Skip to main content

การออกแบบด้วยหลักการทางศิลปะ

      การออกแบบนั้นถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของศิลปะเพราะจะต้องมีการสร้างสรรค์และนำสิ่งต่างๆมาประยุกต์ใช้ให้เกิดความสวยงาม การออกแบบนั้นจึงถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากเพราะก่อนที่เราจะลงมือสร้างสรรค์ศิลปะนั้นการออกแบบถือว่าเป็นสิ่งที่ช่วยในการลดความผิดพลาดต่อผลงานที่เราจะสร้างสรรค์

ดังนั้นแล้วในการออกแบบจึงมีหลักการในดารออกแบบอยู่เช่นกันเพื่อให้ผลงานนั้นออกมาสมบูรณ์แบบและสวยงามที่สุด มาดูกันว่าผลงานที่จำเป้นต้องมีการใช้การออกแบบนั้นมีหลักการในการออกแบบอย่างไรบ้างและแต่ละส่วนนั้นมีความสำคัญและจำเป็นอย่างไร

สิ่งแรกที่เป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างความสวยงามให้กับภาพและเป้นสิ่งที่ทำให้เมื่อคนมองนั้นแล้วรู้สึกว่านี่แหละคือศิลปะก็คือในเรืองของดุลยภาพหรือที่เรานั้นคุ้นเคยกับคำว่า Balance นั่นเอง สำหรับดุลยภาพของการออกแบบนั้นก็คือการที่เรานั้นสร้างให้เกิดความสมดุลระหว่างด้านซ้ายและด้านขวา และความสมดุลนั้นก็แบ่งออกเป็นสองแบบก็คือควงามสมดุลแบบสมมาตรจะมีลักษณะที่ภาพการออกแบบทางด้านซ้ายและภาพทางด้านขวามีลักษณะที่เหมือนกันไม่มความผิดแปลกไปจากกันแม้แต่ในจุดเดียว

เพราะถ้าหากผิดแปลกไปก็จะทำให้การออแบบในลักษณะนั้นไม่ใช่ความสมดุลแบบสมมาตรและอีกลักษระหนึ่งนั้นก็คือการออกแบบสมดุลอสมมาตรก็คือการออกแบบที่ทั้งสองข้างซ้ายละขวานั้นมีลักษณะการออกแบบที่แตกต่างกันแต่เมื่อนำมาตั้งวางและจัดเรียงแล้วนั้นเกิดความสมดุลหรือให้ความรู้สึกที่สมดุลนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นรูปทรง สีและน้ำหนัก ก็สามารถที่จะเป็นการออกแบบในลักษณะสมดุลได้เช่นกัน

ความกลมกลืน (Harmony) เป็นการออกแบบในลักษณะที่จัดองค์ประกอบขึ้นมาให้มีลักษณะที่ประสานกลมกลืนและมีความเข้ากันอย่างลงตัว ซึ่งการออกแบบในลักษณะนี้นั้นก็จะช่วยในเรื่องของความสบายจาและเมื่อมองแล้วเราจะรู้สึกผ่อนคลายและไม่รู้สึกขัดแย้งหรือถ้าหากต้องการจัดองค์ประกอบในลักษณะ Contrast

หรือการจัดองค์ประกอบแบบขัดแย้งก็สามารถที่จะทำได้ซึ่งการออกแบบในลักษณะนี้นั้นก็เพื่อทำให้เกิดจุดเด่นในภาพหรือสิ่งเหล่านั้นนั่นเอง โดยจุดเด่นนั้นเป็นการออกแบบในลักษณะที่ต้องการเรียกร้องความสนใจหรือให้เห็นถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจนเป็นการจัดองค์ประกอบด้วยการใช้เส้น สี จุด รูปทรง

สัดส่วน (Propotion) เป็นการแบ่งการออกแบบเป็นสองส่วนตามความเหมาะสม โดยมีสัดส่วนในลักษณะมาตรฐานหรือสัดส่วนอิสระก็เป็นสิ่งที่จะช่วยททำให้การออกแบบนั้นมีความสวยงามากขึ้นและมีความแปลกใหม่ด้วย ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้หากนำไปใช้ในการออกแบบก็จะได้ผลงานที่มีความสวยงามและเหมาะสมได้อย่างแน่นอน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  SA gaming สมัคร

อัศจรรย์ประติมากรรมที่ทั่วโลกยังกล่าวถึง

The Man Who Measures the Clouds โดยผู้สร้างผลงานชิ้นนี้คือ แยน ฟาร์บ สิ่งที่ต้องการสื่อถึงคือ การต่อสู้เพื่อวัดค่าสิ่งที่ไม่บางทีไม่อาจวัดได้ ผลงานที่ไม่ซ้ำใครมีขนาด 9 เมตร โดยเสนอออกมาในรูปแบบของประติมากรรมชายคนหนึ่งที่มีความมานะที่จะวัดก้อนเมฆด้วยไม้บรรทัด โดยสื่อถึงผู้ที่บากบั่นสำหรับการทำสิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้ ตามที่พวกเราไม่เคยหยุดปรับปรุงตนเองในฐานะมนุษยชาติ หรือคำกล่าวสอนของ                     บรรพบุรุษที่บอกไว้ว่ามนุษย์เป็นตัวชี้วัดทุกสิ่งทุกอย่าง

Inertia and The Bankers ผู้สร้างผลงานชิ้นนี้คือ Jason deCaires Taylor สื่อถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับทางสังคมแล้วก็เรียกร้องความรับผิดชอบจากมนุษย์

เป็นผลงานประติมากรรมใต้น้ำถูกสร้างขึ้นมาจำนวนมาก โดยเปิดเผยให้ถึงปัญหาเกี่ยวกับทางสังคมยุคใหม่ที่ยึดติดในด้านวัตถุและก็ได้รับอิทธิพลจากสื่อมากเกินความจำเป็น ผลงานชั้นดีเลิศชุดนี้ยังปฏิบัติหน้าที่เป็นบ้านให้กับต้นปะการังแล้วก็สิ่งมีชีวิตทางทะเลที่เสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ในหลายพื้นที่บนโลก โดยเจสันนั้นเพียรพยายามสื่อถึงการคุ้มครองป้องกันโลกของพวกเรา 

Absorbed by Light ผลงานชิ้นนี้ต้องการที่จะบอกพวกเราในหัวข้อการคลั่งไคล้ในวัสดุอุปกรณ์รวมทั้งเทคโนโลยีมากจนเกินไป

เป็นประติมากรรมรูปปั้นคน 3 คนนั่งบนม้านั่ง โดยทั้งหมดทั้งปวงต่างจ้องไปที่สมาร์ทโฟนจนกระทั่งไม่ใส่ใจกันและกัน ผลงานชิ้นนี้ต้องการจะสื่อถึงการที่พวกเราดำเนินชีวิตเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีรุ่นใหม่มากเกินไป ทำให้หลุดการเชื่อมต่อจากชีวิตจริง

The Miraculous Journey โดยผู้สร้างผลงานชิ้นนี้ต้องการแสดงถึงความเป็นไปของการเจริญเติบโตของทารกในท้องมารดา

ประติมากรรมอันน่ามหัศจรรย์ชิ้นนี้ตั้งอยู่ที่ศูนย์การแพทย์โดฮา ประเทศกาตาร์ ซึ่งมีประติมากรรมทั้งหมด 14 ชิ้น โดยแสดงระยะเวลาของการเจริญเติบโตของเด็กแรกเกิดในท้องคุณแม่จนกระทั่งวันที่เกิด สื่อถึงการเดินทางที่ดีที่สุดในชีวิตมนุษย์ ผลงานเป็นที่คัดค้านกันอย่างยิ่งในกลุ่มคนตะวันออก และบางทีก็ต้องหาบางสิ่งมาคลุมผลงานชิ้นนี้อยู่เรื่อยๆ 

 

เด็กน้อยเนลโล กับสุนัขปาทราช เป็นรูปปั้นที่สร้างขึ้นบริเวณมหาวิหารเลดี้ มีรูปปั้นของเด็กน้อยที่พักผ่อนโดยหลับไหลอยู่กับหมาของเขาภายใต้ผ้าที่เอาไว้สำหรับห่มผิวถนน แรกเห็นอาจทำให้ยกย่องในความน่ารักน่าเอ็นดูแน่ๆ แม้กระนั้นตามที่เป็นจริงแล้วมันมีที่มาที่แสนโศกเศร้า หดหู่แอบซ่อนไว้ ผลงานประติมากรรมนี้ต้องการจะสื่อถึงเรื่องของเนลโลแล้วก็หมาช่วยเหลือของเขาปาทราช ซึ่งเป็นนิทานที่เป็นที่รู้จักในศตวรรษที่ 19 โดยนำเสนอถึงเนลโลที่พบเจอความลำบากตรากตรำสำหรับเพื่อการดำเนินชีวิต การต่อสู้เพื่อเอาชนะความโหยหิวและก็ตอนท้ายจำเป็นต้องเสียชีวิตจากความหนาวในโบสถ์โดยมีเพื่อนรักของเขาอยู่ข้างเคียงกาย

ยังมีประติมากรรมอีกมากมาย ที่มีชื่อเสียงระดับโลกที่รอให้ทุกคนได้มีโอกาสไปเยี่ยมชม การสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรม หรือศิลปะต่างๆ ออกมานั้นย่อมมีคุณค่าเสมอ โดยผู้คนจะเห็นค่าหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่ว่าแต่ละคนสามารถตีความหมายได้หรือไม่ แต่ไม่ว่าอย่างไรศิลปินทุกคนก็ยังคงสร้างสรรค์และพัฒนาผลงานออกมาอยู่เสมอ เพื่อที่ศิลปะจะยังคงอยู่คู่กับมนุษย์ตลอดไป

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนสด

ประติมากรรมชั้นยอด King David

หลายคนคงจะคุ้นชินกับประติมากรรมชั้นยอดของโลกอย่าง ประติมากรรมผู้ชายเปลือยกายอย่างแน่นอน นั่นคืองานประติมากรรมของจิตรกรชั้นเอกของโลกนั่นเอง ชื่อที่พวกเราคุ้นเคยเป็นอย่างดีนั่นก็คือ ไมเคิล แองเจโร่นั่นเอง โดยแองเจโร่นั้นไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์ในด้านประติมกรรมเท่านั้นเขายังมีความสามารถอีกหลากหลายด้านในความเป็นศิลปะ

และจากความสามารถที่เขานั้นมีและสามารถที่จะสร้างสรรค์ผลงานได้มากมายนี้นั้นก็เป็นเพราะว่าเขาสามารถที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจ เกี่ยวกับศาสตร์ทางด้านศิลปะที่มากกว่าการสร้างสรรค์ในด้านประติมกรรมเท่านั้น แต่ผลงานที่ทำให้เขานั้นมีชื่อเยงและได้รับการยกย่องเลยนั้นก็คือผลงานด้านประติมากรรม

อย่างการแกะสลักเป็นงานประติมากรรมชั้นยอดในรูปผู้ชายที่โป๊เปลือยและเห็นอวัยเพศนั่นเอง ซึ่งผลงานชิ้นนี้นั้นถูกยกย่องเป็นศิลปะชิ้นเอกของโลกด้วย เนื่องจากผลงานการสร้างสรรค์ในลักษณะนี้นั้นเป็นสิ่งแปลกใหม่ในยุคนั้นอย่างมากและเป็นสิ่งที่ยังไม่มใครคิดค้นและสร้างสรรค์ศิลปะด้านประติมากรรมแนวนี้ จึงทำให้ประตอมากกรม King David นั้นเป็นผลงานศิลปะด้านประติมากรรมที่น่าสนใจในยุคนั้นอย่างมาก

เมื่อแองเจโร่นั้นสร้างประติมากรรมที่เป็นผลงานชิ้นนี้ขึ้นมา ก็ทำให้หลายคนนั้นเกิดความสงสัยว่า ทำไมเดวิดจึงต้องเปลือยกาย โดยในช่วงที่แองเจโร่นั้นสร้างสรรค์ผลงานนี้เป็นช่วงที่เรียกว่ายุคเรนาซิงค์เป็นยุคแห่งการฟื้นฟูและมีการสร้างสรรค์ศิลปะแบบใหม่ๆขึ้นมา ดดยการฟื้นฟูนี้นั้นเป็นการฟื้นฟูโดยการนำความเป็นศิลปะที่แขนงมาผสมผสานกันให้เกิดเป็นศิลปะที่แปลกและมีความแตกต่างจากศิลปะในยุคเก่าๆ

แต่มีการนำความเป็นศิลปะเก่าๆขึ้นมาฟื้นฟูเพื่อให้เกิดศิลปะใหม่ด้วยนั่นเอง ทำให้แองเจโรนั้นคิดถึงปรัชญาหนึ่งของกรีกที่มีการบันทึกไว้หลังจากที่อาณาจักรกรีกโรมันนั้นได้มีการล่มสลายไปแล้วว่า ร่างการของคนเรานั้นเป็นสิ่งที่มีส่วนผสมของการที่จะทำให้เกิดความสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง และเป็นสิ่งที่มีความลงตัวที่สุดในธรรมชาติ

ดังนั้นแล้วการที่จะแสดงหรือโชว์เรือนร่างที่มีการเปลือยเปล่าในช่วงยุคกรีกโรมันนั้นจึงเป็นสิ่งที่ดีและสวยงาม ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความลามกหรือความอนาจารณ์แต่กลับมองได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความสวยงามนั่นเอง

เมื่อแองเจโร่ได้อ่านบันทึกที่เป็นปรัชญาของกรีกโรมันนี้นั้น จึงเป็นสิ่งที่ผลักดันและจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ในการสร้าง เดวิดขึ้นมานั่นเอง และถือว่าการสร้างสรรค์ประติมากรรมชิ้นนี้ขึ้นมานั้นก็เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในความสวยงามของเรือนร่างมนุษย์ ให้คนรุ่นหลังได้ตะหนักถึงความสวยงามและความสมบูรณ์แบบที่มีการผสมผสานระหว่างความเป็นจริงและสิ่งที่เป็นศิลปะนั่นเอง ประติมากรรมชั้นยอดนี้นั้นจึงถูกบันทึกในประวัติศาตร์โลกด้วย เพราะเป็นผลงานที่สร้างสรรค์และเป็นสิ่งที่ล้ำค้าอย่างมาก

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ยูฟ่าเบท365

ตำนานพิธีบูชายัญในจังหวัดราชบุรี

        เมื่อประมาณปี 2547 ได้มีเหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญเกิดขึ้นที่จังหวัดราชบุรีเมื่อมีคนร้ายทั้งหมด 4 คนได้มีการฆ่าปาดคอเด็กผู้หญิงอายุ 12 ปีโดยทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าพวกเขากำลังทำพิธีบูชายัญพระอินทร์โดยใช้ร่างกายของหลานสาวของตนเองวัย 12 ปีเป็นเครื่องบูชายัญโดยหวังว่าพระอินทร์นั้นจะทรงช่วยเหลือพวกเขาทั้ง 4 คนโดยเรื่องราวในครั้งนี้เกิดขึ้น

เมื่อมีครอบครัวหนึ่งซึ่งอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 คนโดย 4 คนนั้นเป็นแม่และป้าป้าของเด็กหญิงวัย 12 ขวบซึ่งเด็กหญิงวัย 12 ขวบนั้นเกิดมาเนื่องจากว่าแม่ของเธอนั้นถูกข่มขืนจนตั้งครรภ์แต่หลังจากที่ท้องแล้วแม่ของเธอก็เลี้ยงดูเธอเรื่อยมาจนเมื่อเด็กหญิงอายุ 12 ขวบแม่ของเธอก็สั่งให้ป้าป้านั้นพากันจับเธอแล้วปาดคอเพื่อเอาเลือดของเธอนั้นมาบูชายัญ

โดยชาวบ้านได้บอกกันว่าครอบครัวของเด็กหญิงวัย 12 ขวบนั้นเป็นผู้ที่คลั่งไคล้เกี่ยวกับเรื่องของพระอินทร์เป็นอย่างมากอย่างไรก็ตามในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าไปช่วยเหลือเด็กหญิงนั้นก็พบว่าเด็กหญิงถูกปาดคอเสียชีวิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยแม่ของเด็กหญิงบอกว่าที่ต้องฆ่าปาดคอเด็กหญิงนั้นก็เพื่อที่จะได้ให้วิญญาณของเด็กหญิงได้ไปเข้าเฝ้าพระอินทร์

เนื่องจากว่าเด็กหญิงนั้นคือสิ่งชั่วร้ายที่กลับชาติมาเกิด ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมฆาตกรทั้ง 4 คนเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงได้ส่งหญิงทั้ง 4 คนนั้นไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลทางประสาทโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชื่อว่าทั้ง 4 คนนั้นมีอาการทางจิตจึงได้ลงมือฆ่าลูกและหลานสาวของตนเองนั่นเอง

       สำหรับเรื่องเล่าเกี่ยวกับเรื่องของการบูชายัญที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมานี้เป็นข่าวโด่งดังใหญ่โตเป็นอย่างมากเมื่อประมาณปี 2547 และยังสร้างความหวาดกลัวให้กับคนจังหวัดราชบุรีนับตั้งแต่นั้นจนถึงปัจจุบันซึ่งในตอนนี้บ้านที่ทั้ง 4 คนอยู่อาศัยอยู่ยังคงถูกปล่อยให้เป็นบ้านร้างและไม่มีชาวบ้านคนไหนกล้าที่จะเข้าไปใกล้ๆกับบ้านหลังดังกล่าวอีกเลยส่วนทั้ง 4 คนนั้นก็ยังคงถูกส่งตัวรักษาตัวอาการทางประสาทในโรงพยาบาลและยังไม่เคยถูกปล่อยตัวออกมาจากโรงพยาบาลนับตั้งแต่นั้นอีกเลย

         สำหรับเรื่องเล่าที่เป็นตำนานที่น่ากลัวนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับคนในหมู่บ้านเป็นอย่างมากถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนแล้วก็ตามแต่เรื่องเล่านี้ก็ยังคงมีการเล่าให้ลูกหลานได้ฟังกันถึงความน่ากลัวของสี่พี่น้องที่ได้ก่อเหตุฆาตกรรมหลานสาวและลูกสาวของตนเองเพียงเพราะความเชื่อเกี่ยวกับการบูชาพระอินทร์ซึ่งในปัจจุบันนี้วิธีการบูชายัญนั้นได้หายสาบสูญไปแล้วและในปัจจุบันเราไม่เคยพบเห็นการบูชายัญแบบนี้มานานแล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub ทดลองเล่นฟรี

สุสานโสเภณีที่ประเทศไทย

        ซึ่งตำนานนี้มีการพูดถึงซ่องโสเภณี ที่หลายคนมักเรียกกันว่าซ่องแห่งความตาย สำหรับสุสานโสเภณีนี้เรียกได้ว่าเป็นตำนานที่น่ากลัวมากที่สุดในประเทศไทยตำนานหนึ่งเลยทีเดียวซึ่งสถานที่เกิดเหตุนั้นเป็นซ่องร้างแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรีซึ่งแต่เดิมนั้นสถานที่แห่งนี้ถูกเปิดเอาไว้เพื่อให้ผู้ชายมาซื้อบริการและแน่นอนว่าผู้หญิงที่ทำงานอยู่ที่ซ่องโสเภณีแห่งนี้หลายคนอาจจะเต็มใจ

แต่ก็มีหลายคนที่ไม่เต็มใจและพวกคนที่ไม่เต็มใจนั้นก็ถูกซ้อมทารุณกรรมจนตายหรือบางคนก็ตายเพราะการถูกฆ่าเนื่องจากว่าต้องการหนีออกจากป้อมแห่งนี้อีกทั้งบางคนก็เกิดติดโลกจากผู้ที่มาใช้บริการจนเสียชีวิตและยังมีคนที่ถูกบังคับให้ทำแท้งซึ่งบางคนก็เสียชีวิตแต่บางคนก็ต้องเสียลูกไปถ่ายในซ่องแห่งนี้หลายคนถูกหลอกลวงให้มาขายบริการ

เนื่องจากในสมัยโบราณนั้นคนไม่ค่อยมีความรู้มากนักโดยส่วนใหญ่แล้วผู้มีอิทธิพลมักจะไปหลอกลวงหญิงสาวที่อยู่ทางภาคเหนือซึ่งเป็นกลุ่มหญิงสาวชาวดอยโดยหลอกว่าจะพามาทำงานในกรุงเทพฯแต่เมื่อพามาจริงๆก็จะพามาแวะที่จังหวัดกาญจนบุรีและให้มาทำงานที่ซ่องแห่งนี้และถ้าหากใครคิดหนีและไม่ยอมทำงานก็จะถูกซ้อมถูกตบตีหากใครทนไม่ได้ก็อาจจะถึงตายได้อย่างไร

ก็ตามเรื่องราวความหลอกหลอนนี้เริ่มต้นขึ้นหลังจากที่มีหญิงสาวหลายคนต้องเสียชีวิตภายในซ่องแห่งนี้ ตกกลางคืนผู้ชายที่มาใช้บริการที่ซ่องแห่งนี้มักจะพบเห็นวิญญาณของหญิงสาวร่วมเดินปะปนอยู่กับผู้หญิงขายบริการคนอื่นๆทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่ซ่องต่างพากันหวาดกลัว แต่ในที่สุดก็ไม่มีใครมาเที่ยวที่นี่จนเจ้าของต้องปิดกิจการลงหลังจากนั้นก็ปล่อยให้ที่นี่กลายเป็นที่รกร้างและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาในช่วงเวลายามค่ำคืน

ผู้คนที่อยู่ใกล้กับบริเวณที่ซ่องแห่งนี้อยู่มักจะได้ยินเสียงของหญิงสาวร้องโหยหวนขอความช่วยเหลือหรือบางทีก็จะได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวต่างด้าวรือกันถึงความน่ากลัวของสุสานโสเภณีแห่งนี้และเรื่องราวความน่ากลัวนี้ก็ขยายวงกว้างไปทั่วจนกลายเป็นที่เลื่องลือของคนต่างประเทศมีสถานที่น่ากลัวนี้อยู่ในประเทศไทยด้วย

ซึ่งเคยมีช่องที่ทำรายการเกี่ยวกับผีเคยมาถ่ายรายการอยู่หลายรายการเลยทีเดียวและผู้คนส่วนใหญ่ที่มาถ่ายรายการเกี่ยวกับผีที่สุสานโสเภณีแห่งนี้ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเขาได้เห็นวิญญาณของหญิงสาวที่ยังคงวนเวียนอยู่ยังไม่มีไปฝึกไปเกิดแม้จะผ่านไปเป็นเวลานานหลายปีแล้วก็ตาม

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   เซ็กซี่ บาคาร่า ขั้นต่ำ10บาท

ตำนานตุ๊กตาไล่ฝน

สำหรับตุ๊กตาไล่ฝนนั้นเป็นตุ๊กตาของชาวญี่ปุ่นซึ่งตุ๊กตานี้มีมาตั้งแต่  400 กว่าปีแล้วซึ่ง กว่าปีแล้วซึ่งว่ากันว่าเกิด กว่าปีแล้วซึ่งว่ากันว่าเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยเอโดะ โดยตุ๊กตาไล่ฝนนั้นเป็นการนำตุ๊กตาสีขาวไปแขวนไว้ตามต้นไม้หรือแขนไว้แถวบริเวณชายคาของบ้านเพื่อเป็นการขจัด เมฆฝนไม่ให้ฝนตกนั่นเองสำหรับตำนานของตุ๊กตาไล่ฝนนั้นมีมาอย่างยาวนานแล้ว

ว่ากันว่าเกิดขึ้นมาเนื่องจากว่ามีความเชื่อว่าในสมัยก่อนนั้นการที่เกิดฝนตกหนักหรือเกิดอุทกภัยต่างๆเกิดมาจากการที่พญามังกรเป็นผู้ดลบันดาลให้เกิดแม่ฝนทำให้ทุกครั้งที่ฝนตกหนักชาวบ้านมักจะได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากในที่สุดก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเธอใส่ชุดสีขาวสะอาดปลาเธอรับอาสากับชาวบ้านว่าเธอจะไปขอร้องพญามังกรไม่ใช่ฝนตกและจะให้ช่วยขจัดแม่ฝนออกจากท้องฟ้าหลังจากนั้น

เธอจึงได้ปีนขึ้นไปบนหลังคาและขึ้นไปขอร้องพญามังกรอย่างไรก็ตามตำนานบอกว่าเธอนั้นได้ขึ้นสู่สรวงสวรรค์แต่ก่อนที่เธอจะไปบนสวรรค์นั้นที่บอกกับชาวบ้านว่าหากวันไหนที่เกิดฝนตกหนักหรือเมฆฝนมาให้นำตุ๊กตาสีขาวมาแขวนไว้โดยให้ตัดตุ๊กตาเป็นลักษณะรูปร่างคล้ายกับเธอมาแขวนไว้บนหลังคาบ้านจะสามารถช่วยปัดเป่าแม่ฝนออกไปได้และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้น

มาทุกครั้งที่ฝนเริ่มตั้งเขาชาวบ้านก็จะตัดตุ๊กตาเป็นรูปของหญิงสาวไปแขวนไว้บนหลังคาบ้านซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีการนำตุ๊กตาไล่ฝนมาแขวนไว้บริเวณที่สูงหรือหลังคาบ้านช่วงประมาณเดือน 6 ซึ่งเป็นช่วงที่ตรงกับฤดูฝนที่ตกหนักมากที่สุดนั่นเองและตามความเชื่อนี้หากเมื่อแขวนตุ๊กตาไล่ฝนเสร็จแล้วถึงแม้ว่าท้องฟ้าจะมืดครึ้มมากแค่ไหนแต่สักพักท้องฟ้า

ก็จะกลับมาเป็นสีฟ้าครามสดใสเหมือนเดิมดังนั้นนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาธรรมเนียมการแขวนตุ๊กตาไล่ฝนจึงมีมาจนถึงปัจจุบันซึ่งในขณะนี้หากใครที่เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นโดยไปแถวตามชนบทต่างๆก็จะยังคงเห็นตุ๊กตาไล่ฝนที่แขวนไว้ตามบ้านเรือนของประชาชนชาวญี่ปุ่นหรือแม้แต่ตามตัวการ์ตูนเราก็มักจะเห็นการแขวนตุ๊กตาไล่ฝนให้ชม

ซึ่งถือว่าเป็นวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่นโดยตรงสำหรับวิธีการทำตุ๊กตาญี่ปุ่นนั้นผู้คนส่วนใหญ่มักจะสร้างตุ๊กตาที่มีขนาดเพียงแค่ประมาณ 8 นิ้วเท่านั้นโดยวิธีการสร้างก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะนำผ้าสีขาวสะอาดเป็นรูปสี่เหลี่ยมหลังจากนั้นก็หาวัสดุที่มีก้อนกลมๆเอาไปเย็บผ้าข้างในแล้วมัดทำเป็นหัวใส่หน้าตาแล้วนำไปห้อยไว้ตามประตูหน้าต่างเพียงเท่านี้หากเมฆฝนครึ้มมาเจอตุ๊กตาไล่ฝนเข้าไปท้องฟ้าก็สว่างสดใสทันที

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่าออนไลน์

ตำนานตุ๊กตาเสียกบาล

    สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของตุ๊กตาซึ่งตุ๊กตาในประเทศไทยนั้นมีมากมายหลายชนิดและหนึ่งในนั้นก็คือตุ๊กตาเสียกบาล  ปัจจุบันตุ๊กตาเสียกบาลคนอาจจะไม่ค่อยรู้จักกันเท่าไหร่นักแต่ถ้าเป็นคนในสมัยโบราณแล้วก็รู้จักตุ๊กตานี้กันเป็นอย่างดีทีเดียวซึ่งตุ๊กตาชนิดนี้ว่ากันว่ามีการทำเลียนแบบขึ้นมาท่าทางของคน

ซึ่งมีการทำมาตั้งแต่ในสมัยโบราณโดยเชื่อว่าเป็นตั้งแต่สมัยช่วงสุโขทัยการปั้นตุ๊กตาเสียกบาลนั้นเป็นการปั้นตุ๊กตาในรูปแบบต่างๆให้มีลักษณะท่าทางคล้ายกับคนแต่การปั้นตุ๊กตาชนิดนี้ตัวตุ๊กตานั้นมักจะไม่ค่อยมีความน่ารักหรือสวยงามมากนักเพราะว่าตุ๊กตาเสียกบาลจะเอาไว้ใช้แทนตัวคนที่ใกล้จะตายหรือคนที่มีเคราะห์หนักดังนั้นลักษณะของการปั้นจึงปั้นแค่เพียงผิวเผินเท่านั้น

เพราะเมื่อปั้นเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะต้องมีการทำลายตุ๊กตาชนิดนี้อยู่แล้วโดยว่ากันว่าตุ๊กตาเสียกบาลนั้นจะมีการปั้นให้เหมือนกับคนที่เรากำลังต้องการทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้เช่นถ้าหากใครเจ็บป่วยใกล้จะตายหรือแม้แต่หญิงท้องแก่ที่ใกล้จะคลอดแล้วก็มักจะมีการทำตุ๊กตาเสียกบาลขึ้นมาให้มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับคนคนนั้นหลังจากนั้นก็ทำพิธีสวดมนต์

และหักคอตุ๊กตาตัวนั้นโดยสาเหตุที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพราะว่าต้องการให้กลายมาเป็นตัวตายตัวแทนของคนที่เจ็บป่วยไม่สบายและคนกำลังใกล้คลอดซึ่งเชื่อกันว่าหากผีมาเห็นว่าเรานั้นได้มีการส่งตัวแทนเป็นตุ๊กตาเสียกบาลที่ถูกหักคอให้ไปแล้วสีก็จะไม่มาเอาชีวิตคนที่ไม่สบายหรือคนที่ใกล้คลอดนั่นเอง 

     สำหรับตุ๊กตาเสียกบาลนั้นนับได้ว่าเป็นเครื่องปั้นดินเผาที่มีความเก่าแก่มาอย่างยาวนานซึ่งปัจจุบันมีตุ๊กตาเสียกบาลในลักษณะรูปร่างต่างๆที่ถูกนำมาโชว์ในพิพิธภัณฑ์ปัจจุบันนี้ตุ๊กตาเสียกบาลถือว่าได้เป็นเครื่องสังคโลกที่มีการเคลือบไว้อย่างสวยงาม สำหรับการทำพิธีปั้นตุ๊กตาเสียกบาลนั้นเกิดขึ้นในประเทศไทยและเกิดขึ้นทุกภาคของประเทศไทย

ซึ่งจะมีการถ่ายทอดพิธีกรรมตกทอดกันมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่ามาจนถึงรุ่นหลานส่วนใหญ่แล้วเมื่อมีการหักคอตุ๊กตาเสียกบาลเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะนำร่างของตุ๊กตาเสียกบาลที่ถูกหักคอหรือหักแขนหักขาไปทิ้งไว้ตรงบริเวณทางสามแพร่งเพราะถือว่าการหักแขนหักขาตุ๊กตาเสียกบาลนั้นเป็นการสะเดาะเคราะห์อย่างหนึ่ง

ฉะนั้นจะถูกปั้นเป็นรูปผู้หญิงก็ได้หรือผู้ชายก็ได้แล้วแต่ว่าคนที่เจ็บไข้ได้ป่วยนั้นเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายและมักจะมีการปั้นในอิริยาบถต่างๆไม่ว่าจะเป็นการปั้นแบบอุ้มลูกหรืออาจจะปั้นด้วยการถือข้าวของเครื่องใช้ต่างๆก็มี

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่น gclub

จากปีศาจเหนียน สู่ต้นกำเนิดวันตรุษจีน

วันตรุษจีนที่มีต้นกำเนิดจากปีศาจ เพื่อนๆหลายๆคนอาจจะไม่เคยรู้ว่า วันสำคัญของคนจีนหรือ วันตรุษจีน นั้นเริ่มต้นมากจากปีศาจที่แสนน่ากลัว นั้นก็คือ “ปีศาจเหนียน” นั้นเอง ซึ่งปีศาจเหนียนนั้นเป็นสัตว์ที่ดุร้ายและน่ากลัว นั้นเอง ด้วยรูปลักษณ์ และ นิสัยที่น่ากลัวของปีศาลเหนียนเลยทำให้ชาวจีนนั้นหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง

โดยปีศาจเหนียน หรือ ชาวจีนเรียกกันสั้นๆ ว่า เหนียน นั้น จะออกมาในใกล้หมดฤดูหนาว และกำลังจะเขาฤดูใบไม้ผลินั้น เหนียน นั้นจะออกมาเพื่อทำร้ายและล่าผู้คนเพื่อเป็นอาหาร ดังนั้นเมื่อถีงช่วงเวลาที่ เหนียน จะออกมาล่าผู้คน ชาวบ้านจีนจะทำการกักตุนอาหารและปิดบ้านเพื่อทำเหมือนไม่มีใครอยู่ แต่ด้วยว่าเหนียนเองก็ฉลาดไม่น้อย หากมีอะไรที่ผิดสังเกตุ เหนียน ก็จะรู้ว่ามีคนอยู่

แต่ในทางกลับกัน ถ้าชาวบ้านจีน รอดจากคืนของการล่าอาหารของเหนียนได้แล้ว ก็เปิดประตูออกมาแสดงความยินดี และอวยพรกันที่ไม่ถูกเหนียนทำร้าย จากเรื่องเล่าขานมาช้านาน มักจะบอกว่า เหนียนนั้น มีหน้าตาดุร้าย มีขนรุงรังและตัวใหญ่ กำลังแรงเยอะ และมีเล็บยาวแหลมคม ดังนั้นชาวบ้านจะกลัวและระวังตัวในคืนที่เหนียนต้องออกล่านั้นเอง 

และนี่เองก็คือจุดเริ่มต้นของวันตรุษจีนนั้นก็เพราะว่า คืนที่เหนียนต้องออกล่าผู้คน เหนียนไปได้ที่หมู่บ้านแรก และเห็นเด็กๆกำลังเล่นแส้ ฟาดไปมา เสียงดัง ทำให้เหนียนเห็นและได้ยินแล้วรู้สึกกลัวจึงเดินทางไปหมู่บ้านที่ 2 และเจอกับผ้าสีแดงฉูดฉาน เหนียนที่เห็นสีแดงนั้นแล้วเกิดตดใจและวิ่งหนีไปอีก ไปยังหมู่บ้านที่ 3นั้น เหนียนได้เห็นองไฟลุกโชนและแสงเจิดจ้า

พอเหนียนเห็นแล้วเกิดความหวาดกลัวและเผ่นหนีไปนั้นเอง และเพราะเหตุนี้เองเลยทำให้ชาวบ้านจีนนั้นเรียนรู้ว่าเหนียนนั้น กลัว เสียงดัง สีแดง และไฟลุก จึงทำให้ชาวบ้านจีนนั้นมีวิธีรับมือกับเหนียนนั้นเอง 

จนกลายเป็น วันตรุษจีน ในปัจจุบัน ซึ่งทุกบ้านตะนำกระดาษสีแดงมาติดหน้าบ้าน มีโคมไฟสีแดง และจุดประทัดตีก้องเสียงดัง นั้นเอง และเมื่อถึงเวลาเย็นที่เหนียนกำลังจะมาในหมู่บ้าน ทำให้เหนียนเห็นแสง สีและได้ยิน จนหนีไป และพอฟ้าสาง

วันต่อไปทุกคนต่างออกมาดีใจที่ทุกคนปลอดภัยและได้อวยพรสิ่งกันและกันที่อยู่รอดปลอดภัย จึงทำอาหารมากมายมาแจกจายและรับประทานด้วยกันอย่างมีความสุข และ การเฉลิมฉลองครั้งนั้น จึงกลายเป็น วันตรุษจีน ในทุกวันนี้นี่เอง และกลายเป็นวันเริ่มต้นแห่งความสุขของชาวจีน!!

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sa gaming vip ทดลอง เล่น

ตำนานวันตรุษจีน

หลายๆคน คงรู้กันดีอยู่แล้วว่า วันตรุษจีน คือวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน ที่มีประเพณีสืบทอดกันมาอย่างยาวนานชั่วลูกชั่วหลาน จนกลายเป็นวัฒนธรรมที่ทุกคนชาวจีน หรือแม้ชาวไทยที่มีเชื้อสายจีน หรือชาวจีนที่ไปอาศัยอยู่ที่ประเทศต่างๆทั่วโลก ต่างต้องมีพิธีกราบไหว้บูชา เพื่อขอพรเทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวจีนให้คุ้มครองและประทานพรโชคลาภให้ ซึ่งหากจะมองให้ย้อนลึกลงไปนั้น

เชื่อเหลือเกินว่า ทุกคนที่เป็นคนรุ่นใหม่ต่างทราบกันเพียงแค่ว่า วันตรุษจีน เป็นวันขึ้นปีใหม่ รู้แต่ว่าต้องกราบไหว้และบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่า ต้นกำเนิดของวันตรุษจีนนั้น จริงๆแล้วมาจากจุดเริ่มต้นตรงไหนกันแน่ เพราะตามโบราณตั้งแต่สมัย รุ่นของพ่อ ของพ่อ ของพ่อ และก็ของพ่อ ย้อนกลับไปเกือบๆ ห้ารุ่นนั้น

ก็นับรวมไม่ต่ำกว่าห้าร้อยปี นั้น จุดกำเนิดนั้นเล่าขานกันว่า สมัยก่อนมีปีศาจตนหนึ่งที่ดุร้ายมาก ได้ออกมาล่ากินมนุษย์ในยามค่ำคืนในช่วงวันที่กำลังจะหมดฤดูหนาวและกำลังย่างก้าวสู่ฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งประชาชนและชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างหวาดกลัวเป็นอันมาก และได้มีการทำการกักตุนและเก็บอาหารไว้ในช่วงเวลานั้น และมีการปิดประตูบ้านเงียบ ราวกับเหมือนว่าไม่มีคนอยู่อาศัย

เพื่อเป็นการพรางตัวและหลอกให้ปีศาจไปที่หมู่บ้านอื่นๆ แทน จนครั้งหนึ่ง เจ้าปีศาจตนนี้ได้ ออกล่าเหยื่อและไปที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังเล่นกันอยู่โดยนำแส้ มาฟาดใส่กระป๋องกันเล่น จนเกิดเสียงดังมากมาย และเมื่อปีศาจตนนั้นได้ยินเสียง จึงได้หนีไปอีกหมู่บ้านหนึ่ง

เพื่อจะจับมนุษย์เป็นอาหาร แต่พอมาถึงหมู่บ้านนี้ ซึ่งมีการทาสีหมู่บ้านเป็นสีแดงฉูดฉาดอยู่มากมาย ปีศาจตนนี้ก็กลัวและก็ได้เปลี่ยนใจไปอีกหมู่บ้านหนึ่ง ซึ่งหมู่บ้านที่สามนี้เป็นหมู่บ้าน ช่างตีเหล็ก ซึ่งจะมีการตีเหล็กและใช้ไฟหล่อเหล็กกันอยู่ เมื่อปีศาจได้เห็นไฟลุกโชนเช่นนั้น ก็ได้รีบหนีไป และตั้งแต่นั้นมาเมื่อเรื่องเล่าขานนี้ส่งต่อๆ กันไป

จึงทำให้ชาวบ้านต่างรู้วิธีการไล่ปีศาจตนนี้ ด้วยการที่เมื่อถึงวันสิ้นฤดูหนาว จะมีการออกมาประกอบพิธี จุดไฟเผากระดาษ และจุดประทัด รวมถึงมีการประดับโคมไฟสีแดงที่หน้าบ้าน เพื่อเป็นการบูชาและขับไล่ ซึ่งเมื่อทำแบบนี้แล้วได้ผล พอรุ่งเช้าก็จะมีการนำอาหารที่กักตุนไว้มาแจกจ่ายกันและให้พรซึ่งกันและกัน จนกลายเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมา เรียกว่า วันตรุษจีน

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  www.ufabet.com ยินดีให้บริการคะ เฮง เฮง นะคะ

ศิลปะและการเริ่มต้นของแต่ละยุคสมัย 

ศิลปะคือจุดเริ่มต้นของยุคสมัยต่างๆเพราะยุคสมัยแต่ละยุคก็มีการบันทึกเหตุการณ์เกิดขึ้นที่แตกต่างจากวัยนี้จึงเป็นสาเหตุที่ศิลปะต่างๆ ไม่สามารถเข้าถึงผู้คนต่างๆได้มากยิ่งขึ้นเพราะผู้คนต่างๆได้มีการศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์ความเป็นมาของมนุษย์หรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของ การสร้างสรรค์ผลงานหรือแม้แต่จะเป็นงานศิลปะเพราะแต่ละยุคสมัยก็มีลักษณะการทำงานที่แตกต่างกันไปอย่างไรก็ตามมีจุดประสงค์สำคัญอย่างยิ่งที่การบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ

ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของมนุษย์จะนำมาซึ่งการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนารูปแบบในการใช้ชีวิตของมนุษย์ มนุษย์มีการเข้าถึงงานศิลปะทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการเสพศิลปะทางการดู การฟัง หรือการสัมผัส ศิลาตอนนี้ถูกพัฒนาให้สามารถเข้าถึงผู้คนได้มากยิ่งขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นการรับรู้เรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนาความต้องการทางสังคมอย่างไรก็ตามนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ทุกคนต่างให้ความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการรับรู้เรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคสมัยปัจจุบันที่สามารถเข้าถึงสื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงเทคโนโลยีต่างๆหรือนวัตกรรมต่างๆที่มีรูปปัจจุบันมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว

ผู้คนต่างๆสามารถเข้าถึงเหตุการณ์การทำงานหรือแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการติดต่อสื่อสารโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบงานดังกล่าวมีการพัฒนาที่ยั่งยืน ทุกคนมีการเข้าถึงระบบการศึกษานี่เองจะเป็นส่วนสำคัญที่สุดในปากคือจุดเริ่มต้นแห่งยุคสมัยต่างๆในการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ การส่งต่อทางด้านความเชื่อ ความคิด ของศิลปินต่างๆถูกส่งต่อโดยมีการพัฒนางานศิลปะอย่างไรก็ตามมีจุดประสงค์สำคัญอย่างยิ่งที่แต่ละยุคสมัยมีการพัฒนาการทำงานที่แตกต่างกันอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนารูปแบบการติดต่อสื่อสารหรือกิจกรรมต่างๆที่มนุษย์ทำในแต่ละวัน

ยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ ลักษณะในการทำงานการเปลี่ยนแปลงโดยการบันทึกเหตุการณ์ต่างๆลงไปในงานศิลปะ อย่างไรก็ตามมีจุดประสงค์สำคัญที่ในยุคปัจจุบันการพัฒนาหอศิลป์ หรือสถานที่เก็บเกี่ยวกับวัฒนธรรมหรือสื่อต่างๆมีจำนวนเพิ่มมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงยุคสมัยทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงสื่อต่างๆเหล่านี้ได้ง่ายขึ้นไม่ว่าจะเป็นการรับรู้การสัมผัสต่างๆหรือแม้แต่จะเป็น การหาข้อมูลต่างๆก็มีการพัฒนาตนอย่างไรก็ตามที่เป็นส่วนสำคัญที่แต่ละยุคสมัยมีการพัฒนาการทำงานการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการใช้ชีวิตของมนุษย์ที่มีการพัฒนาอยู่เสมอการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาต่างๆเหล่านี้

ยังมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาเพราะมนุษย์มีความต้องการการรับรู้เรื่องราวต่างๆหรือการบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ศิลปะคือหนึ่งในนั้นซึ่งเป็นสื่อกลางในการเชื่อมต่อผู้คนเข้าหากันในแต่ละยุคสมัย ที่บันทึกเรื่องราวในเหตุการณ์ต่างๆ 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ufabet