Skip to main content

วิหารอาร์ทิมิสประเทศตุรกี

       หากพูดถึงประเทศตุรกีแล้วเชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงบอลลูนแต่จริงๆแล้วประเทศตุรกีนั้นบอกได้เลยว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าไปเที่ยวเป็นอย่างมากเพราะประเทศตุรกีนั้นมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายซึ่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึงวิหารอาร์ทิมิสกันด้วยวิหารแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมือง เอฟิซุส

หรือว่ากันว่าวิหารอาร์ทิมิสนั้นมีการสร้างขึ้นมาเมื่อประมาณ 550 ปีก่อนคริสตกาลโดยวิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการถวายเทพีอาร์ทิมิสซึ่งเป็นเทพีที่พวกนายพรานเคารพบูชาเป็นอย่างมาก   หลังจากสร้างมหาวิหารแห่งนี้เสร็จแล้วจึงได้มีการตั้งชื่อตามชื่อของเทพีนั่นเอง

     ว่ากันว่าวิหารอาร์ทิมิสนั้นมีสถาปัตยกรรมที่มีความงดงามหาที่เปรียบมิได้ที่สุดในยุคนั้นเลยก็ว่าได้ซึ่งที่นี่นั้นเนื่องจากว่าอยู่มาหลายยุคหลายสมัยจึงเคยถูกเผาทำลายอยู่หลายครั้งโดยครั้งแรกนั้นถูกเผาในช่วงวันที่ 21 เดือนกรกฎาคม   356 ปีก่อนคริสตกาลซึ่งวันดังกล่าวนั้นว่ากันว่าตรงกับวันประสูติของอเล็กซานเดอร์มหาราชนั่นเองอย่างไรก็ตามภายหลังวิหารแห่งนี้ก็ได้รับการบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ซึ่งคนที่บูรณะซ่อมแซมวิหารแห่งนี้ก็คืออันเดิมมหาราชเช่นเดียวกัน 

       อย่างไรก็ตามภายหลังนั้นชาวเมืองเองก็ได้มีการบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ซึ่งแน่นอนว่าชาวเมืองนั้นต้องการที่จะทำด้วยตนเองเพราะต้องการที่จะแสดงให้เห็นถึงความเคารพรักเทพีอาร์ทิมิสนั่นเองถึงแม้ว่าการสร้างขึ้นมาใหม่นั้นจะทำการลดขนาดของมหาวิหารให้มีขนาดเล็กลงมากกว่าเดิมหลังจากที่มีการบูรณะใหม่และอยู่ได้ไม่นานก็จะถูกพวก Gold ทำร้ายอีกครั้งหนึ่งซึ่งพวกเรานี้ก็คือพวกเยอรมันที่บุกเข้าโจมตีเมืองเอฟฟิซุสในปีคศ 262 นั่นเอง

        และถึงแม้วิหารแห่งนี้จะถูกทำร้ายครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ก็ยังคงมีการบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ในทุกๆครั้งที่มหาวิหารนั้นถูกทำลายการถูกทำร้ายครั้งสุดท้ายนั้นมาจากฝีมือกลุ่มชาวคริสต์ซึ่งเป็นการทำลายวิหารแห่งนี้ในปี ค.ศ 401 นั่นเอง 

       อย่างไรก็ตามวิหารอาเทมิสนั้นได้รับสมญานามว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคโบราณเลยก็ว่าได้ซึ่งถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้เราจะไม่ได้เห็นความสวยงามของวิหารมหาวิหารแห่งนี้กันแล้วแต่ภาพความทรงจำและภาพความประทับใจนั้นก็ยังคงอยู่ซึ่งหลายคน

ยังคงมีการพูดถึงมหาวิหารแห่งนี้กันถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้ถ้าหากเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศตุรกีนั้นจะไม่เห็นความสวยงามแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เหลือเพียงแค่เศษซากบางส่วนที่เราได้เห็นแต่ก็ถือว่าคือซากอารยธรรมและสร้างทางประวัติศาสตร์ที่คุณค่าแก่การเยี่ยมชมนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.  สล็อต ufabet เว็บตรง

ตำนานผีไทยกับเรื่องเล่าขานกันมาเป็นเวลายาวนาน

ผีไทยเป็นตำนานที่มีตามความเชื่อที่กล่าวขานมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน แต่ก่อนที่เราจะไปดูตำนานผีไทย เราขอทำการบอกเกี่ยวกับความหมายของคำว่า “ผี” ซึ่งตามความหมายราชบัณฑิตยสถาน ให้นิยามว่าสิ่งที่มนุษย์เชื่อว่าเป็นภาวะลึกลับ มองไม่เห็นตัว

แต่ว่าบางทีอาจจะปรากฏราวกับว่ามีตัวตนได้บางทีอาจให้ประโยชน์หรือโทษได้ มีทั้งยังดีแล้วก็ร้าย…ผีไทยในโบราณอดีตกาลอีกหลากหลายชนิดที่ หลายๆคนบางทีอาจไม่เคยทราบ วันนี้เราจะมาเก็บรวมเรื่องราวของตำนานผีไทย ที่น่าขนลุกมาให้ทุกคนได้รู้จักกัน

กระสือ

เป็นชื่อผีประเภทหนึ่งที่นับว่าสิงในเพศหญิงแล้วก็มักจะทำการรับประทานของสกปรก ผีประเภทหนึ่ง เข้าใจกันว่าอยู่อยู่ในตัวของคนเพศผู้หญิง ส่วนมากมักเป็นยายแก่ ที่มักจะทำการกินของสด-คาว มักออกหากินค่ำคืนแล้วก็ไปทำการกินตั้งแต่หัวกับตับไตไส้พุง ส่วนร่างกายอาจจะทิ้งเอาไว้ที่บ้าน เวลาไปจะมองเห็นจะเห็นเป็นดวงไฟดวงโตมีแสงสีเขียวเรืองๆ

กระหัง

ตามความเชื่อของท้องถิ่นมีลักษณะเป็นผีเพศชาย ที่มีลักษณะนิสัยที่เสมือนกับผีกระสือ แต่มีความพิเศษตรงที่สามารถทำการบินได้ โดยทำการใช้กระด้งฝัดข้าวลักษณะก็จะคล้ายกับปีกที่สามารถทำการโบยบินได้ แล้วก็นั่งบนสากตำข้าวควบคู่

นางตะเคียน

เป็นผีตามตำนานท้องถิ่นของไทย เป็นผีเพศหญิง สถิตอยู่ที่ต้นตะเคียน นางตะเคียนมักมีรูปพรรณสัณฐานที่งดงาม สวยหมดจด ผมยาว คลุมสไบ ใส่ผ้าถุง บางที่ก็กล่าวว่าแต่งตัวราวกับว่าเป็นสาวบ้านป่าปกติ ผีนางตะเคียนชอบเป็นประเภทหวงที่อยู่ รวมทั้งจะดุร้ายมากๆถ้าเกิดผู้ใดคิดจะรุกรานที่อยู่ของตน

นางตานี

เป็นผีเพศหญิง จะสถิตอยู่ในต้นกล้วยตานี แล้วก็จะต้องเป็นกล้วยตานีตาพราย (ต้นกล้วยตานีที่ออกหัวปลีแล้วตาย) นางตานีจะมีรูปพรรณสัณฐานงาม คลุมสไบสีเขียว รวมทั้งนุ่งโจงกระเบง แล้วก็นางตานียังมีแรงหึงที่น่าสยดสยอง เนื่องจากว่าถ้าหากชายที่มีอะไรกับนางเเล้ว เมื่อไปมีเพศหญิงคนอื่นๆนางตานีก็จะตามไปหักคอชายผู้นั้นในทันทีเลย ด้วยเเรงหึงนั้นเอง

ผีปอบ

เป็นผีชนิดหนึ่ง ที่เล่าต่อกันมาในตำนานพื้นเมืองของไทย โดยเข้าใจกันว่าเป็นผีที่รับประทานของดิบๆสดๆรับประทานเท่าใดก็ไม่อิ่ม โดยมีความเชื่อว่า ผู้ที่จะกลายเป็นผีปอบนั้น ส่วนใหญ่จะมีการเล่นเวทมนตร์คาถา หรือคุณไสย แต่ทำการรักษามนต์ที่มีอยู่กับตัวมิได้ ของนั้นเลยแตก ไม่อาจจะบังคับตัวเองได้จนถึงเปลี่ยนเป็นผีปอบ ผีปอบไม่มีทางตายจนกว่าจะพบทายาท

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet ทางเข้าเล่น

กริชวัชระ เครื่องรางจากทิเบต

กริชวัชระหรือภูบาร์ป็นอาวุธปราบมารในตำนานของท่าน guru rinpoche ลามะศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวทิเบตยกให้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ 2 เนื่องจากท่านเป็นผู้ที่นำศาสนาพุทธวัชรยานมาเผยแพร่ในภูตาลได้สำเร็จ     ตามตำนานเล่าว่าเมื่อครั้งที่ท่าน  guru rinpoche

กำลังบำเพ็ญตบะบนยอดเขาแห่งหนึ่งในทิเบต  พลังอันแก่กล้าของท่านทำให้มองเห็นว่าในดินแดนห่างไกลมีปีศาจตนหนึ่งกำลังทำร้ายมนุษย์และหมอผีไม่สามารถต่อกรได้

       ท่านจึงได้เรียกฉายาของท่านมาแปลงร่างเป็นนางเสือป่า พาท่านเหาะลงมายังท่านในเมืองพาโรและบำเพ็ญเพียร

แล้วสร้างกริชวัชระขึ้นมาเล่มหนึ่งให้มีพลังอำนาจแกร่งกล้าจนสามารถปราบปีศาจร้ายได้สำเร็จ   หลังจากการปราบมารในครั้งนั้นทำให้ทำที่ท่านบำเพ็ญเพียรมีลามะและผู้แสวงบุญมากมายเดินทางมาบำเพ็ญเพียรที่ถ้ำแห่งนี้จนกระทั่งเกือบ 1000 ปีให้หลังจึงมีการสร้างวัดทักษังขึ้นส่วนกริชนั้นก็ยังคงเก็บไว้ในถ้ำที่ท่าน guru rinpoche เคยบำเพ็ญเพียร

       ความพิเศษของกริชวัชระคือการเอาสายฟ้าอาวุธของพระอินทร์รวมเท่ากับกลิ่นกายเป็นสิ่งที่มีพลานุภาพเป็นการเชื่อมกันระหว่าง 3 โลกคือสวรรค์    โลกมนุษย์และโลกแห่งวิญญาณ     ลามะมักจะนำกริชวัชระติดตัวไปบำเพ็ญเพียรในถ้ำโดยใช้ปลายกรขีดไปบนพื้นที่รอบๆเพื่อทำเขตแดนป้องกันสิ่งชั่วร้ายหรือใช้ปลายกริชเขียนยันต์ 

      เนื่องจากส่วนปลายของคุณวัชระจะทำเป็น 3 ด้านหรือ 3 คมเพื่อดึงพลังของสามโลกมารวมไว้ในกริชส่วนหัวจะแกะสลักเป็นรูปหน้าองค์เทพที่ดูแลสามโลกหรือองค์เทพอื่นๆจึงถือว่าเป็นเครื่องรางชั้นสูงของทิเบตและเนปาลรวมทั้งมีความเชื่อว่าเป็นอาวุธทรงพลังอานุภาพมากที่สุดชิ้นหนึ่ง

        ปัจจุบันกริชวัชระที่เชื่อว่าเป็นของท่าน guru rinpoche ยังถูกเก็บรักษาไว้ในถ้ำเสือวัดทักซังประเทศภูตาลโดยจะเปิดให้ผู้ศรัทธาเข้าสักการะปีละครั้งเท่านั้น 

    อย่างไรก็ตามสำหรับกริชวัชระแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่มักจะไม่รู้จักกันมากนัก ยกเว้นคนที่ชอบเล่นเครื่องรางของคลัง ถึงจะรู้จักกว่าบนโลกใบนี้ยังมีกริชเล่มนี้อยู่ หรืออาจจะเป็นชาวทิเบตหรือภูฎาร คนรุ่นเก่าถึงจะทราบเกี่ยวกับอภินิหารของกริชวัชระว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง

    โดยกริชเล่มนี้เป็นกริชที่เน้นการทำลายล้างศัตรู  ทำลายล้างสิ่งที่ชั่วร้าย ทั้งที่เห็นเป็นรูปนามธรรมและเป็นเพียงอารมณ์แนวความคิดที่ช่วยร้ายก็สามารถทำลายล้างได้เช่นเดียกวัน  ดังนั้นหากใครที่มีเวลาอาจจะเคยไปเที่ยวที่เมืองภูฏารก็ลองไปกราบไหว้กริชวัชระเล่มนี้กันดู

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    เซ็กซี่ บาคาร่า ขั้นต่ำ10บาท

รัสเซียส่งพลซุ่มยิงประชิดชายแดน700นาย

สำหรับวันนี้มีข่าวปูตินได้ดำเนินการสั่งให้หน่วยทหาร  รัสเซียส่งพลซุ่มยิงประชิด  โดยเฉพาะพลซุ่มยิงตอนนี้ประมาณ700นายได้ดำเนินการถูกสั่งไปใกล้กับชายแดนของยูเครน ในขณะที่ปูตินนั้นได้มีการออกเตือนนาโต้บอกว่าให้พวกุณทั้งหลายนั้นจงหลีกหนีแล้วอย่ามาเผชิญหน้ากับรัสเซีย

เพราะไม่เช่นนั้นแล้วฝันร้ายมันจะเกิดขึ้นและจะรวมไปถึงนี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่าสงครามโลกครั้งที่3รัสเซียจึงได้มีการปรับใช้กำลังพลส่วนหนึ่งก็เป็นกำลังทหารจากพลซุ่มยิงมากกว่า700นายก็เข้าไปประจำการใน4ภูมิภาคมันก็ใกล้กับยูเครนและนี่อาจจะเป็นเกมสงครามหน้าใหม่

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนั้นมันได้เกิดขึ้นมาท่ามกลางความตึงเครียดที่มันทวีความรุนแรงขึ้นมาระหว่างชาติตะวันตกกับทางด้านรัสเซียต่อความเกรงกลัวที่บอกว่ารัสเซียนั้นกำลังเตรียมที่จะใช้กำลังทหารแล้วก็ดำเนินการบุกเพื่อนบ้านอย่างยูเครนในขณะว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของยูเครนได้มีการชี้ให้เห็นว่า

หน่วยข่าวกรอง ณ เวลานี้มีการบอกว่ามันมีความเป็นไปได้สูงที่ทางฝั่งของรัสเซียจะดำเนินการบุกยูเครนในช่วงปลายเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ แต่ว่าในขณะที่มอสโกนั้นที่ได้สวนกลับไปเช่นเดียวกันโดยเป็นการอ้างถึงคำพูดของประธานาธิบดียูเครนที่มีการบอกว่า

เขาจะดำเนินการเอาแหลมไครเมียที่ทางฝั่งของรัสเซียมีการผนวกเป็นดินแดนกลับมาเป็นของยูเครนอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าคำพูดดังกล่าวรัสเซียมองว่านี่คือภัยคุกคามโดยตรงต่อรัสเซียทำให้เวลานี้3/4ภูมิภาคในฝั่งของรัสเซียแล้วก็มีพรมแดนติดกับยูเครนรัสเซียได้ดำเนินการฝึกซ้อมพลซุ่มยิงกันใหญ่

โดยมีพลซุ่มยิงประมาณ700นายกำลังศึกษาอำพรางตำแหน่งของการยิงและการตอบโต้ในฝั่งของศัตรูโฆษกของกองทัพรัสเซียได้มีการพูดถึงว่าหน่วยทหารจากหน่วยพลซุ่มยิงก็มาจากกองกำลังในเขตภาคตะวันตกของรัสเซียได้ดำเนินการฝึกซ้อมขนานใหญ่

ดังนั้นถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ดำเนินการในค่ายฝึกซึ่งพลซุ่มยิงดังกล่าวนั้นได้มีการมาฝึกซ้อมทั้งในระยะการยิงระยะไกลและการต่อสู้แบบประชิดตัวอย่างสำนักข่าวแห่งหนึ่งได้รายงานว่าการซ้อมดังกล่าวนั้นมันเกิดขึ้นในขณะที่นาโต้ก็แสดงความกังวลว่า

กองทัพรัสเซียการขยับกองกำลังนั้นเข้าใกล้ชายแดนมากยิ่งขึ้นถึงแม้ว่าอีกฝั่งได้มีการออกมาปฏิเสธเกี่ยวกับข้อกังวลในฝั่งของนาโต้ว่านาโต้นั้นคิดไปเองหรือเปล่าและก็รวมถึงว่าในเวลานี้ยูเครนนั้นก็ได้มีการส่งกองกำลังไปยังแนวหน้าที่โดเนสที่ถูกมองว่ามันมีกองกำลังแบ่งแยกดินแดนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย

ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของรัสเซียได้มีการออกมาเตือนว่าหากสถานการณ์มันบานปายมันก็จะกลายเป็นฝันร้ายในการที่จะต้องมาเผชิญหน้าทางทหาร

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  เซ็กซี่ บาคาร่า ขั้นต่ำ10บาท

อาระกันหวังผูกมิตรเปิดศึกชาติพันธุ์

กองทัพอาระกันที่เป็นกลุ่มชาติพันธ์ที่มีศักยภาพต่อกรกับพม่า อาระกันหวังผูกมิตรเปิดศึกชาติพันธุ์ และรัฐบาลมาอย่างดุเดือดทั้งที่เพิ่งก่อตั้งกลุ่มได้แค่เพียง12 ปีกระทั่งถึงรัฐบาลนางอองซานซูจี ได้ประกาศให้ทางกองทัพอาระกัน เป็นกลุ่มก่อการร้าย

แต่ล่าสุด 11 มีนาคม 2564 รัฐบาลกองทัพเมียนมาร์ได้ประกาศยกเลิกสถานะเป็นกลุ่มก่อการร้ายของสหสันนิบาตของชาวอาการหรือกองทัพอาระกัน และในเวลาเดียวกันนี้กองทัพเมียนมาร์เปิดฉากโจมตีเอกราชกองทัพคะฉิ่นหรือkio kia ที่มีการชุมนุมต่อต้านการรัฐประหารอย่างดูดเลือด

โดยเฉพาะที่เมืองมิตจินา และต้องจับตาดูสถานการณ์เมืองตองซู 

ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนสังขละบุรีประเทศไทยหลังกองทัพเมียนมาร์ได้นำกำลังเข้าสลายการชุมนุมในพื้นที่อิทธิพลของกองทัพกะเหรี่ยงที่ออกมาต่อต้านการรัฐประหารอันนี้แบบจริงจังที่สุดเกิดอะไรขึ้นกับกฎเกณฑ์ของกองทัพเมียนมาร์กับกลุ่มชาติพันธ์วันนี้เรามาดูกัน 

กองทัพอากาศหรือ AIA Aragon Army ก่อร่างสร้างตัวจากสมาชิกเริ่มแรกเพียงแค่ 26 คนเท่านั้น ในปี 2552 แต่ผ่านมาเพียง 12 ปีกองทัพอาระกัน มีกองกำลังทหารเพิ่มขึ้นกว่า20,000 นายทั้งชายและหญิงด้วยความมุ่งมั่นทวงคืนที่ดินอันละกันที่สูญเสียไปให้กลับคืนมากองทัพประกันได้ตั้งอยู่ในฐานยะไข่ชายแดนตะวันตกสุดของกองทัพเมียนมาร์ ติดกับอ่าวเบงกอล และประเทศบังกลาเทศ เป็นอาณาจักรอิสระปกครองตนเอง

ก่อนที่พวกพม่าจะรุกรานพวกเขาในปีศตวรรษที่ 18 ก่อนจะถูกอังกฤษยึดคลองไปเป็นอาณานิคมไปทั้งหมดในภายหลังพม่าได้รับเอกราชพวกเขายังคงยึดครองรัฐชาติพันธุ์อื่นๆไม่ยอมปล่อยให้สิทธิ์ในการปกครองตนเองพื้นที่แห่งนี้มีคนโลหินยานับถือมุสลิมตั้งอยู่ในส่วนน้อยในรัฐยะไข่และโดนกองทัพเมียนมาร์ล้อมปราบอย่างรุนแรง จนเกิดการอพยพครั้งใหญ่ในสมัยรัฐบาลอองซานซูจี 

กองทัพอวกาศนำโดย นายพลหนุ่ม ในวัย 42 ปีประกาศสถานการณ์ล่าสุดไม่ว่ารัฐบาลพรรค nld ของนางอองซานซูจี หรือรัฐบาลของกองทัพเมียนมาร์อาการจะเดินหน้าสู้เพื่อความฝันในการเป็นชาติตามแผน esteem ปี 2020

แรกเริ่มกองทัพอากาศได้รับการฝึกฝนรบแบบกองโจรจากกองทัพเอกราชก็คะฉิ่นทำให้มีการใกล้ชิด กับกลุ่มละติน ซึ่งทางปฏิบัติการของทางกองทัพ อันละกันที่เคยตั้งอยู่ แต่ปัจจุบันพวกเขาได้เคลื่อนทัพเข้ามาอยู่ในรัฐยะไข่แล้วภายหลังการเลือกตั้ง ในปี 2557 พรรคของคนอาการได้ชนะการเลือกตั้งในรัฐยะไข่แต่รัฐบาลของนางอองซานซูจี ได้คุมอำนาจแต่งตั้งประมุขของรัฐยะไข่ปกครองของตนเอง 

เมื่อมีการกวาดล้าง คนโรฮิงญาในรัฐยะไข่ กองทัพพม่า 2 กระสุนจริงสลายการชุมนุม จนมีชาวอาการชาวพุทธเสียชีวิต 700 ความรุนแรงนี้เองทำให้เกิดวันเสียงปืนแตกของทางกองทัพอาระกันเลือกวันฉลองเอกราชจากอังกฤษของเมียนมาร์ ในวันที่ 24 มกราคมปี 2562

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  บาคาร่า1688

แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่หนึ่งล้มเหลว ยุคจอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์  

ยุคจอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์   ต้องบอกว่าในปี 2504 เป็นปีสำคัญของไทยมากๆปีหนึ่ง เพราะมันเป็นต้นกำเนิดของสิ่งที่จะส่งผลกระทบกับชีวิตพวกเรามากจนถึงปัจจุบันนี้ปี 2504 เป็นปีที่เขาเริ่มใช้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่หนึ่งนั่นเองและแผนพัฒนาเศรษฐกิจปัจจุบันก็ดำเนินมา

ในปีนี้ 2564 เขาเปลี่ยนชื่อแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติปีนี้เราอยู่ในฉบับที่12และปีหน้าเราจะเริ่มใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่13แล้วมันก็มีกระบวนการเขียนอะไรไปเราจะไม่ไปพูดถึงตรงนั้น  ทางเข้า UFABET ภาษาไทย  แต่เรามาดูที่แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที1กันดีกว่ามันมีอะไรสำคัญอย่างไงเกี่ยวอะไรกับผู้ใหญ่ลี

โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่1มันเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดหนึ่งก็คือรัฐบาลของ จอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์  ซึ่งจอมพลสฤษดิ์ก็ไม่ได้ขึ้นมาเป็นนายกด้วยการเลือกตั้งหรืออะไรแต่ว่าขึ้นมาได้ด้วยการรัฐประหารในปี 2500 แล้วเขาขึ้นมาปกครองแผนพัฒนาประเทศของเขาได้เปลี่ยนจากรัฐบาลเดิมๆที่โฟกัสไปที่เรื่องความเป็นธรรมความเสอมภาคในสังคมเขาบอกว่าปล่อยเรื่องนี้ไปก่อนเรามาโฟกัสเรื่องนี้ดีกว่าก็คือความเจริญก้าวหน้าและการเติบโตทางเศรษฐกิจนั่นเอง

ซึ่งถ้าใครจำได้หรือเคยได้ยินประโยคที่ว่า น้ำไหล ไฟสวาง ทางสะดวก อันนี้ก็คือคำขวัญการปกครองในสมัยของ จอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์   ที่เน้นไปเรื่องความเจริญที่ทั่วถึงโดยในแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่1นอกจากเรื่องนั้นเรื่องนี้ที่เขาได้เขียนเอาไว้ว่าการพัฒนาแล้วมันก็มีส่วนหนึ่งด้วยที่เขาพูดถึงการสนับสนุนเศรษฐกิจในครัวเรือน

โดยให้ครัวเรือนเลี้ยงสัตว์ที่เป็นสัตว์เศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นสัตว์ที่เอาไว้กินได้เอาไว้ขายได้หรือว่าเอาไว้ใช้แรงงานได้ยกตัวอย่างเชนเป็ดสุกรหรือว่าหมูโคหรือว่าวัวควายนั่นเอวฟังดูนโยบายมันฟังดูดีใช่ไหมตามหลักการอะไรมันก็ดูดีทั้งนั้นแหละ

แต่ปัญหาก็คือตอนเอาไปใช้มันไม่ดีมันไม่สามารถเอานโยบายนี้ไปใช้ให้มันบรรลุผลได้ปัญหาอยู่ที่แนวทางการบริหารของรัฐบาล จอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์   นี่แหละเขาดันไปปกครองในรูปแบบของพ่อปกครองของลูกคือไปมองถึงพอขุนรามมหาราช

พยายามที่จะเอาวิธีการปกครองตั้งแต่สมัยสุโขทัยเอามาใช้ในสมัยที่เกือบจะปัจจุบันซึ่งวิธีก็คือให้มีผู้ปกครองเพียงแค่คนเดียวหรือว่ากลุ่มเดียวแล้วก็คิดทุกอย่างแทนคนทั้งประเทศเลยดังนั้นก็ต้องยอมรับว่าคนๆเดียวหรือว่าคนกลุ่มเดียวมันไม่มีทางที่จะตัดสินใจแทนคนทั้งประเทศได้หรอก

เพราว่ามันไม่มีทางรู้เลยว่าคนตรงนั้นมีปัญหาแบบนี้ตรงนี้มีปัญหาอย่างนั้นคือการปกครองที่มันเพิงคนๆเดียวมากเกินไปมันไม่เหมาะกับสังคมที่มันแพ่ขยายเหมืออย่างปัจจุบันแล้ว

เหลี่ยมสงครามโลกครั้งที่2ของเผด็จการฟรังโก

ในช่วงของสงครามกลางเมืองคนที่มารบให้กับฝั่งเผด็จการกบฏมีอุดมการฟรานซิส เหลี่ยมสงครามโลกครั้งที่2 ซึ่งฟรานซิสเขานั้นจะกลัวอะไรเป็นพิเศษเลยใช่แล้วคือเกลียดพวกคอมมิวนอสต์นั่นเองทหารจำนวนมากจึงเลือกตัดสินใจที่จะรบกับรัฐบาลที่สนับสนุนโดยพวกโซเวียต

เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่2พวกเขาก็ได้ตัดสินใจที่จะไปรบในสงครามแต่ว่าขอรบในแนวหน้าที่รบกับพวกโซเวียตแทนด้วยเหตุนี้เองรัฐบาลของฟรังโกจะได้อ้างอังกฤษกับฝรั่งเศสได้ว่าเราไม่ได้ส่งทหารของเราไปรบในสงครามของพวกคุณเราต้องการที่จะรบกับพวกคอมมิวนิสต์เท่านั้น

ซึ่งตัวรัฐบาลยังงอ้างได้อีกว่ามันเป็นเรื่องของการตัดสินใจของทหารเองรัฐบาลไม่ได้ส่งคนพวกนั้นไปประกอบกับที่ทหารพวกนั้นไปรบในฐานะทหารอาสากองทัพเยอรมันทำให้ทหารพวกนั้นที่มารบจะไม่แต่งชุดยูนิฟฟอร์มเครื่องแบบของกองทัพสเปนอันขาดพวกเขาจะใส่ชุดยูนิฟอร์มแวร์มัคท์แทน

ดังนั้นเราจะเห็นเลยว่าชุดยูนิฟอร์มของแวร์มัคท์เขาจะมีตราธงชาติของสเปนแปะเอาไว้ด้านขวาบ่งบอกว่าทหารคนนี้เป็นทหารอาสาที่มาจากสเปนนั้นเองเป็นการล็อคหลบได้เป็นอย่างดีคือแบบว่าเราไม่ได้เข้าสงครามเพียงแต่ว่าคนของเราสมัครใจไปเองแบบนี้แล้วจำนวนของทหารอาสาสเปนตลอดสงครามโลกครั้งที่2มีอยู่ประมาณ18,000คน

โดยทหารอาสาของสเปนเหล่านั้นจะถูกเรียกว่าBLUE DIUISIONทำไมถึงจะต้องเรียกกันแบบนั้นเพราะว่าเครื่องแบบของกองทัพในสเปนเขาจะเป็นชุดสีน้ำเงินประกอบมีหมวกสีแดงจึงเป็นที่มาของชื่อนี้และในภายหลังฝั่งสัมพันธมิตรก็ได้เตือนสเปนว่าอย่าเข้ามายุ่งในสงครามถ้าจะเป็นกลางให้เรียกทหารกลับไปให้หมด

ทางฝั่งสเปนก็เชื่อฟังแล้วก็ดึงทหารที่รบกับพวกโซเวียตกลับมาเหลือแค่เพียงบางส่วนที่ต้องการจะรบต่อกับพวกโซเวียตจริงๆพอจบสงครามโลกครั้งที่2แล้ว โจเซฟ สตาลิน ก็แค้นสเปนเป็นอย่างมากบอกว่าสเปนจะต้องถูกลงโทษที่ส่งทหารเข้ามารบกับพวกเราในสงคราม

แต่ก็ยังโชคดีนายกได้พูดกับ โจเซฟ สตาลิน ว่าลงโทษแค่การคว่ำบาตรทางการค้าก็พอซึ่งเรียกได้ว่าบทลงโทษนี้ก็ทำให้สเปนต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่หนักหน่วงพอสมควรแต่ถือว่าเป็นโชคดีของสเปนเพราะเมื่อเวลาผ่านไปปี1947เป็นเริ่มต้นของสงครามเย็น

ดังนั้นนายพลฟรังโกก็ได้ตัดสินใจเข้าร่วมกับฝั่งของสหรัฐอเมริกันความสัมพันธ์กับฝั่งของโลกตะวันตกจึงกลับมาดีขึ้นแล้วก็ถูกยกเลิกการคว่ำบาตรในที่สุดและนายพลฟรังโกก็ได้ปกครองสเปนไปถึงปี1975เลยเป็นเวลา36ปีที่เขาได้ปกครองสเปนในฐานะเผด็จการจนถึงตายเลยนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ทางเข้า Ufabet มือถือ

ตำนานของเมืองเชียงขวาง

ตำนานของเมืองเชียงขวาง ปลาร้าเป็นอาหารที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของหลายกลุ่มชาติพันธุ์ในอุษาขเณรวมถึงไทพวนที่เรียก ปลาร้า ว่า ปลาแดะ ไทพวนที่นี่ยังดัดแปรงปลาแดะให้มีรสชาติที่ต่างออกไปเรียกว่าปลาดู่เพิ่มส่วนผสมของกระเทียมพริกไทข้าวคั่วลงไปทำให้ปลาดู่มีรสชาติที่กลมกล่อมออกรสเปรี้ยวไม่เค็มจัดเหมือนปลาร้าหรือปลาแดะ

ซึ่งเหตุผลที่คนไทพวนเรียกกรรมวิธีการถนอมอาหารแบบนี้ว่าปลาดู่เนื่องจากต้องมั่นคอยดูปลาที่หมัดเอาไว้ไม่ให้มีรสที่เปรี้ยวจัดจนเกินไปนั่นเอง หมอลำพวนเป็นศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้านที่ยังตกทอดมาจากบรรพบุรุษของไทพวนกาลเล่นทำนองร้องต่อกันคนละวักหรือคนละหนใช้แคลนเป็นเครื่องดนตรีเพียงชิ้นเดียวเนื้อหาก็จะมีตั้งแต่ให้ศีลให้พร

แม้วันนี้วิถีชีวิตของชาวพวนจะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและกาลเวลาแต่พวกเขาก็ยังคงจะรักษาวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษโดยหวังที่จะให้ลูกหลานสืบสารและสร้างสำนึกความเป็นไทพวนให้ยังคงดำรงอยู่ต่อไปเพื่อให้รู้จัดถิ่นของไทพวนให้ดียิ่งขึ้น

โดยวันนี้เราจะพาเข้าไปสู่แขวงเชียงขวางที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ สปป ลาว  ดินแดนที่เต็มไปด้วยเทือกเขาที่สลับซับซ้อนความสูงมากกว่า1,000เมตรจากระดับน้ำทะเล แม้ที่นี่จะเป็นที่อยู่ของไทพวนในอดีตแต่เราก็สามารถพบเห็นกลุ่มชาติพันธุ์อื่นที่อาศัยอยู่ปะปนไปตลอดเส้นทางระหว่างที่เรากำลังมุ่งสู่แขวงเชียงขวาง

เชียงขวาง ดินแดนแห่งไทพวนที่นี่มีชื่อเสียงอันเป็นที่รู้จักจากทุ่งไหหินพื้นที่ลาบที่เต็มไปด้วยไหหินเป็นจำนวนมาก

โดยไหหินเหล่านี้เกี่ยวโยงกับตำนานบรรพบุรุษของชาวพวนที่ชื่อว่าเจ็ดเจืองพวกชาวพวนเชื่อกันว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับขุนเจืองวีรบุรุษทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆในลุ่มแม่น้ำโขง

นอกจากนี้ตำนานได้เล่าเอาไว้ว่าเมื่อขุนเจืองทำสงครามขับไล่ศัตรูที่เข้ามารุกรานได้สำเร็จจึงได้สั่งให้ทำไหใส่เหล้าเพื่อเลี้ยงไพรพลจำนวนมากเมื่อเวลาผ่านไปไหเล่าทั้งหมดได้กลายเป็นหินทุกวันนี้คนพวนและคนกลุ่มอื่นในลาวต่างเรียกไหหินเหล่านี้ว่าไหเหล้าเจือง

ขณะที่หลักฐานทางโบราณคดีชี้ชัดว่าไหหินเหล่านี้ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เก็บกระดูกคนตายซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอารยธรรมโบราณที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมการฝังศพรั้งที่2เมื่อประมาณ500ปีหรือมากกว่านั้นร่องรอยทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ชี้ให้เห็นความเจริญก้าวหน้าของคนในยุคโบราณที่รู้จักการประดิษฐ์เครื่องมือจากโลหะสำหรับใช้ขุดเจาะตัดหินธรรมชาติเพื่อสร้างให้เป็นไหหินขนาดใหญ่ขนาดนี้ขึ้นมาได้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.  Ufabet เข้าสู่ระบบ

ตำนานผีปอบ

ตำนานผีปอบ ซึ่งทั้งหมดที่ถูกผีปอบเข้าสิงนี้จะมีความอยากกินอาหารสดอยู่ตลอดเวลานั่นเองหลังจาที่เราได้หาข้อมูลเพิ่มเติมไปเราก็อยากจะรู้ว่าแล้วผีปอบมันมีอยู่กี่ชนิดด้วยกันถ้าเอาตามข้อมูลเอาได้บอกเอาไว้ว่าผีปอบมันจะมีอยู่4ชนิดด้วยกันนั่นก็คือ ปอบธรรมดา ปอบเชื้อ ปอบแลกหน้า และ ปอบกะกึก

โดยให้จำแนกแบบให้เข้าใจง่ายๆเราขอเรียงไปทีละอันเลยแล้วกันอย่างปอบธรรมดานั่นก็คือปอบที่เข้าไปสิงคนธรรมดาและทำให้คนๆนั้นมีอาการอยากกินขอสดอยู่ตลอดเวลาจนกลายเป็นผีปอบทั่วไปนั่นเอง ส่วนผีปอบเชื้อคือผีปอบที่อาศัยอยู่ในร่างพ่อของแม่หรือคนที่เป็นพ่อเป็นแม่เป็นผีปอบแล้วมีลูกออกมาคนที่เป็นลูกเขาจะเรียกว่าเป็นปอบเชื้อนั่นเอง

ส่วนสิ่งที่สามปอบแลกหน้าตามความเชื่อคือปอบที่อาศัยอยู่ในร่างกายมนุษย์คนนั้นเขาจะชอบโยกความผิดให้กับคนอื่นเขาจะชอบบอกว่าคนนู้นคนนี้เป็นปอบแล้วตัวเองเป็นบุคคลที่บริสุทธิ์ธรรมดาจะโน้มน้าวให้นเชื่อให้ได้ว่าคนเองไม่เป็นปอบนั่นเอง

นอกจากนี้ผีปอบกะกึกมันก็คล้ายๆกับปอบแลกหน้าแต่ปอบกะกึกจะต่างจากปอบแลกหน้าตรงที่ว่าปอบแลกหน้าจะพูดให้ร้ายคนอื่นแต่ปอบกะกึกจะเงียบไม่พูดไม่จากับใครจนกว่าจะถูกต้านไปจนมุมแล้วตัวเองก็จะออกมาเปิดเผยว่าเป็นปอบที่เข้ามาสิงในร่างกายนี้นั่นเอง

ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลที่มาสิ่งต่างๆเกี่ยวกับตำนานผีปอบที่เราได้ไปหาข้อมูลมาทั้งหมดนั่นเองและตรงนี้เราเชื่อเลยว่าหลายๆคนก็คงจะบอกว่าอันนี้มันเป็นความเชื่อมันเป้นเรื่องของสิ่งที่ไม่ได้มีอยู่จริงและไม่สามารถพิสูจน์ได้และเราจะยืนยันได้ยังไงว่าผีปอบนั่นมีอยู่จริง

ถ้าเอาตามข้อมูลที่เราได้หามาได้เราไม่สามารถที่จะยืนยันได้100%แต่จากที่เราได้อ่านมาผมรู้สึกว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องจริง โดยข้อมูลที่ผมได้หามาได้ตรงนี้นั่นก็คือเรื่องของคนถูกผีปอบเข้าสิงในข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเล่าและบันทึกทางคนที่เขาบันทึกไว้เขาอ้างว่าเป็นคนพบเจอกับตัวเอง

เนื่องจากว่าคนที่ถูกผีปอบเข้าเข้าสิงนั่นก็คือภรรยาของเขาเองเลยและในข้อมูลนี้ได้บอกไว้ว่าในจังหวัดหนึ่งของทางภาคอิสานได้มีสามีภรรยาคู่หนึ่งอยู่กับปกติทั้งคู่มีอาชีพการทำงานนั่นก็คือออกล่าสัตว์เช่าหนูกบเอามาแลกซื้อเป็นข้าวของใช้ในบ้านทั้งคู่ก็ดูปกติไม่ได้มีอะไรเลยอยู่ก้ล้มป่วยอย่างไม่มีสาเหตุ

 

สนับสนุนโดย.  สมัคร sbobet โดยตรง

ตำนาน นารี ผล 

ตำนาน นารี ผล  ซึ่งหลายคนต่างได้เชื่อกันว่ามีอยู่จริงมันเป็นพืชที่มีความวิเศษชนิดหนึ่งที่เกิดอยู่ในป่าหิมพานต์ นารีผล จะมีขั่วอยู่ด้านบนศีรษะมีลักษณะคล้ายเส้นผมส่วนผลมีรูปร่างเป็นหญิงสาวผิวพรรณขาวสะอาดงดงามเหมือนเทพธิดาเป็นที่ปราถนาของเหล่าวิทยาธรคนธันและเทวดาชั้นกลาง

นอกจากนี้ นารีผล ที่กำลังอ่อนจะมีลักษณะเหมือนคนที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่แต่เมื่อเริ่มโตขึ้นจะเหยียดขาออกและเมื่อนารีผลได้เติบโตเต็มที่จะเหยียดตัวเหมือนคนที่ยืนตรงนารีผลหากสุกเต็มที่แล้วจะกลายเป็นสาวงามแรกรุ่นและจะร่วงลงมาจากต้นแต่ที่ศีรษะจะยังมีขั่วติดอยู่นิ้วมือทั้ง5นิ้วเรียวยาวเท่าๆกันลูกตากลมและโตไม่มีโรคงสร้างของกระดูกอยู่ภายในและยังสามารถส่งเสียงพูดได้เหมือนอย่างกับเป็นมนุษย์จริงๆ

เนื่องจากนี้ยังว่ากันว่าต้นนารีผลที่อยู่ในป่าหิมพานต์ได้มีเอาไว้เพื่อทดสอบฤาษีวิทยาธรและเหล่าคนที่มีอิทธิฤทธิ์ต่างๆหากใครที่ได้เข้ามาบำเพ็ญอยู่ที่ป่าหิมพานต์แห่งนี้แล้วและได้พบเข้ากับนารีผลฤาษีหรือว่าผู้ที่บำเพ็ญที่ยังมีจิตใจที่ยังไม่มั่นคงก็จะเกิดกิเลสตัณหาอิทธิฤทธิ์ต่างๆก็จะเสื่อมหายไป

บรรดาฤาษีหรือว่าคนธัญที่ยังมีตัณหาอยู่เขาก็จะมารวมตัวกันที่ต้นนารีผลเพื่อที่จะมารอให้ผลสุกเมื่อนารีผลสุกได้ที่แล้วได้ร่วงลงมาจากต้นก็จะเข้ามาแยกกันเก็บเอานารีผลมาเป็นภรรยาต้องแยกและทำร้ายกันถึงตายก็ยังมีดังนั้นเมื่อนารีผลมาแล้วก็จะนำเอาไปเก็บเอาไว้ในที่ของตนระวังเป็นอย่างดีไม่ให้ใครเข้ามาแย่งได้

เพราะฉะนั้นแล้วนารีผลเขาจะมีผลอยู่ได้แค่เพียงแค่7วันก็จะเน่าเปื่อยไปตำนานต้นกำหนดของต้นนารีผลนั้นมีอยู่ว่าเมื่อครั้งพระเวสสันดรกับพระนางมัดซีพร้อมกับกัญหาและชารีได้ถูกไล่ให้ออกจากพระนครจึงได้เดินทางไปสู่ป่าหิมพานต์และได้บำเพ็ญเพียนปฏิบัติธรรมอยู่ที่นั่น

ซึ่งที่ป่าหิมพานต์ได้มีสัตว์ป่ามากมายและมันอันตรายรอบด้านแต่สัตว์ทั้งหลายเมื่อได้รับเมตตาจิตจากพระเวสสันดรก็ดูร้ายลงนอกจากสัตว์ป่าทั้งหลายแล้วก้ยังได้มีดาบทฤาษีคนธัญทั้งหลายอาศัยอยู่พระนางมัดซีผู้ที่ได้มีรูปร่างที่สวยงามบางครั้งต้องออกหาอาหารหาผลไม้ตามลำพังเพียงคนเดียว

หากพวกคนธัญวิทยาธรตลอดจนฤาษีมาพบเข้าอาจจะตบะแตกแล้วผิดศีลได้ “ ท้าวสักกะเทวราช “  หรือ พระอินทร์ ผู้เป็นใหญ่แห่งสวรรค์ได้มองเห็นเหตุร้ายนี้แล้วจึงได้หาทางป้องกันพระองค์จึงเนรมิตรต้นไม้วิเศษไว้รอบทิศก่อนถึงเป็นแดนที่พำนักของพระเวสสันดรและพระนางมัดซี

 

สนับสนุนโดย.  ufabet ฝาก-ถอน ออโต้