Skip to main content

คัมภีร์มรณะการใช้ชีวิตหลังความตาย

สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับคัมภีร์มรณะโดยคัมภีร์มเล่มนี้ว่ากันว่าเป็นคัมภีร์มที่สามารถปลุกคนตายขึ้นมาแต่มันจะปลุกได้จริงไหมเรามาดูกันเลย

ซึ่งในคัมภีร์มรณะเล่มนี้หรือภาษาอังกฤษเรียกว่าBooK of the Deadโดยชื่อนี้เป็นชื่อที่ถูกตั้งขึ้นมาโดยนักอียิปต์วิทยาสมัยใหม่หลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่องราวของคัมภีร์มรณะกันมาแล้วจากภาพยนตร์เรื่องเดอะมัมมี่มันจะมีอยู่ฉากหนึ่งที่นางเอกได้อ่านอักขระจากคัมภีร์มรณะ

เมื่อเธอนั้นได้ทำการอ่านเสร็จมัมมี่ก็ลืมตาขึ้นมาทันทีเลยและหลังจากนั้นก็ตามมาด้วยหายนะต่างๆอีกมากมายโดยในคัมภีร์มรณะเล่มนี้ชาวอายะห์กุรซีในสมัยโบราณได้เรียกคัมภีร์มนี้ว่าprt m hrw Spells for Coming Forth by Dayในคำนี้ในปีคริสตศักราช1840

โดยได้มีผู้ที่แปลภาษาอียิปต์ที่เก่าแก่ของโลกได้ให้ความหมายในคัมภีร์มรณะว่าคัมภีร์มรณะนี้เป็นการปราปรารถนาที่จะไปยังยมโลกมากกว่าที่จะเป็นการพยายามกลับมายังโลกมนุษย์อีกครั้งเหมือนในหนัง

นอกจากนี้ในคัมภีร์มรณะนั้นได้ทำขึ้นมาด้วยกระดาษปาปิรุสถือได้ว่าเป็นกระดาษชนิดแรกของโลกเราก็ว่าได้โดยกระดาษชนิดนี้ได้ผลิตขึ้นมาจากต้นกกชนิดหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่าต้นPapyrusโดยเขาก็จะนำเอาต้นPapyrusนำเอาไปทำให้มันออกมาให้มีแผ่นบางๆจากนั้นเขาก็จะนำเอาไปตากแดดเอาไว้จนมันแห้ง

เนื่องจากนี้เขาก็จะนำเอาแต่ละแผ่นเอามาแปะเชื่อมติดกันให้มันกลายมาเป็นแผ่นใหญ่โดยเขาจะใช้น้ำเลี้ยงของต้นPapyrusที่จะเป็นตัวประสานและภายในกระดาษของคัมภีร์มรณะนั้นจะถูกเขียนไปด้วยคำที่มีความยาวและจะมีการใช้อักษรสีแดงสำหรับหัวข้อเรื่องหรือจะใช้เป็นการเน้นคำที่สำคัญ

ดังนั้นก็จะใช้หมึกสีดำในการเขียนและบางครั้งก็จะมีการวาดภาพประกอบเอาไว้อีกด้วยสำหรับคัมภีร์มรณะได้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยจุดประสงค์เพื่อที่จะช่วยผู้วัยชนให้สามารถเดินทางไปยังหลักโลกของความตายได้อย่างปลอดภัยและคัมภีร์มรณะเองก็ยังเป็นต้นแบบคาถาที่นำเอามาจารึกที่พีระมิดและก็จารึกที่โลงศพอีกด้วย

ซึ่งมันก็จะประกอบไปด้วยเวทมนต์คาถาที่มากมายโดยนักอียิปต์วิทยาในปัจจุบันของเราได้ทำการศึกษาและก็ค้นคว้าและก็ยังค้นหาแล้วก็รวบรวมเอาคัมภีร์มรณะที่ได้กระจายอยู่ไปทั่วโลกนำเอามาศึกษาแล้วก็ค้นพบว่ามีคาถาที่ถูกบันทึกเอาไว้อยู่ในพระคัมภีร์มรณะอยู่ถึง189คาถา

โดยคาถาแต่ละบทนั้นกจะเปรียบเสมือนคู่มือให้กับคนที่ตายและกำลังจะเดินทางไปใช้ชีวิตหลังความตายให้สามารถเดินทางไปได้อย่างลาบลื้นนั้นเอง

 

สนับสนุนโดย.    Gclub ฟรี 100

ตำนานแฝดอินจัน

หากใครกำลังท้อแล้วเห็นว่าชีวิตของตัวเองไม่มีคุณค่าก็หันมาฟังทางนี้เรื่องนี้ได้เป็นหนึ่งในตัวอย่างของบุคคลที่ถึงแม้ว่าพิการจนถูกหาว่าเป็นตัวกาลกิณีเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนแล้วก็ประสบเคราะห์ต่างๆนาๆแต่พวกเขาก็ได้ต่อสู้จนมันได้ทำให้ชีวิตของพวกเขานั้นได้กลายเป็นที่อิจฉาของใครหลายๆคนถึงได้สร้างชื่อเสียงให้กับสยามได้เป็นที่รู้จักของฝรั่งชนแต่จะมีอะไรกันบ้างมาดูกันเลย

โดยแฝดสยามทั้งคู้อาจจะต้องถูกประหารแฝดอินจันได้เกิดขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่2 ในครอบครัวคนไทยเชื่อสายจีนที่จังหวัดสมุทรสงครามโดยได้มีคุณแม่เป็นคนไทยและพ่อได้เป็นชาวจีนที่ได้อพยพมาตั้งแต่ครั้งรัชการที่1

ซึ่งตอนที่เกิดมาทั้งหมู่บ้านก็ได้มองเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่ประหลาดมากกับการที่ได้เห็นทารกสองคนได้มีตัวติดกันทั้งหมู่บ้านมองว่ามันอาจจะเป็นเรื่องกาลกิณีแน่ๆเลยแล้วก็ตามกฎหมายในเวลานั้นทั้งคู่จะต้องถูกประหารชีวิตด้วย

เนื่องจากความเชื่อตรงนี้นี่แหละ

เมื่อเวลาผ่านไปมันก็ไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรที่จะเกิดขึ้นไปๆมาๆผู้คนต่างก็เริ่มที่จะชินกับการมีตัวตนของเด็กสองคนที่มีตัวติดกันวิ่งไปวิ่งมาอยู่ในหมู่บ้าน

สำหรับโทษแปลกๆที่ว่านั้นก็ได้รับการยกเลิกไปโดยปริยายถือได้ว่าเป็นความโชคดีคูณสองเพราะว่าอาการนี้ถ้าเกิดปกติมันได้เกิดกับใครเข้าเด็กสองคนนั้นก็จะตายไม่นานหลังจากที่ได้คลอดออกมา

แต่ทว่าอินและจันก็เติบโตขึ้นมาเหมือนกับเด็กคนอื่นๆเลยมีสุขภาพที่ดีเหมือนกับเด็กๆโดยทั่วไป

นอกจากนี้จุดเริ่มต้นของชีวิตที่ราวกับถูกหวยเมื่อทั้งคู่นั้นยังเป็นวัยรุ่นอินกับจันเขาก็จะช่วยครอบครัวจับปลาขายไข่เค็มแล้วก็น้ำมันมะพร้าวอยู่ในหมู่บ้านชาวประมงแห่งหนึ่งนี่แหละก็มีชีวิตแบบคนธรรมดาทั่วไปจนกระทั่งวันหนึ่งได้มีพ่อค้าชาวอังกฤษได้มาพบกับแฝดคู่นี้กันเข้าที่ทั้งสองกำลังว่ายน้ำเล่นกันอยู่ต่างกับคนอื่นที่ได้มองว่าอินจันเป็นตัวกาลกิณี

เนื่องจากนี้ชายชาวอังกฤษเขาได้เห็นแววของสองเด็กผู้นี้แล้วเขาก็ได้คิดว่าจะนำแฝดคู่นี้ไปแสดงโชว์ที่สหรัฐอเมริกาก็เลยเข้าไปทำความสนิทสนมกับทางด้านครอบครัวของแฝดทั้งสองอยู่นานปีมากๆจนกระทั่งแม่ของทั้งคู่นั้นได้วางใจแล้วก็ปล่อยให้ชาวอังกฤษนั้นได้เอาลูกของเขาไปโชว์ตัวได้

นอกจากนี้ได้มีพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่3ของไทยไม่อยากให้เด็กแฝดสองคนนี้ออกไปจากประเทศไทยไปแต่ด้วยความพยายามเป็นอย่างมากในที่สุดชาวอังกฤษก็สามารถพาแฝดอินจันไปท่องโลกตะวันตกได้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

ประวัติ ของพระถังซัมจั๋ง

       สำหรับเรื่องราวของพระถังซัมจั๋งนั้นเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงและถูกนำมาดัดแปลงเป็นนิยายและตัวละครต่างๆมากมายในเรื่องของตำนานไซอิ๋วซึ่งพูดถึงพระภิกษุสงฆ์องค์หนึ่งที่เดินทางไปแสวงบุญที่ประเทศอินเดียระหว่างการเดินทางก็จะพบเจอกับอุปสรรคมากมายกับปีศาจหลายๆตัวที่ต้องการกินเนื้อของพระถังซัมจั๋งโดยมีความเชื่อว่าหากใครได้กินเนื้อของพระถังซัมจั๋งแล้วจะสามารถอายุยืน

แต่อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงแล้วพระสังข์ทำจากนั้นเป็นแค่เพียงประชาชนคนหนึ่งซึ่งได้มีโอกาสบวชเรียนในช่วงที่มีอายุประมาณ 13 ปีซึ่งในขณะนั้นได้บวชเป็นสามเณรโดยไม่ถามซ้ำจากนั้นเป็นผู้ที่ชื่นชอบศึกษาเกี่ยวกับธรรมะเป็นอย่างมากดังนั้นพระสังข์ซัมจั๋งจึงมีความสามารถในการแสดงทำมาเทศนาสั่งสอนผู้คนอย่างไรก็ตามในสมัยที่พระถังซัมจั๋งพร้อมบทเรียนใหม่ๆนั้น

พระสังข์ซัมจั๋งเกิดอยู่ในราชวงศ์ซุยแต่ต่อมาราชวงศ์ดังกล่าวนั้นได้สูญสิ้นลงและมีการเปลี่ยนราชวงศ์ใหม่มาเป็นราชวงศ์ถังนับตั้งแต่นั้นถ้าถังซัมจั๋งจึงได้คิดจะเดินทางไปศึกษาพระธรรมยังชมพูทวีปโดยเดินทางไปประเทศประเทศอินเดียซึ่งได้มีการปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรประวัติศาสตร์ของประเทศจีนว่าพระถังซัมจั๋งออกเดินทางไปในช่วงปีพุทธศักราช 1170 โดยระหว่างทางที่เดินไปที่ประเทศอินเดียนั้น

ก็ผ่านเรื่องราวต่างๆมากมายผ่านเมืองหลายเมืองซึ่งพระถังซัมจั๋งต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทางไปที่ประเทศอินเดียและยังเดินทางกลับมาที่เมืองจีนรวมแล้วระยะเวลาทั้งสิ้นต้องใช้เวลาเดินทางมากกว่า 19 ปีด้วยกันซึ่งถ้านับเป็นระยะทางในการเดินไปกลับนั้นก็มีระยะทางมากกว่า 50,000 ลี้โดยทุกครั้งที่ผ่านไปยังเมืองไหนก็จะมีการแสดงพระธรรมเทศนาตามเมืองต่างๆเหล่านั้นด้วย

ซึ่งว่ากันว่าในช่วงที่พระถังซัมจั๋งเดินทางไปที่ประเทศอินเดียนั้นได้มีการและแสดงพระธรรมเทศนาถึง 110 แคว้นด้วยกัน  ซึ่งนับว่าเป็นการเดินทางที่ใช้ระยะเวลาอย่างยาวนานเป็นอย่างมากหลังจากที่เดินทางกลับมาถึงประเทศจีนแล้วก็ถังซัมจั๋งก็ได้นำพระไตรปิฎกที่นำมาจากประเทศอินเดียมาเก็บไว้ที่เมืองหลวงด้วยซึ่งในสมัยนั้นมีการปกครองโดยพระเจ้าถังไท่จงซึ่งพระองค์นั้นเป็นคนที่นับถือศาสนาและเลื่อมใส

ในหลักคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก ซึ่งพระถังซัมจั๋งนั้นใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงที่เมืองเสียงอ่านจนในที่สุดก็ได้มรณภาพไปในช่วงปีพุทธศักราช 1207 นั่นเอง ส่วนตำนานในละครนั้นจะกล่าวถึงพระถังซัมจั๋งที่จะมีลูกศิษย์อยู่ 3 คนที่คอยช่วยเหลือพระถังซัมจั๋งเดินทางไปแสวงบุญยังชมพูทวีปซึ่ง 1 ตัวละครนั้นจะมีไซอิ๋ว   ตือโป๊ยก่าย  และปีศาจวัวกระทิงซึ่งถูกมาสร้างเป็นละครอยู่หลายครั้งด้วยกันทำให้หลายคนอาจจะงงๆเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของพระถังซัมจั๋งที่เป็นของจริงกับประวัติของพระถังซัมจั๋งจากในนิยายนั้นเอง

 

สนับสนุนโดย.  คาสิโน ปอยเปต

พ่อเพลงสุพรรณฯ พูดคุยเรื่องร้องเพลง ที่แสดงถึงศิลปวัฒนธรรม

        การร้องเพลงคือศิลปะอย่างหนึ่งซึ่งปัจจุบันนี้เพลงแบ่งออกเป็น 2 แบบโดยมีเป็นเพลงสมัยใหม่และเป็นเพลงพื้นบ้านในวันนี้มีข่าวรายงานเกี่ยวกับเรื่องของการจัดนิทรรศการงานสโมสรศิลปวัฒนธรรมเสวนาซึ่งผู้ที่มาคุยและแลกเปลี่ยนความรู้ให้กับคนที่สนใจเกี่ยวกับศิลปะวัฒนธรรมเพลงคือพ่อเพลงเมืองสุพรรณซึ่งท่านมีอายุมากถึง 71 ปีแล้ว

แต่ปัจจุบันก็ยังคงมีการเปิดการแสดงเกี่ยวกับเรื่องของการร้องเพลงซึ่งพ่อเพลงเมืองสุพรรณนี้เชื่อว่าหลายคนอาจจะมารู้จักแต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่หากไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเรื่องของเพลงพื้นบ้านว่าจะไม่รู้จักชื่อท่านโดยปัจจุบันนั้นคนที่ร้องเพลงพื้นบ้านค่อนข้างมีน้อยเนื่องจากว่าคนส่วนใหญ่นั้นหันมานิยมร้องเพลงทั่วไปที่เป็นเพลงปัจจุบันแทน

สำหรับเพลงพื้นบ้านที่มีคนร้องและจัดการแสดงอยู่ในตอนนี้นั่นก็คือนายสุจินต์ศรีประจันต์  โดยประวัติของท่านนั้นว่ากันว่าท่านหัดเล่นเพลงพื้นบ้านมาตั้งแต่ท่านยังเด็กอายุเพียงแค่ 13 ปีก็เริ่มเล่นเพลงพื้นบ้านและนับตั้งแต่นั้นเรื่อยมาท่านก็ร้องเพลงพื้นบ้านมาโดยตลอดและปัจจุบันนี้ท่านก็ยังมีการร้องเพลงพื้นบ้านซึ่งถ้าหากใครสนใจที่จะฟังเพลงพื้นบ้านพ่ออยากรำลึกถึงวัฒนธรรมเพลงที่เป็นเพลงพื้นบ้านของไทย

ก็สามารถที่จะว่าจ้างท่านได้เพราะในตอนนี้นับแต่ว่ามีท่านเป็นคนเดียวที่มียังเปิดการแสดงเพลงพื้นบ้านอยู่เพราะรุ่นท่านนั้นต่างก็พากันเสียชีวิตไปหมดแล้วท่านยังเคยบอกด้วยว่าในสมัยก่อนนั้นท่านไปร้องเพลงพื้นบ้านตามพื้นที่ต่างๆเลยไปถึงภาคใต้แล้วก็เคยร้องเพลงเกี่ยวกับการเมืองจนขนาดที่ถูกนายกรัฐมนตรีช่วงนั้นเรียกเข้าไปคุย

สำหรับการร้องเพลงพื้นบ้านนั้นปัจจุบันนี้ค่อนข้างหายากเพราะคนที่ฟังก็จะเป็นคนเก่าคนแก่คนสูงอายุแล้วเพราะกลุ่มวัยรุ่นเองก็ไม่ค่อยสนุกๆที่จะฟังเพลงพื้นบ้านมากนักดังนั้นการที่จะหาเพลงพื้นบ้านฟังจึงค่อนข้างหายาก แต่จริงๆแล้วเพลงพื้นบ้านถือว่าเป็นศิลปะวัฒนธรรมของไทยอย่างหนึ่งที่ควรอนุรักษ์ไว้ดังนั้นจึงมักมีการจัดงานแสดงเกี่ยวกับเรื่องของศิลปะวัฒนธรรมไทยเพื่อเป็นการให้คนรุ่นใหม่ระลึกถึงอย่างเพลงพื้นบ้านที่เราพูดถึงกันก็คือพวกเพลงอีแซวซึ่งตอนนี้หาฟังได้ยากมากแล้วนั่นเองซึ่งล่าสุดได้มีการจัดงานเมื่อวันที่ 27 เดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. 2563

เกี่ยวกับการเสวนาเรื่องของวัฒนธรรมโดยหัวข้อที่มีการจัดเสวนานั้นก็คือพื้นบ้านชานเมืองวิถีชาวบ้านไทยในบทเพลงนับได้ว่ายังคงมีคนสนใจที่จะสานต่อวัฒนธรรมไทยอยู่ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยเห็นบ่อยนักก็ตาม

 

สนับสนุนโดย.  gclub slot ทดลองเล่น

คนเรียนศิลปะจบมาแล้วไม่ค่อยมีงานทำจริงหรือไม่?

          เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยผ่านการถูกพ่อแม่ต่อต้านวิชาที่เราจะลงเรียนกันมาบ้างซึ่งก็หาใครเรียนตามที่พ่อแม่อยากเรียนคุณก็จะสามารถเรียนได้อย่างสบายใจไม่ต้องมานั่งทะเลาะกับพ่อกับแม่แต่ถ้าใครก็ตามที่โรงเรียนในสาขาวิชาที่พ่อกับแม่เห็นว่าเรียนมาแล้วไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรเลยก็มักจะถูกการห้ามปรามการทุสิ่งและการทะเลาะเบาะแว้งกันในครอบครัวกว่าที่คุณจะสามารถเรียนวิชาที่คุณอยากเรียนได้

ซึ่งวิชาที่มักจะได้รับการต่อต้านจากผู้ปกครองนั่นก็คือการเรียนวิชาศิลปะนั่นเอง  เพราะผู้ปกครองส่วนใหญ่ยังคงเป็นคนหัวโบราณที่มักมองว่าเรื่องของศิลปะนั้นก็คือการที่เราอาจจะมีการปั้นเครื่องปั้นดินเผาหรือไม่ก็เป็นแค่การวาดรูปอย่างเดียวเท่านั้นดังนั้นหากเรียนวิชาศิลปะไปพวกเขามักจะเชื่อกันว่าลูกหลานของพวกเขานั้นจะหางานทำได้ยากอีกทั้งเงินเดือนก็ยังน้อยอีกด้วยแต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ที่เรียนจบศิลปะมาสามารถแตกแขนงไปทำอาชีพอื่นๆได้หลายช่องทางเลยทีเดียว

และสามารถสร้างรายได้ให้กับเด็กที่จบมาได้อย่างมากเช่นเดียวกันเพราะจริงๆแล้วการที่เรียนศิลปะนั้นคุณไม่จำเป็นต้องออกมาเป็นนักวาดรูปอย่างเดียวเพียงเท่านั้นคุณสามารถที่จะไปทำงานด้านอื่นๆได้เหมือนกับเรียนวิชาอื่นๆทั่วไปเช่นคุณสามารถเปิดร้านทำอาหารและนำความรู้ด้านศิลปะของคุณมาประกอบในการทำขนมออกมาให้หน้าตาน่ารับประทาน

หรือถ้าหากใครมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการทำอาหารทำกับข้าวคุณก็สามารถนำงานศิลปะของคนนั้นมาจัดจานให้มีความสวยงามน่าสนใจซึ่งแน่นอนว่าไม่ว่าจะเป็นขนมหรืออาหารหากมีการจัดออกมาดูสวยงามคนก็มักอยากจะมากินเพราะคนในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นคนที่เน้นการเล่นโซเชียลมีเดียดังนั้นอันดับแรกที่พวกเขาจะทำหลังจากที่สั่งอาหารมาถึงโต๊ะแล้วก็คือการถ่ายรูปภาพอาหารน่าตาน่ารักสวยๆลงโชว์ใน Facebook หรือ Instagram ดังนั้นทางร้านเรามีจุดเด่นในเรื่องของการจัดสถานที่สวยงามหรือการทำขนมที่หน้าตาน่ารักๆประธานก็จะช่วยให้อาหารของเรานั้นขายดีได้

ซึ่งผลพวงก็จะมาจากการที่เรามีความรู้ด้านศิลปะนั่นเองอีกทั้งยังมีสายอาชีพอื่นๆที่คนที่จบงานด้านศิลปะมาสามารถทำได้ไม่ว่าจะเป็นอาชีพดีไซเนอร์หรือแม้แต่อาชีพช่างแต่งหน้าทำผมม้วนแต่ต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของศิลปะด้วยกันทั้งนั้นหรือแม้แต่อาชีพที่เปิดร้านสักซึ่งคนเหล่านี้ถ้าหากเขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับงานศิลปะเลย

พวกเขาก็จะไม่สามารถทำงานออกมาได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพและก็จะไม่มีลูกค้าไปใช้บริการของเขาดังนั้นอาชีพศิลปะนั้นสามารถที่เรียนมาแล้วจบและสามารถประกอบอาชีพอื่นๆได้มากมายนอกจากที่กล่าวมาข้างต้นอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าหากเรายังเข้าใจผิดว่าศิลปะนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเรียนนั้นควรจะมีการเปลี่ยนทัศนคติใหม่ได้แล้ว

 

สนับสนุนโดย    แทงมวยยกต่อยก

ตำนานอาถรรพ์ตำหนักเขียว ในกรุงเทพ

            ในกรุงเทพฯจะมีตำหนักหนึ่งที่ชื่อว่าตำหนักเขียวซึ่งตำหนักแห่งนี้นั้นเป็นตำหนักที่แต่เดิมนั้นเป็นที่อยู่ของสมเด็จพระองค์หญิงขาวซึ่งพระองค์นั้นเคยประทับอยู่ที่นี่ช่วงที่พระองค์ยังทรงมีพระชนมายุอยู่หลังจากที่ตรงนั้นเสียชีวิตตำหนักนี้ก็ถูกปล่อยให้ทิ้งร้างซึ่งชาวบ้านเล่ากันว่าบริเวณตำหนักแห่งนี้นั้นตั้งแต่ถูกทิ้งให้รกร้างชาวบ้านก็มักจะได้ยินเสียงแปลกประหลาดออกมาจากตัวตำหนักเป็นอย่างมาก

           ซึ่งบางคืนกลับบ้านก็มักจะได้ยินเสียงดนตรีไทยหรือแม้แต่ได้ยินเสียงร้องไห้ของผู้หญิงรวมถึงยังได้เห็นไฟที่พระตำหนักนั้นมีการเปิดทิ้งไว้ซึ่งทางที่จริงแล้วตามหลักนั้นไม่มีใครอยู่และมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมเต็มไปหมดอย่างไรก็ตามแต่ทางการได้มีการเตรียมตัวเข้ามาบูรณะซ่อมแซมพระตำหนักเขียวจึงได้ให้พวกช่างทั้งหลายได้มาพักอาศัยอยู่ในตำหนักเพื่อทำการซ่อมแซมตำหนักแห่งนี้และช่างก็ได้เจอกับเรื่องราวประวัติมากมายที่เรียกว่าเป็นอาถรรพ์ของตึกเขียวเลยทีเดียว

              ตัวอย่างเช่นที่คนงานมักจะได้เห็นกันนั่นก็คือมักจะได้ยินเสียงหญิงสาวเล่นกันส่งเสียงดังมาจากบริเวณกลางห้องของตึกเขียวหรือลูกคนงานคนหนึ่งได้มีการวิ่งเล่นในช่วงเวลากลางคืนซึ่งเมื่อพ่อแม่ถามเขาก็บอกว่าเขากำลังเล่นกับเพื่อนเมื่อถามถึงลักษณะรูปพรรณของเพื่อนที่เด็กเล่าให้ฟังก็คือเป็นเด็กชายนุ่งโจงกระเบนไว้ผมจุกที่สำคัญเด็กชายยังชี้ไปให้พ่อแม่ดูด้วยว่าเพื่อนใหม่ของเขานั้นยืนอยู่ด้านหลังของพ่อแม่ซึ่งเมื่อพ่อแม่หันไปก็ไม่เห็นเด็กชายไว้ผมจุกคนดังกล่าวจึงทำให้เราคนงานต่างพากันเชื่อว่าที่ตึกเขียวแห่งนี้มีอาถรรพณ์และมีผีอยู่อย่างแน่นอน

              อย่างไรก็ตามแต่สิ่งที่สร้างความน่ากลัวให้กับคนงานและชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณนั้นเป็นอย่างมากก็คือมีอยู่วันหนึ่งมีคนงานคนหนึ่งกินเหล้าเมาหลังจากนั้นก็ไปนอนอยู่บริเวณชั้นล่างของตัวอาคารตำหนักเขียวซึ่งบริเวณที่คนงานชายคนดังกล่าวนั้นนอนอยู่ก็คืออยู่ตรงบริเวณด้านหน้าของรูปภาพของสมเด็จพระองค์หญิงขาวและในตอนเช้านั้นเองเราคนงานเข้ามาพบว่าคนงานชายที่เมามากในช่วงเวลาตอนกลางคืนนั้นได้เสียชีวิตลงซึ่งไม่สามารถหาสาเหตุของการเสียชีวิตได้ทำให้เรื่องราวอาถรรพ์นี้กลายเป็นที่โจษจันไปทั่ว

               ชาวบ้านต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าช่วงที่ชายคนดังกล่าวมาอยากจะไปทำกิริยาที่ไม่ดีต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์หญิงขาวทำให้พระองค์เกิดความไม่พอใจจนเป็นสาเหตุให้ชายคนดังกล่าวนั้นเสียชีวิตลงเรื่องราวความอาถรรพ์ของตำหนักเขียวยังคงมีอีกมากมายแต่อย่างไรก็ตาม  หลังคาที่ได้มีการบูรณะซ่อมแซมตำหนักเดี๋ยวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้มีการทำบุญและทำพิธีบวงสรวงขึ้นมา

               ซึ่งหลังจากที่ได้มีการทำบุญใหญ่และทำพิธีบวงสรวงเสร็จสิ้นนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาวบ้านและคนบริเวณใกล้เคียงก็ไม่เคยได้ยินเสียงของหญิงสาวหรือพบเห็นเหตุการณ์แปลกประหลาดอีกเลยซึ่งในปัจจุบันนี้น้ำหนักเขียวยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เปิดให้ประชาชนได้เข้าไปเยี่ยมชมความงดงามและประวัติความเป็นมาของตำหนักเขียวได้ซึ่งถ้าหากใครอยากจะเข้าไปเยี่ยมชมตำหนักเกี่ยวก็สามารถเดินทางไปได้เช่นเดียวกัน            

 

สนับสนุนโดย  www.ufabet.com ช่องทางเข้าเว็ปพนัน

รู้หรือไม่ทำไมประเทศไทยถึงมีประเพณีวันลอยกระทง 

https://sites.google.com/site/suphatra06094/_/rsrc/1479782257051/khwam-hmay-khxng-prapheni-lxy-krathng/unnamed-110.jpg?height=242&width=400

      สำหรับการจัดงานลอยกระทงนั้นจะเป็นการที่คนไทย   ดอกไม้ธูปเทียนใส่กระทงไปลอยในแม่น้ำซึ่งในอดีตนั้นกระทงที่ทำนั้นจะทำมาจากต้นกล้วยและใบตองรวมถึงนำดอกไม้สีสันสวยงามมาประดิษฐ์ตกแต่งกระทงให้มีความสวยงามและในปัจจุบันนั้นมีการดัดแปลงกระทงมากขึ้นโดยบางคนใช้เป็นขนมปังมาทำกระทงหรือบางคนก็ใช้โฟมมาทำกระทงเพื่อลอย

     ซึ่งการลอยกระทงนั้นจะเป็นประเพณีที่คนไทยทำกันเป็นประจำทุกปีแต่คุณรู้หรือไม่ว่าทำไมประเทศไทยถึงต้องมีงานและมีการจัดงานลอยกระทงกันเกิดขึ้น  คนในสมัยโบราณมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของกลอยกระทงกันเอาไว้ว่าอย่างไรบ้าง

         แน่นอนว่าความเชื่อที่เรารู้กันดีและเป็นความเชื่อที่ปู่ย่าตายายได้บอกต่อๆกันมานั้นก็คือการลอยกระทงนั้นเป็นการอนุรักษ์ประเพณีซึ่งวิธีการนี้เป็นการที่ชาวบ้านนั้นจัดทำขึ้นมาเพราะหวังที่จะเป็นการขอโทษต่อแม่น้ำโดยคนในสมัยโบราณเชื่อว่าน้ำในแม่น้ำนั้นจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอยู่ซึ่ง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองแม่น้ำนั้นก็คือพระแม่คงคานั่นเองดังนั้นการที่นำดอกไม้ธูปเทียนมาลอยในแม่น้ำก็เพื่อเป็นการกราบไหว้และขอโทษพระแม่คงคาที่ตลอดทั้งปีนั้นชาวบ้านไม่มีการมาใช้น้ำในแม่น้ำและอาจจะสร้างความสกปรกลงในแม่น้ำนั่นเอง

          หรือความเชื่อหนึ่งต่างก็เชื่อกันว่าการลอยกระทงนั้นจะเป็นการบูชาเทพเจ้าซึ่งความเชื่อนี้เป็นความเชื่อในสมัยโบราณเป็นความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ซึ่งคนในอดีตนั้นจะนับถือพระอิศวร   พระนารายณ์   และพระพรหม  โดยความเชื่อคนที่ลอยกระทงนั้นจะมีความเชื่อกันว่ากระทงที่เขานำมาลอยนั้นจะลอยตามแม่น้ำไปเรื่อยๆและกระทงนี้จะลอยไปถึงพระพุทธเจ้าโดยความเชื่อของผู้คนนั้นเป็นการลอยกระทงเพื่อบูชาพระพุทธเจ้านั่นเอง

         สำหรับความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของการลอยกระทงนั้นบางคนเชื่อว่าเป็นการลอยเอาทุกเอาเคราะห์อโศกเอาโรคเอาภัยออกจากคนที่ลอยซึ่งคนที่มีความเชื่อแบบนี้พวกเขามักจะนิยมนำของซึ่งเป็นตัวแทนของตนเองใส่ลงไปในกระทงด้วยไม่ว่าจะเป็นการตัดปลายผมใส่ไปในกระทงหรือแม้แต่การตัดเล็บลงไปในกระทงเลยหวังว่าผมและเล็บนั้นจะเป็นตัวแทนของคนที่ลอยกระทงนั้นพาสิ่งที่ไม่ดีออกไป  ในขณะเดียวกันบางคนก็จะมีการใส่เงินเข้าไปในกระทงด้วยโดยมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของถ้าหากมีการใส่เงินลงไปจะทำให้พวกเขานั้นได้รับผลตอบแทนกลับมาเป็นเงินทองและมีความร่ำรวยในอนาคตนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าออนไลน์ คืออะไร

อียิปต์และความเชื่อ 

ยุคสมัยที่มีความเฟื่องฟูหรือมีความรุ่งโรจน์เกี่ยวกับงานศิลปะยุคอียิปต์ที่มีการแผ่ขยายอํานาจ หรือแม้แต่จะเป็นการส่งต่อทางวัฒนธรรมต่างๆที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้ให้ความสนใจในการที่นายกปัจจุบันผู้คนสามารถศึกษาเรื่องราวต่างๆไม่ว่าจะเป็นความเชื่อแนวคิดต่างๆหรือแม้แต่เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ต่างๆที่มีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นพิธีกรรมทางศาสนาหรือไม่ที่เป็นโครงสร้างในการใช้ชีวิตของผู้อื่น

ทุกคนต่างมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานต่างๆเหล่านี้ตามความเชื่อลักษณะนิสัยหรือแม้แต่จะไปตามศาสนาแต่อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าความเชื่อเกี่ยวกับพระเจ้าค่อนข้างรุนแรง มีการให้การสนใจในการที่ฟาโรห์มีการสืบทอดมาจากพระเจ้าโดย นี่เองจึงส่งผลให้ทั้งด้านศิลปะต่างๆ

หรือแม้แต่จะเป็นแนวคิดต่างๆที่ทางไปตามความเชื่อถือแม้จะเป็นศาสนาต่างๆที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ในส่วนของอียิปต์นี้การพัฒนารูปแบบงานประติมากรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานประติมากรรมผู้หญิงผู้ชายหรือไม่ที่จะเป็นสัดส่วนที่มีความเป็นจริงของผู้คนถูกแกะสลักบนหินอ่อนที่มีความละเอียด

และมีรายละเอียดที่ค่อนข้างเยอะ งานประติมากรรมต่างถูกยอมรับอย่างยิ่งเพราะการศึกษาของอียิปต์มีการเผยแพร่ไปตามสถานที่ต่างๆ ในยุคต่อมายังยุคโรมัน แล้วอยู่คนอื่นอีกมากมายก็ได้รับอิทธิพลกับชาวอียิปต์ รวมถึงในยุคสมัยของกรีกเองก็ตาม

การพัฒนารูปแบบการทำศิลปะต่างๆนี้มีการพัฒนาและมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีต่างๆมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอยู่ ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจในการเรียนรู้รูปแบบการทำงานศิลปะต่างๆหรือแม้แต่จะไปตามที่ต่างๆโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่เราสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีต่างๆเหล่านี้ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

การเรียนรู้รูปแบบการทำงานศิลปะต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นโครงสร้างในการติดต่อสื่อสารการพัฒนาความรู้ต่างๆ ยุคของอียิปต์มีการแบ่งรูปแบบในการทำงานศิลปะค่อนข้างเยอะและมากมาย การพัฒนาบทเรียนต่างๆในยุคปัจจุบันก็ให้ความสนใจในการศึกษาเรื่องเกี่ยวกับการทำงานศิลปะต่างๆไม่ว่าจะเป็นแนวคิดลักษณะการทำงานศิลปะต่างๆเหล่านี้ได้รับความชื่นชมหรือได้รับการยอมรับอย่างมาก

ผู้คนในยุคสมัยก็มีลักษณะในการทำงานศิลปะที่แตกต่างกันของงานศิลปะต่างๆเหล่านี้มีการเรียนรู้เรื่องราวหรือแม้แต่จะเป็นแนวคิดต่างๆที่ส่งผลต่อคนรุ่นหลัง การพัฒนาความเชื่อถือแม้จะมีความเป็นอยู่ของผู้คนส่งผลโดยตรงต่องานศิลปะทั้งสิ้นในระดับในยุคปัจจุบันต้องเกี่ยวกับผู้คนให้ความสนใจในการพัฒนาความรู้

หรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในความเป็นอยู่ของผู้คนที่จำเป็นจะต้องมีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพราะการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการใช้ชีวิตของผู้คนที่มีการพัฒนาตลอดเวลาทุกคนแต่ยุคสมัยก็มีลักษณะในการใช้ชีวิตหรือแม้แต่จะเป็นโครงสร้างในการทำงานที่แตกต่างกันออกไป เพราะแต่ละมื้อมีความเชื่อและลักษณะในการทำงานที่แตกต่างกันออกไป 

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  sexybaccarat

ลักษณะของผู้คนและโครงสร้างของสุนทรียภาพ 

สุนทรียภาพแห่งการรับรู้ไม่ว่าจะเป็นเสียงรับรู้ได้กลิ่นรับรู้ได้รสต่างๆ งานศิลปะมีการเผยแพร่ที่เพิ่มมากขึ้นไม่มีพรมแดนหรือแม้แต่จะเป็นข้อจำกัดต่างๆ

ในยุคปัจจุบันลักษณะของการทำงานหรือแม้แต่จะเป็นการเสพเกี่ยวงานศิลปะต่างๆในรูปแบบที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นในยุคปัจจุบันที่มีรูปแบบระบบออนไลน์หรือแม้แต่จะเป็นโครงสร้างในการใช้ชีวิตต่างๆที่มีประสิทธิภาพ ลักษณะของผู้คนก็มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่เป็นการเรียนรู้โครงสร้างในการใช้ชีวิตต่างๆ

ในยุคปัจจุบันก็มีการพัฒนาตลอดเวลา ประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตของผู้คนที่มีการเปลี่ยนแปลงและมีการพัฒนาทำให้มีการฟื้นฟูวัฒนธรรมเก่าๆหรือแม้แต่จะเป็นวิทยาการเก่าๆเข้ามาพัฒนาร่วมกับงานศิลปะในยุคปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม

หรือมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจต่างๆที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาทำให้ผู้คนมีการปรับปรุงรูปแบบในการใช้ชีวิตที่มีประสิทธิภาพที่เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในปัจจุบันที่การใช้ชีวิตของผู้คนต่างมีการพัฒนาและการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา

ลักษณะของการสร้างสุนทรียภาพในยุคปัจจุบันมีลักษณะของการใช้ชีวิตที่มีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปยกตัวอย่างเช่น ผู้คนในยุคปัจจุบันสามารถรับรู้สุนทรียภาพแห่งกลิ่น สุนทรียภาพแห่งรส 

นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าลักษณะของผู้คนในยุคปัจจุบันมีการเติบโตที่พม่าหรือแม้แต่จะเป็นลักษณะที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาผู้คนในยุคสมัยมีการพัฒนาโครงสร้างในการใช้ชีวิตอยู่กับการปรับปรุงโครงสร้างการใช้ชีวิตที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลักษณะการเรียนรู้รูปแบบต่างๆของผู้คนในการพัฒนาตลอดเวลา ให้มีประสิทธิภาพหรือแม้แต่จะเป็นการสร้างสรรค์งานต่างๆที่การใช้ชีวิตหรือแม้แต่จะเป็นการปรับปรุงรูปแบบในการรับรู้เรื่องราวต่างๆ

ในยุคปัจจุบันก็มีการพัฒนาตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่นละครเวทีก็เป็นอีกหนึ่งงานศิลปะหรือสุนทรียภาพแห่งการรับรู้ไม่ว่าจะเป็นบทละครงานเขียนต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของการแสดงต่างๆก็เป็นศิลปะเช่นเดียวกัน ข้อพิสูจน์ว่าในยุคปัจจุบันรูปแบบงานศิลปะมีการเปลี่ยนแปลง

และการปรับปรุงตลอดเวลาให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นหรือแม้แต่จะเป็นการปรับปรุงโครงสร้างของผู้คนที่มีการพัฒนาตลอดเวลา ผู้คนในยุคสมัยโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีการเผยแพร่งานศิลปะในรูปแบบต่างๆอยู่ตลอดเวลา

นี่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ในยุคปัจจุบันการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนแม้จะเป็นการรับรู้เรื่องราวต่างๆส่วนทะเลภาพเรื่องราวต่างๆมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้คนมีความต้องการในการพัฒนาคุณภาพในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆอยู่ตลอดเวลาอย่างไรก็ตามที่จะเป็นสำคัญอย่างยิ่งที่ในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของผู้คนมีการเพิ่มลักษณะการใช้ชีวิตในรูปแบบต่างๆที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub casinoทดลองเล่น

ยุคโรมันและการเติบโตของงานศิลปะโดยพัฒนามาจากกรีก

ยุคสมัยต่างๆมีการพัฒนาเกี่ยวกับนักศึกษาหรือไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยพัฒนารูปแบบทางด้านศิลปะ การเปลี่ยนแปลงการทำงานหรือแม้แต่จะเป็นวัฒนธรรมส่งผลให้การไฟฟ้ามีประสิทธิภาพมากขึ้นในการส่งต่อเรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการบันทึกสิ่งต่างๆในยุคปัจจุบันก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งอย่างไรก็ตามผู้คนแต่ยุคสมัยก็มีลักษณะในการทำงานที่แตกต่างกันออกไป

หรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของงานศิลปะเองก็มีรูปแบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น Homo sapiens คือสปีชีส์ที่มีการพัฒนามากที่สุดนั่นก็คือมนุษย์ของเรานั่นเองเป็นการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการส่งต่อเรื่องราวต่างๆ การเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ถึงแม้จะเป็นการพัฒนาการทำสงครามในกลางผู้คนส่วนใหญ่จึงมีการพัฒนารูปแบบทางความคิดถึงแม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการใช้ชีวิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตามโดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน การใช้ชีวิตของผู้คนที่มีการพัฒนาอยู่เสมอส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบทางด้านสังคมและวัฒนธรรมต่างๆก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน

โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีการพัฒนาการทำงานหรือแม้แต่จะเป็นศักยภาพในการผลิตสื่อต่างๆมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งผู้คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงรูปแบบการทำงานหรือแม้แต่จะเป็นการขยายพื้นที่ทางด้านความคิดหรือแม้แต่จะเป็นสังคมได้ยกตัวอย่างเช่นในยุคโรมันซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่เติบโตมาจากศิลปะในยุคกรีก เป็นส่วนการพัฒนาเมื่อในส่วนของโรมันมีการขยายพื้นที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น

หรือแม้แต่จะขยายอาณาเขตนี่จึงส่งผลให้ศิลปะในยุคต่างๆมีรูปแบบการทำงานหรือการสืบทอดรูปแบบที่แตกต่างกันไปอย่างไรก็ตามโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจในการศึกษาเรื่องราวต่างๆ หรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของงานศิลปะต่างๆมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาให้ผู้คนในยุคหลังได้มีการศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การแพร่ขยาย ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม หรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของ ศาสนาซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่เข้าถึงทุกคนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

อะไรก็ตามเมื่อมนุษย์หรือโฮโมเซเปียนส์ได้มีลักษณะที่เข้ากันไม่ว่าจะเป็นความเชื่อศาสนาหรือแม้แต่จะเป็นงานศิลปะต่างๆเหล่านี้ จึงส่งผลให้มีพฤติกรรมที่ไปในแง่ดีนะคือการทำอะไรร่วมกันหรือแม้แต่จะเป็นการขยายอาณาจักร นี่จะเป็นสำคัญอย่างยิ่งที่อยู่ประมาณมีส่วนหรือผลกระทบต่อยุคกรีกทั้งด้านงานศิลปะ

ไม่ว่าจะเป็นการแพร่ขยายงานศิลปะหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ซึ่งในยุคปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่ก็มีการศึกษาเรื่องราวหยุดตลอดเวลาเพื่อศึกษาเรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุคอดีตว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้างหรือแม้แต่จะเป็นวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของผู้คน 

 

 

สนับสนุนโดย  สล็อต ยิงปลา ฝากขั้น ต่ำ 100