Skip to main content

ด้านมืดของนักซามูไร

สำหรับประเทศญี่ปุ่นเองก็ได้เป็นประเทศที่มีตำนานมากมายอยู่ด้วยกันนับได้ว่าเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมสูง ด้านมืดของนักซามูไร แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็พยายามที่จะใช้ความโดดเด่นทางด้านวัฒนธรรมนี่เองที่ได้สร้างเอกลักษณ์ขึ้นมาโดยเฉพาะของศิลปะที่เอาไว้ใช้ป้องกันตัวที่แตกต่างไปจากประเทศอื่นๆ

เมื่อเราพูดถึงนักรบแล้วพวกเราก็จะนึกถึงพวกนินจาซามูไรกันใช่หรือไม่หน้าที่หลักซามูไรพวกเราก็น่าจะรู้กันตัวอย่างเช่นใช้จักรพรรดิปฏิบัติตามบูชิโดที่คอยรับใช้ประชาชนอะไรประมาณนี้คุณคิดว่าเรื่องทั้งหมดนี้มันจะกลายเป็นเรื่องดีกันใช่ไหมแต่คุณจะรู้หรือไม่ว่าซามูไรก็มีด้านมืดที่คุณนั้นไม่คาดคิดมาก่อนพร้อมแล้วไปดูกันเลย

ทาเมชิกิริ ซึ่งหมายความว่ามันเป็นการทดสอบตัดและมันก็เป็นเรื่องปกติของเหล่าซามูไรเมื่อตีดาบเสร็จแล้วก็จะเอาดาบมาลองของกันเสียหน่อยว่ามันจะมีความคมหรือเปล่าทดสอบคุณภาพของดาบนั้นเองโดยเขาจะนำเอาวัตถุมาทดสอบกันมากมายด้วยกันไม่ว่าจะเป็นสิ่งของที่สามารถหาได้ตามบ้านทั่วไปนั่นก็คือเสื่อไม่ไผ่ 

ซึ่งได้ทำการฟันเข้าไปแล้วและขาดเป็นสองท่อนก็จะถือว่าเป็นดาบที่ผ่านคุณภาพและไม่ใช่แค่เพียงวัตถุเท่านั้นที่เขาจะทำการทดสอบนอกเหนือจากวัตดุที่หาตามบ้านเรือนทั่วไปและก็ศพของมนุษย์และเหตุที่เอาศพของมนุษย์มานั้นมันเป็นสิ่งของที่หาได้ง่ายมากที่สุดเลย

เนื่องจากว่าดาบที่ได้ถูกตีขึ้นมานั้นก็เพื่อทำสงครามยังไงล่ะและการที่จะใช้ศพของมนุษย์เป็นการทดสอบนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติของเหล่าซามูไรด้วยกันและศพส่วนมากที่จะได้มานั้นก็จะเป็นศพของนักโทษถูกประหารชีวิต

ซึจิกิริ  ถือได้ว่ามันเป็นการทดสอบอย่างเป็นทางงการ ซึจิกิริ หมายถึงการฆ่าทางแยกแต่ถ้าจะให้เราแปลอีกหนึ่งความหมายแล้วล่ะก็เดินไปซุ่มๆฆ่าคนนั่นเองว่ากันว่าหลังจากที่ซามูไรได้อาวุธชิ้นใหม่มาครอบครองเหมือนกับหัวข้อที่แล้วและเขาก็อยากจะของลองของใหม่กันเพื่อทดสอบว่ามันดีหรือเปล่า

ดังนั้นเขาจึงได้ออกเดินทางในยามมค่ำคืนเพื่อที่จะหาเหยื่อที่ไม่รู้เรื่องรู้สาอะไรเอามาฆ่าใครก็ตามที่ได้หนีออกจากบ้านหรือว่าหนีออกมาเดินเล่นในยามค่ำคืนขอบอกเลยว่าคุณซวยอย่างแน่นอนเหล่าซามูไรที่ออกของใหม่นั้นเขาก็จะหาเหยื่อเพื่อจะมาลองดาบของตัวเองโดยที่พวกเขานั้นไม่สนหน้าไหนกันทั้งนั้นและตามตำนานที่ได้ถูกเขียนขึ้นมาก็จะเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดานั่นเองและที่ตกเป็นเหยื่อมากที่สุดก็คือโสเภณีนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.  gclub ทางเข้า ล่าสุด

ตำนานเกาะเดลอส     

      ตำนานเกาะเดลอส  หากใครที่เคยติดตามเกี่ยวกับตำนานหรือเทพนิยายกรีกหรือเทพเจ้าของกรีกอาจจะเคยได้ยินชื่อคุ้นหูเกี่ยวกับเกาะแห่งหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่าเกาะเดลอส    โดยเกาะแห่งนี้ถูกระบุว่าเป็น สถานที่ที่ใช้สำหรับกำเนิดของเทพอพอลโลและเทพีอาร์ทิมิส  

สำหรับ  เกาะเดลอสนั้น  เป็นเกาะที่มีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีของประเทศกรีซเป็นอย่างมาก มีการค้นพบร่องรอยของอารยธรรมกรีกมากมายเช่นรูปปั้นสิงโต 7 ตัว    คฤหาสน์ของไดโอนิซัส     ลานน้ำพุศักดิ์สิทธิ์    มิโนอัน  สิ่งเหล่านี้นับเป็นหลักฐานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์

         อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเกาเดลอส นั้นนั้นมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน และควรค่าต่อการอนุรักษ์เอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาหาความรู้ ดังนั้นในปี ค.ศ. 1990   ทางองค์การ UNESCO จึงได้มีการขึ้นทะเบียน  เกาะ เดลอส  ให้กลายมาเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม  มมีตำนานเล่าขาน มาหลายร้อยปี เกี่ยวกับเกาะ  เดลอส 

โดยชาวเมืองเชื่อกันว่าเกาะนี้ เป็นเกาะที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวกรีช ซึ่งตามความเชื่อมีการระบุว่าเกาะแห่งนี้เป็นเกาะที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากเป็นตัวแทนของเทพเจ้าอพอลโล   เนื่องจากว่าเทพเจ้าอพอลโลนั้นเป็นตัวแทนของความร้อนแรงของพระอาทิตย์และเทพีอาร์ทิมิสเทพีแห่งดวงจันทร์

        นอกจากนี้ยังเป็นตัวแทนของเทพีอาทิตย์นี้ซึ่งเป็นทิศของดวงจันทร์อีก  ด้วยตำนานได้กล่าวไว้ว่าเทพีเลโตหนึ่งในคนรักของ เทพเจ้าซุส ผู้หญิงตั้งครรภ์แก่ใกล้คลอดได้ถูกเทพีเฮร่ามเหสีเอกของเทพซุสจากแช่งไม่ให้มีพื้นแผ่นดินใดที่นางจะคลอดบุตรได้ทั้ง 2 อสูรงูหลามไพธอนตามไล่ล่าเทพีเลโตจึงต้องเดินทางตามหาสถานที่เพื่อคลอดบุตรพร้อมทั้งหลบหนีการไล่ล่าไปด้วยจนในที่สุดเทพโพไซดอนเทพแห่งท้องทะเลเกิดความสงสารจึงได้บันดาลให้พื้นทะเล ยกตัวขึ้นกลายเป็นเกาะกลางมหาสมุทร นามเดลอส   เพื่อเป็นสถานที่คลอดบุตรของ ของฝาแฝด ทั้งสองของเทพีเลโต 

       หลังจากนั้นฝาแฝดทั้งสองจึงได้ถือกำเนิดขึ้นที่เกาะแห่งนี้ สำหรับตำนานของเทพเจ้ากรีกนั้นมีมากมายหลายตำนานเลยทีเดียวและหนึ่งในตำนานของเกาะเดลอส  ก็เป็นอีกหนึ่งตำนานที่มีความเกี่ยวพันเกี่ยวกับเทพเจ้าการถือกำเนิดของเทพเจ้าซึ่งปัจจุบันเกาะเดลอส  แห่งนี้ยังคงมีอยู่จริงและก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมความงดงามของเกาะแห่งนี้กันเช่นเดียวกันกลายเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่นิยมค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวในตำนาน 

    สำหรับใครที่อยากศึกษาเกี่ยวกับตำนานของ ตำนานเกาะเดลอส นั้นสามารถหาข้อมูลได้จากตำนานเทพปรณัมกรีก ซึ่งตำนานนี้อาจจะเป็นเรื่องจริงและเป็นเรื่องเล่าเท่านั้นก็ได้เพื่อเป็นสร้างสถานที่ให้มีตำนานที่น่าสนใจนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    ufabet ฝากเงิน ออโต้

เปรตมีตัวตนอยู่จริงๆหรือไม่

เปรตมีตัวตนอยู่จริงๆหรือไม่ สำหรับเปรตถ้าเอาตามข้อมูลที่เราไปหามาได้เปรตจริงๆแล้วมันจะมีอยู่หลายประเภทมากไม่ว่าจะเป็นเปรตที่ไม่ตัวสูงก็มีเปรตที่ไม่มีศรีษะก็มีหรือเปรตที่มีรูปร่างเดียวกับสามเณรหรือว่าสามเณรเปรตก็มีอยู่เช่นกันแต่อันนี้เป็นเพียงตัวอย่างที่เราได้ยกมาเท่านั้น

ซึ่งถ้าจะให้เราเรียบเรียงมาเลยโดยทั้งหมดก็จะมีเกือบอีก40สายพันธ์หากจะให้เราบรรยายทั้งหมดเราคิดว่ามันนานเกินไปแต่จะยกตัวอย่างให้คนที่อ่านว่าจริงๆแล้วเปรตมีอยู่หลากหลายชนิดไม่ใช่แค่รูปแบบที่เราเห็นแค่นั้น

สำหรับในข้อมูลเรื่องเปรตตรงนี้พอเราหาข้อมูลไปเรื่อยๆปรากฏว่าเราได้รู้อีกหนึ่งอย่างเกี่ยวกับความเชื่อนี้นั่นก็คือเปรตแต่ละชนิดเขาจะมีกรรมที่แตกต่างกันออกไปสมมุติว่าเราตบตีพ่อแม่ในชาติก่อนชาตินี้เราเกิดมามือของเราก็จะใหญ่โตมโหราฬหรือว่าถ้าเราตายไปก็จะกลายเป็นเปรตที่มีมือใหญ่

นอกจากนี้ในอีกกรณีหนึ่งถ้าจะมองให้เห็นภาพถ้าเราไปรักขโมยของในวัดหรือว่าไปทำกรรมที่เกี่ยวกับวัดเอาไว้เราก็จะมีความรู้สึกร้อนตัวมีความรู้สึกกระสับกระส่ายอยู่ตลอดเวลาเพราะว่าเรามีกรรมเกี่ยวกับทางด้านจิตใจที่ไปขโมยของวัดไปทำลายวัดอะไรต่างๆนานามา

โดยตรงจุดนี้ในแต่ละเปรตที่เขาเชื่อกันมันก็จะแตกต่างกันออกไปและข้อมูลตรงนี้มันน่าสนใจตรงที่ว่าตอนที่เราได้ไปหาข้อมูลมาเคยได้มีคนเจอเหตุการณ์แบบนี้และบอกว่าเป็นเหตุการณ์ใกล้ตัวถึงขั้นที่ว่าได้มีการพบเปรตในรูปแบบของภรรยาเกาของตัวเองที่เสียชีวิตไปแล้ว

เนื่องจากนี้ในเหตุการณ์นี้ก่อนที่เราจะให้ข้อมูลเราอยากจะบอกทุกคนว่าโปรดใช้วิจารณญาณในการรับชมและคิดไตรตองตามโดยข้อมูลตรงนี้เขาได้บอกเอาไว้ว่าเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นมาในปี2540ในเหตุการณ์ตรงนี้ได้มีผู้ชายคนหนึ่งที่มีนามว่าบุญส่งเขาได้ไปตกรักกับสาวโรงงานท่านหนึ่งที่มีนามว่ามาลัยและทั้งคู่ก็ได้เจอกันอยู่ในโรงอาหารอยู่ในโรงงานที่เขาได้ไปทำงานกัน

ซึ่งบุญส่งเมื่อได้เห็นมาลัยครั้งแรกเขาก็รู้สึกว่าตกหลุมรักเลยเพราะรู้สึกว่าคนนี้น่ารักและอยากจะเข้าไปสานต่อความสัมพันธ์บุญส่งก็เลยเข้าไปจีบก็เหมือนจะลงรอยกันด้วยดีแต่อยู่ดีมาลัยก็ได้เลยไปจากโรงงานและไม่เจอกับุญส่งอีกเลย

ดังนั้นตามข้อมูลที่เราได้ไปหามาบุญส่งค่อนข้างที่จะสงสัยมากว่ามาลัยหายไปไหนจากนั้นบุณส่งเลยไปถามกับเพื่อนของมาลัยเพื่อก็บอกว่ามาลัยเป็นหนี้ก้อนใหญ่เลยลาออกไปทำงานที่อื่น

 

สนับสนุนโดย.  เว็บบาคาร่า sa ขั้นต่ำ 5 บาท

ตำนานทูตสวรรค์หลุยซิเฟอร์

ตำนานทูตสวรรค์หลุยซิเฟอร์ ถ้าจะให้พูดถึงเรื่องของซาตานที่หลานคนจะเข้าใจก็คงจะต้องพูดถึงทูตสวรรค์องค์หนึ่งที่ได้ถูกพระเจ้าสร้างขึ้นมาก็เป็นทูตสวรรค์ที่มีหน้าตางดงามมากกว่าคนเสียอีกว่ากันว่าเป็นทูตที่มีน่าตาสดใสเหมือนกับแสงไฟเลยจึงทำให้มันได้ชื่อว่า หลุยซิเฟอร์ ที่แปลกว่าแสงสว่างนั่นเอง

ซึ่งตอนแรกพระเจ้าก็ได้สร้างให้มันมีหน้าที่ร้องเพลงอยู่ใกล้ๆกับพระเจ้าแต่ทว่าพออยู่ใกล้พระเจ้าเยอะๆก็เลยรู้สึกว่าพระเจ้าดูดีกว่าตัวเองก็เกิดอารมณ์อิจฉาเล็กๆไม่ได้สิข้าทำหน้าที่ร้องเพลงหน้าตาของข้าจะต้องดูดีกว่าพระเจ้าก็เกิดความอิจฉาก็เลยลามไปเรื่องอื่นกลายมาอย่างจะมีอำนาจเหมือนกับพระเจ้าจนสุดท้ายเลยเกิดการก่อกบฏต่อพระเจ้า

โดยได้จัดตั้งปาร์ตี้รวบรวมทูตสวรรค์ที่เห็นด้วยกับเขาขึ้นมาและได้บุกมาสู้กับพระเจ้าแต่ทว่าความสามารถของเขานั้นยังน้อยเกินไปก็เลยถูกพระเจ้าทีบตกสวรรค์ลงไปน่าตาของเขาก็ๆไม่ได้สวยงามแบบนั้นอีกต่อไปแต่ว่าพระเจ้าก็ยังทรงเมตตาอยู่เหมือนกันยังไม่ได้ทำลายมันปล่อยให้มันอยู่ด้านล่างนั่นแหละก็เลยกลายมาเป็นซาตานอย่างที่เรารู้จักกันในทุกวันนี้เอง

นอกจากนี้ในตอนแรกที่ตัวร้ายตัวนี้ที่ได้ปรากฏตัวอยู่ในพระศาสนาพระคัมภีร์ของศาสนาคริสต์มันไม่ได้มาในรูปแบบของแพะอย่างที่เราคุ้นกันมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่างูคือว่างูได้เป้นสัตว์ที่ฉลาดที่สุดที่พระเจ้าไปสร้างมันขึ้นมาและด้วยความฉลาดของมันมันก็แฝงความเจ้าเล่ห์ไปด้วยเช่นกัน

ดังนั้นมันก็เลยไปล่อลวงให้มนุษย์ไม่เชื่อฟังในพระเจ้าและต่อมาทำให้มนุษย์โดยไล่ออกจากอาณาจักรของพระเจ้าไปและก็ต้องมารับเคาระห์กลายมาเป็นการทำงานลำบากยากบนโลกเหมือนทุกวันนี้แหละภายหลังก็เลยมีคนเอางูไปเชื่อมกับเรื่องราวของเจ้าหลุยซิเฟอร์ทูตคนนี้ที่ถูกพระเจ้าทีบลงมาจากสวรรค์อีกทีประมาณว่าลูกคนโต(หลุยซิเฟอร์)ก็อิจฉาน้องเล็ก

เพราะฉะนั้นแล้วมนุษย์คนเราได้ถูกสร้างขึ้นมาหลังจากที่หลุยซิเฟอร์ได้ตกสวรรค์ลงมาแล้วและก็ได้เห็นพระเจ้าดูแลห่วงใยกันเหลือเกินก็เลยเกิดอาการอิจฉามันก็เลยได้เข้าไปหลอกลวงมนุษย์สะงั้นเราก็ไม่รู้ว่าทำไมคนเราถึงได้นำเอางูไปเชื่อมกันกับซาตานได้ทั้งๆที่ในพระคัมภีร์ก็ได้เขียนอยู่ว่างูเป็นนสัตว์แต่ว่าหลุยซิเฟอร์เป็นทูตสวรรค์ที่ถูกพระเจ้าได้สร้างขึ้นมาก่อนน่านั้นแล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  gclub slot ทดลองเล่น

ศิลปะ-บำบัด-ฝึกสมาธิ-ปรับอารมณ์

ศิลปะ-บำบัด-ฝึกสมาธิ-ปรับอารมณ์ ศิลปะเป็นคำที่มีการสื่อความหมายที่ค่อนข้างกว้างและมีการใช้เป็นเฉพาะเจาะจง โดยขึ้นอยุ่กับว่าทัศนะของนักปราชญ์หรือผู้รู้แต่ละคนที่มีความเลื่อมใสหรือว่ามีแนวความคิดในแต่ละสมัยหรือแต่ละยุคที่มีความแตกต่างกัน สุดแท้แต่ว่า จะเป็นการนำศิลปะไปใช้ ในลักษณะใด หรือมีการกำจัดอย่างไร

แต่ว่าทัศนะของนักปราชญ์นั้น ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ซึ่งมักจะมองเห็นว่าศิลปะ มีคุณสมบัติที่เป็นตัวร่วม และสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง เป็นการแสดงออกทางอารมณ์หรือทางความรู้สึก ฟังนึกคิดหรือประสบการณ์ ความสวยงาม อันเกิดเรื่องราวต่างๆตามมา 

ส่วนใหญ่แล้วก็ลดแล้วจะเป็น การแสดงออกของมนุษย์เรา เป็นผู้เลือกสรรหรือผลิตประดิษฐ์ขึ้นมา ด้วยกันทั้งสิ้น และด้วยเหตุนี้จึงพอที่จะเล็งเห็นการจำกัดความ ของคำว่าศิลปะในแนวกว้าง ได้ดังต่อไปนี้ 

ศิลปะอาจบ่งบอกถึง สิ่งที่มนุษย์นั้นได้ผลิตขึ้นหรือเปล่าขึ้นมา โดยทำการแสดงออกมาทางความรู้สึกและอารมณ์ ทางสติปัญญาหรือ ทางนึกคิด ซึ่งจะมีองค์ประกอบต่างๆด้วยการอยู่ 3 ประการได้แก่ 

  1. มีความงาม
  2. มีจุดมุ่งหมายที่แน่นอน
  3. มีความคิดสร้างสรรค์

สาเหตุหลักที่มีการจำกัด อยู่เฉพาะผลิตผลของคนเรา อาจจะเกิดจากสิ่งต่างๆหรือจากสัตว์โลกที่มีการอยู่ร่วมกัน มนุษย์เรานั้นเป็นสัตว์ประเภทเดียวที่มีการสร้างสื่อต่างๆ สำหรับให้ทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงการดำเนินชีวิต ที่มีการปรับปรุงและการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นต้นเหตุที่มนุษย์ของเรา อยู่เหนือสัตว์โลกประเภทอื่นๆ

เมื่อลักษณะดังกล่าวมาข้างต้นนี้ ลักษณะหรือผลงานประดิษฐ์จากสิ่งต่างๆ พี่ไม่ได้เป็นผลงานของผู้คน รวมไปถึงการปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยมีความซับซ้อน และความสวยสดงดงาม หรือบางอย่างก็มีทรงประหลาดแปลกตา หากแล้วว่ามนุษย์จะมีความรู้สึกชื่นชม แต่บางครั้งก็ไม่ได้ยอมรับว่าเป็นผลจากศิลปะ 

แต่ถ้าหากว่าสิ่งไหนที่เกิดจากแรงบันดาลใจ หรือเกิดจากสิ่งประดิษฐ์นั้น คนส่วนใหญ่ก็มักจะถือได้ว่าเป็นงานศิลปะ แต่ว่าก็จะเป็นศิลปะประยุกต์ เนื่องจากว่ามันเป็นจุดมุ่งหมายในการสร้างหน่วยงานต่างๆเหล่านั้น

ศิลปะพัฒนาสุขภาพทางด้านจิต 

ศิลปะไม่ใช่แค่เพียงศาสตร์แขนงหนึ่งเท่านั้น ว่าด้วยเรื่องของความสวยสดงดงาม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และก็การปลดปล่อยวิญญาณเพียงแค่นั้น แปลว่าศิลปะนั้นยังเป็นการช่วยทำให้ ทุกคนมีความรู้สึกนึกคิดที่ดีขึ้นได้ไม่ว่าจะเป็นทางด้านอารมณ์และจิตใจ คุณสามารถที่จะสุขเกษมกับมันได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังบำบัดสุขภาพทางจิตของเราได้อีกด้วยแถมยังช่วยรักษาโรคในบางชนิดที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ของเรา ลักษณะเช่นนี้เราเรียกว่าศิลปะบรรเทา

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.    เว็บพนัน ufabet

ตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับอาถรรพ์ ลางร้าย ก่อนเรือไททันล่ม 

      อาถรรพ์ ลางร้าย ในปีปี ค.ศ. 1997 เป็นปีที่ภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่องหนึ่งมีการขยายเผยแพร่ไปทั่วโลกและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเป็นเรื่องราวของความรักของชายหญิงคู่หนึ่งที่พบกันบนเรือไททานิค 

          และเป็นความรักที่ไม่สมหวังเมื่อสุดท้ายตอนจบฝ่ายชายซึ่งเป็นพระเอกของเรื่องต้องเสียสละชีวิตของตนเองเพื่อให้นางเอกนั้นอยู่รอด ซึ่งเรื่องราวความรักของภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างความมั่นใจให้กับผู้คนทั่วโลกเป็นอย่างมากเลยทีเดียวโดยเรื่องราวของภาพยนตร์เรื่องนี้มีชื่อว่าไททานิค

       แต่คุณรู้หรือไม่ว่าสำหรับภาพยนตร์เรื่องไททานิคนี้ก่อนที่จะมาเป็นภาพยนตร์เรื่องนี้และถูกนำเผยแพร่ไปทั่วโลกนั้นได้มีนักเขียนนิยายเรื่องนี้แต่งเรื่องนี้ขึ้นมาตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1898  โดยนักเขียนที่แต่งนิยายเรื่องนี้นั้นมีชื่อว่ามอร์แกน โรเบิร์ตสัน เขานี่มีการวางเรื่องราวและมีแนวความคิดในการแต่งเรื่องนิยายเรื่องนี้ขึ้นมาด้วยพูดถึงเรือท่องเที่ยวลำหนึ่ง

         ซึ่งเดือนนี้ถูกออกแบบขึ้นมาให้เป็นเรือที่มีความยิ่งใหญ่  หรืออาจจะกล่าวได้ว่ามีความทันสมัยและเป็นเรือที่มีความใหญ่โตมากที่สุดในโลกโดยมีการตั้งชื่อเรือลำนี้ในนวนิยายของเขาว่าเรือไททัน  โดยมีการพัฒนาถึงความแข็งแกร่งของเรือว่าถูกสร้างมาจากเหล็กที่มีความหนามากเท่าไหร่

   และที่สำคัญเรือลำนี้ถูกออกแบบมาว่าจะไม่จมอย่างเด็ดขาดแต่ในนิยายของ Morgan ก็ได้มีการเขียนหักมุมของนวนิยายเรื่องนี้เอาไว้ว่าเรือลำนี้ถึงแม้ว่าจะถูกออกแบบให้ใหญ่โตมโหฬารมากแค่ไหนและมีความแข็งแกร่งมากแค่ไหนแต่เมื่อเจอกับภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ก็ทำให้ในที่สุดเรือลำนี้ก็จมลงในมหาสมุทร

       อาถรรพ์ ลางร้าย ซึ่งจากอุบัติเหตุในครั้งนั้นส่งผลให้มีคนตายเป็นจำนวนมากและในนวนิยายยังระบุอีกด้วยว่าเรือลำนี้ได้มีการออกแบบให้มีเรือสำรองไว้ช่วยชีวิตคนแต่เดือนสำรองมีไม่เพียงพอ

          แน่นอนว่าภายหลังจากมีการแต่งนวนิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงกับนวนิยายที่แต่งเอาไว้แทบจะไม่ผิดเพี้ยนกันเลยก็ว่าได้เพราะหลังจากนั้นได้มีการสร้างเรือสำราญที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีการตั้งชื่อเรือสำราญลำนี้ว่าเรือไททานิคและข้อมูลทุกอย่างตั้งแต่การเริ่มการก่อสร้างเรือคุณสมบัติของเรือความแข็งแกร่งของเรือชื่อเสียงของเรือที่มีการตั้งชื่อแบบคล้ายคลึงกันและที่สำคัญจุดจบของเรือไททานิคนั้นไม่แตกต่างจากเรือไททันเลย

  ทำให้เป็นเรื่องราวที่น่าอัศจรรย์ใจเป็นอย่างมากนิยายเรื่องเรือไทยท่านนั้นถูกสร้างขึ้นมาก่อนที่เรือไททานิคจะถูกสร้างขึ้นมาเสียอีก แต่ จุดเริ่มต้นและจุดจบนั้นเหมือนกับ Copy กันมาเลยทีเดียว

       หลายคนมองว่านี่คืออาถรรพ์เป็นลางบอกเหตุที่เกิดขึ้นทำให้นักแต่งนิยายคนนี้สามารถแต่งเรื่องราวแล้วเกิดเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงในภายหลังได้  

            ซึ่งหลังจากที่เหตุการณ์เรือไททานิคล่มเกิดขึ้นได้มีการนำข้อมูลจากนวนิยายมาอ้างอิงกับเรือไททานิคที่เป็นของจริงปรากฏว่าไม่ว่าจะเป็นสัญชาติของเรือก็เหมือนกันนั่นก็คือสัญชาติอังกฤษในขณะที่ชื่อเรือนั้นชื่อเล่นก็เหมือนกันนั่นก็คือเรือที่ไม่มีวันจม เรือความยาวของเรือผู้โดยสารที่อยู่บนเรือ

              และการเดินทางจากอังกฤษไปนิวยอร์กก็เหมือนกันทั้งหมดรวมถึงจำนวนห้องเครื่องบนเรือจำนวนเรือสำรองบนเรือและเหตุการณ์ที่ชนกับภูเขาน้ำแข็งก็เหมือนกันเป็นอย่างยิ่งและที่สร้างความตกตะลึงให้กับผู้คนเป็นอย่างมากก็คือช่วงเวลาที่ชนกับภูเขาน้ำแข็งนั้นเป็นช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกันเป็นอย่างมาก

          สมัคร sbobet โดยตรง ได้พูดในนวนิยายระบุว่าเป็นการชนภูเขาน้ำแข็งร่วงใกล้เที่ยงคืนในขณะที่เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงนั้นชนภูเขาน้ำแข็งช่วงเวลา 23:40 น และยังเป็นเดือนเดียวกันนั่นก็คือเดือนเมษายนกลางมหาสมุทรแอตแลนติกเหมือนกันอีกด้วย 

ประวัติวัดพระธาตุทุ่งยั้ง

            ประวัติวัดพระธาตุทุ่งยั้ง  เชื่อว่าหลายคนหากได้ยินคำว่าพระธาตุย่อมรู้กันดีอยู่แล้วว่าพระธาตุนั้นจะเป็นสิ่งก่อสร้างสำหรับเอาไว้เก็บพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งแน่นอนว่าพระธาตุที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ก็คือพระธาตุทุ่งยั้งซึ่งเป็นพระธาตุที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งหนึ่งในจังหวัดอุตรดิตถ์โดยพระธาตุทุ่งยั้งนี้อยู่ในตำบลทุ่งยั้งและอยู่ในอำเภอเมืองลับแล

         อย่างไรก็ตามประวัติความเป็นมาของการเกิดพระธาตุทุ่งยั้งนั้น

ว่ากันว่ามีการสร้างขึ้นมาตั้งแต่ช่วงสมัย  ของสมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไทซึ่งในขณะนั้นพระองค์เป็นเจ้าผู้ครองนครเมืองสุโขทัย   โดยความต้องการของพระองค์นั้นต้องการที่จะอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาไว้ที่จังหวัดอุตรดิตถ์แห่งนี้ซึ่งในสมัยนั้นยังถือว่าเป็นเมืองสุโขทัยอยู่โดยการอัญเชิญมานั้นบริเวณนี้ยังเป็นเพียงแค่ถ้ำดังนั้นพระองค์จึงได้มีการให้ทหารนำพระบรมสารีริกธาตุไปไว้ที่ในถ้ำและขุดลงไปด้านในของถ้ำให้ลึกลงไปด้านใต้ถ้ำหลังจากที่ขุดแล้วจึงฝังพระบรมสารีริกธาตุเอาไว้เสร็จแล้วจึงได้ให้ทหารนั้นทำการสร้างพระบรมธาตุก่อครับทำดังกล่าวเอาไว้

         โดยในครั้งแรกที่มีการก่อสร้างนั้นสมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไทได้สั่งให้ทหารออกแบบพระบรมธาตุ

เป็นในลักษณะของเจดีย์พุ่มข้าวบิณฑ์แต่ต่อมาในช่วงสมัยของรัตนโกสินทร์เกิดมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้นซึ่งเหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนั้นทำให้พระบรมธาตุเจดีย์ได้รับความเสียหายหนักมากเพราะยอดประสาทตรงบริเวณยอดเจดีย์นั้นได้หักโค่นลงมาทำให้จำเป็นต้องมีการบูรณะซ่อมแซมพระบรมธาตุเจดีย์กันใหม่โดยในสมัยนั้นเป็นสมัยของหลวงพ่อแก้วท่านได้เป็นเจ้าอาวาสคอยดูแลวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งในสมัยนั้นหลังจากนั้นก็สั่งให้คนซ่อมแซมและบูรณะขึ้นมาใหม่ให้งดงามจบจนมาถึงปัจจุบันนี้

         ซึ่งแน่นอนว่าในปัจจุบันนี้เมื่อถึงช่วงงานบุญต่างๆชาวเมืองในจังหวัดอุตรดิตถ์ก็จะพากันเดินทางมาที่วัดพระธาตุทุ่งยั้งแห่งนี้เพื่อมาทำบุญและมากราบไหว้ขอพรพระบรมสารีริกธาตุซึ่งที่นี่ยังนับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่จังหวัดอุตรดิตถ์ไม่ควรที่จะพลาดมาเพราะเป็นแหล่งเช็คอินที่ขึ้นชื่อที่นักท่องเที่ยวโลกตามต่างจังหวัดต่างๆมักจะเดินทางมาที่นี่กันอย่างหนาแน่นส่วนหนึ่งนั้นก็เพื่อมากราบไหว้ขอพรพระบรมสารีริกธาตุเพราะว่ากันว่าเมื่อมีใครได้มาขอพรกับพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วจะสมหวังดังสิ่งที่ขอ

         และยังมีการเล่าลือเกี่ยวกับเรื่องของพระบรมสารีริกธาตุด้วยว่าที่ถูกฝังเอาไว้ใต้พระบรมเจดีย์ธาตุแห่งนี้นั้นเป็นพระบรมสารีริกธาตุส่วนหน้าอกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลยก็ว่าได้ซึ่งถือได้ว่าบริเวณส่วนหน้าอกนี้เป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งและเป็นส่วนเดียวที่มีอยู่ในประเทศไทย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet ฝาก-ถอน เอง

ตำนานของงราหูอมจันทร์

ตำนานของงราหูอมจันทร์ ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากตำนานความเชื่อของทางฮินดูว่าจันทรุปราคาหรือสุริยุปราคานั้นเกิดขึ้นมาจากราหูที่ได้อมพระอาทิตย์หรือพระจันทร์เข้าไปโดยเรื่องราวทั้งหมดได้เริ่มมาจากฤาษีตนหนึ่งที่มีนามว่า ฤาษีทุรวาส 

โดย ฤาษีทุรวาส ได้เกิดความคับแค้นใจกับพระอินเขาจึงได้ทำการสาปให้เหล่าเทวดาจะต้องพ่ายแพ้ให้กับเหล่ายักษ์ในทุกๆครั้งไปหากมีการสู่รบกันเกิดขึ้นหลังจากที่เหล่าเทวดานี้ได้หาหนทางที่จะเอาชนะยักษ์ไม่ได้จึงได้เกิดพิธีกรรมกวนเกษียณสมุทรขึ้นตามคำแนะนำของพระนรายณ์

ซึ่งจะได้นำเอาน้ำอัมฤทธิ์ขึ้นมาดื่มกินเพราะเมื่อดื่นน้ำอัมฤทธิ์แล้วก็จะทำให้มีกำลังแข็งแรงแล้วก็มีชีวิตเป็นอมตะนั่นเองและในการทำพิธีกวนเกษียณสมุทรในครั้งนี้เหล่าเทวดาจะไม่สามารถทำได้โดยลำพัง

นอกจากนี้จึงจะต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่างเทวดากับยักษ์

โดยที่เหล่าพวกเทวดาได้ออกอุบายว่าจะแบ่งน้ำอัมฤทธิ์ให้แก่เหล่ายักษ์ได้ดื่มกินอีกด้วยเมื่อเหล่าบรรดายักษ์ได้ยินกันแบบนั้นแล้วจึงได้พักรบกันในชั่วคราวและมาร่วมกันทำพิธีกวนเกษียณสมุทรนั่นเอง

ดังนั้นในเรื่องราวของกากสนเกษียณสมุทรนี้มันมีค่อนข้างที่ยาวและมีความละเอียดอยู่พอเริ่มกวนเกษียณสมุทรกันได้ที่แล้วจึงได้บังเกิดศักดิ์สิ่งสิทธิ์ก็ค่อยๆผุดขึ้นมาจากเกียณสมุทรจะผุดขึ้นมาทีละชิ้นๆจนกระทั่งได้มาถึงของวิเศษชิ้นสุดท้ายนั่นก็คือหม้อน้ำทิพย์อัมฤทธิ์นั่นเอง

เมื่อหม้อน้ำทิพย์อัมฤทธิ์ได้ผุดขึ้นมานั้นเหล่าเทวดาและก็ยักษ์ต่างก็ได้แย้งชิงน้ำอัมฤทธิ์กันอย่าวุ่นวายจากนั้นพระนารายณ์จึงได้แปลกายเป็นนางอัปสรเพ่อที่จะหลอกล่อให้เหล่าพวกยักษ์ต่างก็ได้พากันหลุ่มหลงและจะเปิดโอกาศให้เหล่าเทวดาได้ดื่มน้ำอัมฤทธิ์ก่อนนั่นเอง

เนื่องจากนี้ก็ได้มียักษ์ตนหนึ่งที่ไม่หลงกลนั่นก็คือ ราหู นั่นเองโดยราหู ไม่ได้หลงกลของพระนารายณ์จึงได้แปลกายตนเอง  ตำนานของงราหูอมจันทร์  ให้เป็นเทวดาและได้เข้าปะปนมาดื่นกินน้ำอัมฤทธิ์กับเหล่าเทวดาด้วยแต่ทว่าพระอาทิตย์กับพระจันทร์กับจำราหูได้พระอาทิตย์และพระจันทร์จึงได้ไปกราบทูลพระนารายณ์ให้ทราบ

ซึ่งพระนารายณ์ได้ทราบพอพระนารายณ์เห็นว่าราหูเข้ามาปะปนแอบกินน้ำอัมฤทธิ์กับเหล่าเทวดาพระนารายยณ์จึงได้ขว้างจักรไปตัดราหูขาดเป้นสองท่อนแต่ทว่าช้าไปนิดเดียวเพราะว่าราหูท่านได้ดื่มกินน้ำอัมฤทธิ์เข้าไปก่อนหน้านี้แล้ว

ดังนั้นราหูจึงไม่ตายเพราะว่าท่านได้กลายมาเป็นอมตะไปแล้วแต่ด้วยความที่ว่าราหูนั้นได้ถูกตัดออกไปเป็นสองท่อนราหูจึงรู้สึกโกรธแค้นพระจันทร์แล้วก็พระอาทิตย์มากที่ทำให้ตนนั้นได้ถูกพระนารายณ์ลงโทษนับตั้งแต่นั้นมาราหูจึงได้ไล่จับพระจันทร์แล้วก็พระอาทิตย์มากลืนกินด้วยความแค้นจนกลายมาเป็นตำนานของงราหูอมจันทร์

 

สนับสนุนโดย.  ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

ประวัติ  Tower of London

       ประวัติ  Tower of London    ที่นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากในประเทศอังกฤษสถานที่แห่งนี้นั้นเป็นสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่มาอย่างยาวนานอายุหลายร้อยปี  โดยตัวปราสาทนั้นมีลักษณะคล้ายกับตัวหอคอยซึ่งตอนที่มีการสร้างขึ้นมานั้นจุดประสงค์ของการสร้างปราสาทแห่งนี้ก็เพื่อสร้างเป็นหอคอยเพื่อให้กษัตริย์วิลเลี่ยมได้อยู่อาศัย

  เนื่องจากว่าในช่วงที่มีการสร้างปราสาทแห่งนี้นั้นเป็นช่วงที่กษัตริย์วิลเลี่ยมนั้นได้มีการสถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษขึ้นเพราะว่าได้มีการ สู้รบกับข้าศึกจนถูกขนานนามว่าวิลเลี่ยมผู้พิชิต  ซึ่งในยุคดังกล่าวนั้นเป็นยุคแห่งนอร์มังดีเกิดขึ้นในช่วงปีค.ศ 1066 

         แต่เดิมที่นี่ไม่ใช่เป็นพระราชวังหรือประสาทแต่เป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ที่เอาไว้ป้องกันข้าศึกไม่ให้เข้ามาโจมตีได้แต่เนื่องจากว่ากษัตริย์วิลเลียมเห็นว่าสามารถที่จะดัดแปลงให้เป็นประสาทที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ได้ดังนั้นพระองค์จึงได้มีการเลือกสถานที่แห่งนี้ในการดัดแปลงและสร้างเป็นกระแสเอาไว้ให้ตนเอง

อยู่อาศัยเนื่องจากว่าสถานที่บริเวณโดยรอบนั้นมีความสวยงามเพราะอยู่ใกล้กับแม่น้ำทำที่สำคัญอย่างยิ่งในการที่จะป้องกันไม่ให้ศัตรูเข้ามาภายในประสาทได้และยังมีจุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่สามารถจะทำให้สังเกตได้ว่าศัตรูจะมาจากช่องทางไหน

        เจ้าชายวิลเลี่ยมได้ส่งให้ก่อสร้างปราสาทแห่งนี้เป็นอาคารขนาดใหญ่โดยใช้หินในการก่อสร้างทั้งหมดนอกจากนี้ยังได้มีการสั่งให้มีการขุดคลองให้ล้อมตัวรอบปราสาทเพื่อไม่ให้ข้าศึกหรือศัตรูบุกเข้าไปภายในตัวประสาทได้ง่าย  ซึ่งถือว่าเป็นป้อมปราการทางธรรมชาติและเป็นอุปสรรคที่เวลาศัตรูบุกเข้ามาจะเข้ามาในตัวประสาทได้ยากมากขึ้น

          หลังจากที่มีการก่อสร้าง Tower of London เสร็จเรียบร้อยแล้วทำให้ที่นี่นั้นแลดูสวยงามขึ้นเนื่องจากตอนที่ก่อสร้างนั้นใช้หินสีขาวทั้งหมดในการต่อเติมป้อมปราการแห่งนี้ เมื่อสร้างเสร็จจึ่งได้ปราสาทสีขาวทั้งหลาย โดยหลายคนเรียกทีนี่ว่า White Tower ซึ่งมีทั้งความสวยงามและความปลอดภัยสูง

        อย่างไรก็ตามหลังจากที่หมดยุคของกษัตริย์วิลเลี่ยมแล้วการปกครองของราชวงศ์ในประเทศอังกฤษเริ่มมีปัญหาประชาชนกับราชวงศ์เริ่มมีเรื่องขัดแย้งกันทำให้สถานที่แห่งนี้เปลี่ยนเป็นสถานที่ที่อยู่อาศัยของกษัตริย์อังกฤษกลายมาเป็นสถานที่คุมนักโทษแทนซึ่งนักโทษที่จะถูกขังอยู่ในสถานที่แห่งนี้นั้นจะต้องเป็นนักโทษที่อยู่ในชนชั้นสูงและเป็นนักโทษที่รอการประหารเช่นพระมเหสีของพระเจ้าวิลเลียมที่ 8 หรือแม้แต่เจ้าชายริชาร์ดในยุคเดี๋ยวรวมถึงเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดที่ 5 ของอังกฤษเป็นต้น 

   ภายหลังต่อมาที่นี่จึงถูกดัดแปลงให้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวนั่นเอง 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet ฝากเงิน ออโต้

ประวัติความเป็นมาของ  House of Parliament อาคารรัฐสภาแห่งอังกฤษ

        ผู้คนส่วนใหญ่ที่เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศอังกฤษและได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวที่ House of Parliament ต่างก็รู้กันดีว่าที่นี่นั่นคือสถานที่ที่เอาไว้เป็นที่ทำงานของเหล่าบรรดาเจ้าหน้าที่ของรัฐสภาซึ่งมีตั้งแต่นายกรัฐมนตรีไปจนถึงข้าราชการระดับอื่นๆอย่างเช่นสว.  เพียงแต่ว่าสถานที่แห่งนี้นั้นเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยว ได้เข้าไปชมความสวยงาม  House of Parliament อาคารรัฐสภาแห่งอังกฤษ ภายในได้ในช่วงที่เหล่าบรรดานายกรัฐมนตรีไม่ได้ทำงานได้ก็คือในช่วงวันหยุดวันเสาร์นั่นเอง

         แต่คงไม่มีใครรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วก่อนที่นี่จะกลายมาเป็นอาคารรัฐสภาของอังกฤษนั้นที่นี่เคยเป็นพระราชวังมาก่อน ดังนั้นสถานที่ทำงานของนายกรัฐมนตรีจึงมีความสวยงามราวกับทำงานอยู่ในปราสาทราชวังนั่นเองอาจกล่าวได้ว่าอาคารรัฐสภาแห่งนี้มีความงดงามมากกว่าพระราชวังบางแห่งด้วยซ้ำไป  House of Parliament อาคารรัฐสภาแห่งอังกฤษ  ซึ่งแต่เดิมว่ากันว่าที่นี่นั้นคือพระราชวัง  Westminster และเคยมีพวกเชื้อพระวงศ์เคยอาศัยอยู่ที่พระราชวังแห่งนี้มาก่อนซึ่งเป็นช่วงประมาณศตวรรษที่ 11

          อย่างไรก็ตามพระราชวังแห่งนี้ถูกส่งต่อให้กลายมาเป็นสถานที่ทำงานของคณะรัฐมนตรีสาเหตุ หลักและเป็นสาเหตุที่สำคัญมากที่สุดก็คือในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1512 พระราชวังแห่งนี้เคยเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้พระราชวังขึ้นซึ่งได้รับความเสียหายหนักมากและต้องใช้ระยะเวลาในการบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่เพื่อให้กลับมาสวยงามดังเดิมทำให้เชื้อพระวงศ์ที่เคยอาศัยอยู่ในพระราชวังแห่งนี้ตัดสินใจที่จะย้ายไปอยู่ที่พระราชวังอื่นแทนแล้วปล่อยให้พระราชวังแห่งนี้กลายเป็นอาคารสำหรับให้เหล่าบรรดานายกรัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูงมาใช้ในการประชุมปรึกษาหารือกัน 

            ดังนั้นนี่คือสาเหตุที่สำคัญอย่างยิ่งที่พระราชวังแห่งนี้ถูกเปลี่ยนมาเป็นสถานที่ทำงานของรัฐสภาและเหล่านายกรัฐมนตรีนั้นเองอย่างไรก็ตามในช่วงประมาณปีค.ศ 1834   ก็เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ขึ้นอีกครั้งหนึ่งและครั้งที่ 2 นี้ก็สร้างความเสียหายไม่แพ้ครั้งแรกเช่นเดียวกันซึ่งก็ต้องใช้ระยะเวลาในการบูรณะซ่อมแซมใหม่อีกครั้งหนึ่งเหมือนกันดังนั้นจากเดิมที่เคยเรียกสถานที่แห่งนี้ว่าเป็นพระราชวัง  Westminster จึงได้มีการตั้งชื่อขึ้นมาใหม่โดยเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า  House of Parliament  แทน  

           อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่าเกิดเหตุไฟไหม้ถึง 2 ครั้งทำให้พระราชวังนั้นได้รับความเสียหายทราบที่ยังคงหลงเหลือและไม่ถูกไฟไหม้นั้นจึงมีเพียงแค่ Westminster Hall เพียงเท่านั้น ทำให้ที่นี่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกันส่วนแรกก็คือส่วนที่เคยเป็นพระราชวังเดิมมาก่อนกับส่วนใหม่ที่มีการบูรณะก่อสร้างขึ้นมาใหม่หลังจากที่เกิดไฟไหม้นั่นเอง

   ปัจจุบันอาคารรัฐสภาแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ให้ข้าราชการทำงานเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเที่ยวชมความสวยงามของตัวอาคารนี้ด้วย ซึ่งหากนักท่องเที่ยวคนไหนเดินทางไปเที่ยวที่อาคารรัฐสภาสามารถแวะชมความสวยงามของหอนาฬิกาบิ๊กเบนได้เพราะอยู่ใกล้กันมากทีเดียว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  sa gaming ขั้นต่ำ 5 บาท