะเคยได้ยินข่าวว่าเยรูซาเล็มมีความสำคัญทางด้วยศาสนาต่างๆแล้วมันสำคัญยังไงในข่าวไม่ได้บอกเราจะมาสรุปย่อๆให้ฟังเลยว่าเยรูซาเล็มมันีความสำคัญยังไงกัน

แต่ก่อนอื่นที่จะพูดถึงเยรูซาเล็มในยุคปัจจุบันเราต้องย้อมกลับไปก่อนว่าเยรูซาเล็มมันเป็นดินแดนที่ใครเป็นเจ้าของมาก่อนแล้วมันได้ผ่านมือใครมาบ้างแรกเริ่มเดิมทีก่อนจะมีบันทึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์เยรูซาเล็มมันเป็นเหมือนพื้นที่ที่ชนเผ่ากลุ่มหนึ่งได้เข้ามาอาศัย

ซึ่งเราก็ไม่ทราบว่าเป็นชนเผ่าอะไรแต่ว่าตามมาด้วยประวัติศาสตร์ที่ค้นคว้ามาได้ชนชาติกลุ่มแรกที่เข้ามายึดครองแล้วก็ตั้งเป็นอาณาจักรคือ ชาวคานาไนต์ หรือว่า คานาอันที่เราเคยได้ยินกันนั่นเองโดยในสมัยนั้นเยรูซาเล็มมันดันตั้งอยู่กลางอาณาจักรที่แสนจะยิ่งใหญ่อยู่สองอันนั่นก็คือ อียิปต์ และ ซีเรีย ทำให้เกิดการต่อสู้กันอยู่หลายครั้งทำให้เยรูซาเล็มได้ถูกอียิปต์รุกรานและเข้าไปยึดครองแต่ก็ไม่นาน ซีเรีย ก็ได้เข้ามายึดเยรูซาเล็มต่อ

หลังจากนั้นบุตรหลานแห่งอิสราเอลได้ทำการจับอาวุธขึ้นมาเพื่อยึดเยรูซาเล็มเพราะว่าเมืองเยรูซาเล็มเป็นเมืองแห่งพันธสัญญาของพวกเขาที่พระเจ้าได้ประทานแต่ต่อจากนั้นอาณาจักรบาบิโลนได้เข้ามายึดเยรูซาเล็มจึงทำให้ชาวฮิบรูหรือว่าชาวอิสราเอลต้องเร่ร่อนกันไปคนละทางเลยแล้วต่อจากนั้นอเล็กซานเดอร์กรีซก็เข้ามายึดเยรูซาเล็มกันต่อแบบไม่หยุดพักเลย

นอกจากนี้ยังไม่พอหลังต่อจากสงครามกลางเมืองของกรีซเองชาวอียิปต์ที่ตอนนั้นนำโดย ปโตเลมี ก็ได้กลับมายึดเยรูซาเล็มอีกครั้งนึงหลังจากนั้นก็มีการผ่านมือไปมาของอาณาจักรต่างๆต่อไปแต่จุดที่พีคที่สุดมันอยู่ตรงนี้จักวรรดิโรมันได้เข้ามามีส่วนและยึดครองเยรูซาเล็มเป็นที่เรียบร้อย

เพราะฉะนั้นแล้วทำไมเราต้องไฮไลท์ไปที่จักรวรรดิโรมันเพราะว่ามันเป็นยุคการเกิดศาสนาคริสต์ขึ้นมากลับเข้าเรื่องต่อเมื่อจักรวรรดิโรมันได้ล่มสลายโรมันตะวันออกก็กลายเป็นไบแซนไทน์แล้วไบแซนไทน์ก็ได้เข้ามายึดครองเยรูซาเล็มต่อไปจนมาถือมือของชาวอาหรับนั่นเองแล้วการที่ชาวอาหรับที่เป็นมุสลิมได้เข้ามาครอบครองดินแดนอันศักดิ์สิทธ์

 

สนับสนุนโดย.    บาคาร่า w88