Skip to main content

ศิลปะและกราฟฟิกดีไซเนอร์ในยุคปัจจุบัน 

อาชีพต่างๆมากมายในยุคปัจจุบันก็ใช้ความรู้เกี่ยวกับงานศิลปะทั้งสิ้น ยกตัวอย่างเช่น graphic Designer ในยุคปัจจุบันที่ทำงานในออฟฟิศต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นฟรีแลนซ์ต่างๆในยุคปัจจุบันก็มีการพัฒนาศักยภาพในการทำงานต่างๆโดยอาศัยในส่วนของพื้นฐานแนวคิดของงานศิลปะทั้งสิ้นยกตัวอย่างเช่น การออกแบบดีไซน์ 9 ช่อง การใช้ลักษณะของ Focal Point  ลักษณะของงานต่างๆเหล่านี้

ทำให้ในยุคปัจจุบัน graphic Designer ต่างๆมีการพัฒนาทักษะในการทำงานโดยการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการใช้ชีวิตอยู่อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่การเติบโตทางด้านสังคมต่างๆหรือแนวคิดต่างๆของมนุษย์มีการพัฒนาและมีความพยายามจะถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆอยู่เสมอ อย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันการพัฒนาโครงสร้างของงานศิลปะต่างๆที่มีความเต็มใจและมีความมั่นใจอย่างมากที่ทำให้มนุษย์มีการพัฒนารูปแบบต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ไม่ว่ามนุษย์คนไหนก็สามารถสร้างสรรค์งานศิลปะของตัวเองได้เพราะงานเสื้อผ้าต่างๆมีการเปิดกว้างในรูปแบบผังความคิดเรื่องอื่นๆมากมายไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์ผลงานด้วยเสียงต่างๆ นำเสียงอื่นมาประกอบกัน หรือแม้แต่จะเป็นภาพต่างๆเอาภาพเก่าๆมาตัดแปะเป็นรูปแบบมากมายอย่างไรก็ตามนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่รูปแบบต่างๆของงานศิลปะต่างๆเป็นสิ่งที่บอกเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางสังคมวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของผู้คนละคนมีความต้องการการเผยแพร่เรื่องราวต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดว่าท่านทำสิ่งต่างๆที่ถูกพัฒนาคณะสังคมก็ถูกพัฒนาปรับปรุงอยู่อย่างต่อเนื่องอย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันศิลปะต่างๆและ graphic Designer มีความเกี่ยวเนื่องกันโดยตรงเพราะ graphic Designer ก็มีการใช้พื้นฐานทางด้านงานศิลปะต่างๆเข้ามาพัฒนาโครงสร้างในการทํางานปรับปรุงน่าจะไปให้เป็นสากลที่เพิ่มมากขึ้น

ในรูปแบบของงานต่างๆในยุคปัจจุบัน ที่มีการเติบโตและมีการเผยแพร่ในรูปแบบที่มากมายต่างๆเหล่านี้ทำให้มนุษย์มีการเรียนรู้และพัฒนาการสร้างรูปแบบที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความบังเอิญจัดการเรียนรู้รูปแบบทางสังคมต่างๆหรือแม้แต่ใช้แนวคิดต่างๆที่ถูกถ่ายทอดเรื่องราวมากมายอย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่าโครงสร้างความเป็นอยู่ของผู้คนในทวีปต่างๆที่ถูกพัฒนาและถูกเปลี่ยนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้มนุษย์มีการเรียนรู้และพัฒนาเรื่องราวต่างๆอย่างมาก

มนุษย์เป็นสิ่งที่มีการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอให้อยู่รอดในสังคมหรือแม้แต่จะเป็นแนวคิดต่างๆที่ถูกพัฒนาปรับปรุงอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบันการเรียนรู้และพัฒนาโครงสร้างความเป็นอยู่ของผู้คนมีการเรียนรู้และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพราะผู้คนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบัน

สามารถเข้าถึงโครงสร้างความเป็นอยู่และการรับรู้เรื่องราวต่างๆในทุกๆรูปแบบการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและการเรียนรู้ต่างๆเหล่านี้จึงทำให้ผู้คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงรูปแบบผังความคิดเรื่องงานมากขึ้นเพราะกิจกรรมต่างๆมีการถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆทางความคิดหรือการนำเสนอเรื่องราวต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 

 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet

สิ่งที่สามารถเข้าถึงงานศิลปะได้ 

 และยังมีการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ตามนี่เป็นส่วนที่สำคัญมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่ลักษณะของงานศิลปะไม่ใช่โครงสร้างทางความคิดที่เติบโตหรือมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงซึ่งง่ายต่อการเข้าถึงและมีคุณสมบัติและโครงสร้างที่แตกต่างกัน สำหรับการทำงานการถ่ายโอนในรูปแบบที่พัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันทำให้คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันสามารถมองเห็นงานที่แตกต่างกันและแม้กระทั่งเป็นโครงสร้างสำหรับการพัฒนางานที่แตกต่างและแตกต่างกัน การที่ทำงานเสร็จพาต่างๆที่มีความต้องการในการสื่อถึงไม่ว่าจะเป็นรูปแบบงานในยุคสมัยต่างๆ

โดยทางด้านการทำงานหนักตอนนี้ปัจจุบันที่มีความต้องการในการขายงานต่างๆมีความจำเป็นจะต้องมีการพึ่งพา Collection รูปแบบทางการแนะนำต่างๆอย่างไรก็ตามในยุคสมัยนี้เป็นยุคที่มีการเติบโตที่ Social Media และการพัฒนาของเสียงตอนนี้เริ่มมีการสร้างพื้นที่ของตัวเองขึ้นมาเพื่อนำเสนอรูปแบบงานต่างๆอย่างไรก็ตามในปัจจุบันที่รูปแบบของการทำงานต่างๆที่มีการฝึกทักษะและรูปแบบในการทำงานอย่างเฉพาะเจาะจงทำให้มีการเติบโตมากขึ้น

ของลักษณะในการทำงานและการเปลี่ยนแปลงของเธอตอนนี้ การพัฒนาการทำงานของเสียงต่ำมากมายที่ทำงานร่วมกันหรือแม้แต่จะเป็นการสร้างรูปแบบในการทำงานของลักษณะในการทำงานซึ่งการเติบโตและการพัฒนาของสิ่งเหล่านี้มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน เชื้อเพลิงที่ใช้ว่าทำงานเสร็จต่างๆมากมาย

มักเกิดจากสภาพแวดล้อม ความคิด ปรัชญา คือ Message Message ที่อยู่ในรูปแบบงานต่างๆที่มีความต้องการในการสื่อถึง ลักษณะในการทำงานในการที่มีความต้องการในการพัฒนาของลักษณะในการทำงานและความต้องการในการ Express ถึงลักษณะในการทำงานในการแสดงออกถึงความคิดต่างๆมากมาย การทดลองในการทำงานรูปแบบใหม่ๆหรือสิ่งที่ทำให้มนุษย์มีการเข้าถึงความเสี่ยงต่างเหล่านี้ลักษณะในการเติบโตและการเปรียบเทียบถึงลักษณะในการทำงานต่างๆวัฒนธรรมที่มนุษย์มองว่างานศิลปะคือการสื่อสาร

เสียงตอนนี้จึงมีการเติบโตมากยิ่งขึ้น บางอย่างที่ถูกพัฒนาและถูกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ลักษณะต่างๆหรือความต้องการในการพัฒนาพนักงานต่างๆแทบจะมีรูปแบบหมุนและปริมาณมากมายเพราะโครงสร้างในการทำงานต่างๆที่มีข้อมูลจำนวนมหาศาล จึงทำให้ศิลปินหรือกิจกรรมต่างๆ

ในปัจจุบันมีการพึ่งพาลักษณะในการทำงานต่างๆ การขายงานให้ได้รู้ว่าการที่จะมีคนต้องการจากการฝึกงานของเราจำเป็นจะต้องมีการผลิตงานที่ถูกจริตกับผู้ซื้อ หรือว่าสร้างอาชีพที่มีตัวตนค่อนข้างมากนี่จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างท้าทายกับรูปแบบการทำงานในปัจจุบันที่ทำให้มนุษย์สามารถเข้าถึงรูปแบบงานต่างๆเหล่านี้ได้ของการทำงานและรูปแบบในการทำงานซ้ำไปซ้ำมา โดยค้นหาจากเว็บ For Rent ที่มีความใกล้เคียงกัน จึงทำให้งานเสียความต่างๆ ค่อนข้างขายซึ่งกันและกัน 

 

สนับสนุนโดย.  ae บาคาร่า

การพัฒนาและการส่งต่อเรื่องราวต่างๆงานศิลปะ 

งานศิลปะคือการสร้างเรื่องราวต่างๆหรือแม้จะเป็นแนวคิดต่างของกิจกรรมต่างๆที่ถูกพัฒนาเป็นรูปแบบคนอื่นมากมาย และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและตอนนี้ในการทำงานก็ถูกพัฒนาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอผลงานต่างๆงานประติมากรรมหรือไม่ซึ่งเป็นการถูกค้นพบงานเก่าซึ่งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการทำงานอาคารเหล่านี้ส่วนใหญ่จะถูกสร้าง ในรูปแบบต่างๆทั้งการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานหรือแม้จะเป็นการพัฒนางานต่างๆเหล่านี้

ช่วยผู้คนสามารถเข้าถึงรูปแบบต่างๆมากขึ้นประวัติศาสตร์ของงานศิลปะต่างๆมีค่อนข้างยาวนะ เก่าที่สุดก็คงจะเป็น 30,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช เป็นยุคหินยุคเริ่มต้นของงานศิลปะในยุคแรก การศึกษาต่างๆเหล่านี้ช่วยเราคบถึงรูปแบบการเป็นอยู่หรือการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคต่างๆที่มีการใช้อุปกรณ์ต่างๆในการดำเนินชีวิต หรือแม้แต่ชวนโครงสร้างต่างๆที่ถูกพัฒนาอยู่เสมออย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่าประวัติศาสตร์จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งที่ถูกส่งต่อ

หรือถูกส่งมอบให้ผู้คนในทุกยุคสมัย การเปลี่ยนแปลงทางความคิดต่างๆโดยการนำเสนอผลงานต่างๆที่มีการเปลี่ยนแปลงได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องนี้นำไปสู่ลักษณะที่สำคัญอย่างยิ่งที่ในยุคปัจจุบันการเรียนรู้รูปแบบต่างๆในการนำเสนอรูปแบบโครงสร้างในการเรียนรู้ต่างๆที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผู้คนส่วนใหญ่ก็มีลักษณะในการใช้ชีวิตที่ค่อนข้างแตกต่างกันลักษณะสังคมหรือแม้จะเป็นสภาพการต่างๆที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ อย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันการพัฒนาเป็นเครื่องที่บ่งบอกว่ารูปแบบในการใช้ชีวิตของผู้คนนั้น

มีการเปลี่ยนแปลงและมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลานำมาสู่ซึ่งในยุคปัจจุบันเราสามารถเรียนรู้รูปแบบในการใช้ชีวิตในโครงสร้างต่างๆที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การนำเสนอรูปแบบต่างๆในการใช้ชีวิตคือการพัฒนาสิ่งต่างๆจึงมีการพัฒนาและมีการปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง ผู้คนให้ความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโครงสร้างและการทำงานหรือไม่และจะมีการพัฒนารูปแบบในการใช้ชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพดูว่าด้วยการเรียนรู้เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นหรือไม่ถ้าจะเป็นเรื่องราวต่างๆ

การพัฒนาคือการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆการจดบันทึกก็มีรูปแบบมากมายไม่ว่าจะเป็นการคิดค้นอักษร หรือแม้แต่จะเป็นการจดจำด้วยภาพ สินค้าตอนนี้มีรูปแบบต่างๆมากมายจึงทำให้ลักษณะในการพัฒนาต่างๆเหล่านี้มีรูปแบบที่ค่อนข้างเยอะ

ในอนาคตน่าจะเห็นรูปแบบในการพัฒนาโครงสร้างในการจดบันทึกรูปแบบคนอื่นอีกมากมายแต่ในยุคปัจจุบันศิลปะก็เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่ค่อนข้างสำคัญว่าการนำเสนอผลงานต่างๆหรือแม้จะเป็นการพัฒนาโครงสร้างการทำงานต่างๆมีการพัฒนาที่ค่อนข้างมาก เป็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคมหรือแม้จะเป็นการเรียนรู้ซึ่งการนำเสนอผลงานต่างๆเหล่านี้ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่สามารถพัฒนาโครงสร้างในการทำงานใน เป็นการเปลี่ยนแปลง รูปแบบต่างๆที่นำมาสู่ซึ่งการพัฒนาโครงสร้างในการทำงานหรือเรื่องราวต่างๆ ที่ดีมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่โครงสร้างในการใช้ชีวิตต่างๆเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาอยู่เสมอ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.      เซ็กซี่ บาคาร่าออนไลน์

คัมภีร์มรณะการใช้ชีวิตหลังความตาย

สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับคัมภีร์มรณะโดยคัมภีร์มเล่มนี้ว่ากันว่าเป็นคัมภีร์มที่สามารถปลุกคนตายขึ้นมาแต่มันจะปลุกได้จริงไหมเรามาดูกันเลย

ซึ่งในคัมภีร์มรณะเล่มนี้หรือภาษาอังกฤษเรียกว่าBooK of the Deadโดยชื่อนี้เป็นชื่อที่ถูกตั้งขึ้นมาโดยนักอียิปต์วิทยาสมัยใหม่หลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่องราวของคัมภีร์มรณะกันมาแล้วจากภาพยนตร์เรื่องเดอะมัมมี่มันจะมีอยู่ฉากหนึ่งที่นางเอกได้อ่านอักขระจากคัมภีร์มรณะ

เมื่อเธอนั้นได้ทำการอ่านเสร็จมัมมี่ก็ลืมตาขึ้นมาทันทีเลยและหลังจากนั้นก็ตามมาด้วยหายนะต่างๆอีกมากมายโดยในคัมภีร์มรณะเล่มนี้ชาวอายะห์กุรซีในสมัยโบราณได้เรียกคัมภีร์มนี้ว่าprt m hrw Spells for Coming Forth by Dayในคำนี้ในปีคริสตศักราช1840

โดยได้มีผู้ที่แปลภาษาอียิปต์ที่เก่าแก่ของโลกได้ให้ความหมายในคัมภีร์มรณะว่าคัมภีร์มรณะนี้เป็นการปราปรารถนาที่จะไปยังยมโลกมากกว่าที่จะเป็นการพยายามกลับมายังโลกมนุษย์อีกครั้งเหมือนในหนัง

นอกจากนี้ในคัมภีร์มรณะนั้นได้ทำขึ้นมาด้วยกระดาษปาปิรุสถือได้ว่าเป็นกระดาษชนิดแรกของโลกเราก็ว่าได้โดยกระดาษชนิดนี้ได้ผลิตขึ้นมาจากต้นกกชนิดหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่าต้นPapyrusโดยเขาก็จะนำเอาต้นPapyrusนำเอาไปทำให้มันออกมาให้มีแผ่นบางๆจากนั้นเขาก็จะนำเอาไปตากแดดเอาไว้จนมันแห้ง

เนื่องจากนี้เขาก็จะนำเอาแต่ละแผ่นเอามาแปะเชื่อมติดกันให้มันกลายมาเป็นแผ่นใหญ่โดยเขาจะใช้น้ำเลี้ยงของต้นPapyrusที่จะเป็นตัวประสานและภายในกระดาษของคัมภีร์มรณะนั้นจะถูกเขียนไปด้วยคำที่มีความยาวและจะมีการใช้อักษรสีแดงสำหรับหัวข้อเรื่องหรือจะใช้เป็นการเน้นคำที่สำคัญ

ดังนั้นก็จะใช้หมึกสีดำในการเขียนและบางครั้งก็จะมีการวาดภาพประกอบเอาไว้อีกด้วยสำหรับคัมภีร์มรณะได้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยจุดประสงค์เพื่อที่จะช่วยผู้วัยชนให้สามารถเดินทางไปยังหลักโลกของความตายได้อย่างปลอดภัยและคัมภีร์มรณะเองก็ยังเป็นต้นแบบคาถาที่นำเอามาจารึกที่พีระมิดและก็จารึกที่โลงศพอีกด้วย

ซึ่งมันก็จะประกอบไปด้วยเวทมนต์คาถาที่มากมายโดยนักอียิปต์วิทยาในปัจจุบันของเราได้ทำการศึกษาและก็ค้นคว้าและก็ยังค้นหาแล้วก็รวบรวมเอาคัมภีร์มรณะที่ได้กระจายอยู่ไปทั่วโลกนำเอามาศึกษาแล้วก็ค้นพบว่ามีคาถาที่ถูกบันทึกเอาไว้อยู่ในพระคัมภีร์มรณะอยู่ถึง189คาถา

โดยคาถาแต่ละบทนั้นกจะเปรียบเสมือนคู่มือให้กับคนที่ตายและกำลังจะเดินทางไปใช้ชีวิตหลังความตายให้สามารถเดินทางไปได้อย่างลาบลื้นนั้นเอง

 

สนับสนุนโดย.    Gclub ฟรี 100

ตำนานแฝดอินจัน

หากใครกำลังท้อแล้วเห็นว่าชีวิตของตัวเองไม่มีคุณค่าก็หันมาฟังทางนี้เรื่องนี้ได้เป็นหนึ่งในตัวอย่างของบุคคลที่ถึงแม้ว่าพิการจนถูกหาว่าเป็นตัวกาลกิณีเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนแล้วก็ประสบเคราะห์ต่างๆนาๆแต่พวกเขาก็ได้ต่อสู้จนมันได้ทำให้ชีวิตของพวกเขานั้นได้กลายเป็นที่อิจฉาของใครหลายๆคนถึงได้สร้างชื่อเสียงให้กับสยามได้เป็นที่รู้จักของฝรั่งชนแต่จะมีอะไรกันบ้างมาดูกันเลย

โดยแฝดสยามทั้งคู้อาจจะต้องถูกประหารแฝดอินจันได้เกิดขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่2 ในครอบครัวคนไทยเชื่อสายจีนที่จังหวัดสมุทรสงครามโดยได้มีคุณแม่เป็นคนไทยและพ่อได้เป็นชาวจีนที่ได้อพยพมาตั้งแต่ครั้งรัชการที่1

ซึ่งตอนที่เกิดมาทั้งหมู่บ้านก็ได้มองเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่ประหลาดมากกับการที่ได้เห็นทารกสองคนได้มีตัวติดกันทั้งหมู่บ้านมองว่ามันอาจจะเป็นเรื่องกาลกิณีแน่ๆเลยแล้วก็ตามกฎหมายในเวลานั้นทั้งคู่จะต้องถูกประหารชีวิตด้วย

เนื่องจากความเชื่อตรงนี้นี่แหละ

เมื่อเวลาผ่านไปมันก็ไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรที่จะเกิดขึ้นไปๆมาๆผู้คนต่างก็เริ่มที่จะชินกับการมีตัวตนของเด็กสองคนที่มีตัวติดกันวิ่งไปวิ่งมาอยู่ในหมู่บ้าน

สำหรับโทษแปลกๆที่ว่านั้นก็ได้รับการยกเลิกไปโดยปริยายถือได้ว่าเป็นความโชคดีคูณสองเพราะว่าอาการนี้ถ้าเกิดปกติมันได้เกิดกับใครเข้าเด็กสองคนนั้นก็จะตายไม่นานหลังจากที่ได้คลอดออกมา

แต่ทว่าอินและจันก็เติบโตขึ้นมาเหมือนกับเด็กคนอื่นๆเลยมีสุขภาพที่ดีเหมือนกับเด็กๆโดยทั่วไป

นอกจากนี้จุดเริ่มต้นของชีวิตที่ราวกับถูกหวยเมื่อทั้งคู่นั้นยังเป็นวัยรุ่นอินกับจันเขาก็จะช่วยครอบครัวจับปลาขายไข่เค็มแล้วก็น้ำมันมะพร้าวอยู่ในหมู่บ้านชาวประมงแห่งหนึ่งนี่แหละก็มีชีวิตแบบคนธรรมดาทั่วไปจนกระทั่งวันหนึ่งได้มีพ่อค้าชาวอังกฤษได้มาพบกับแฝดคู่นี้กันเข้าที่ทั้งสองกำลังว่ายน้ำเล่นกันอยู่ต่างกับคนอื่นที่ได้มองว่าอินจันเป็นตัวกาลกิณี

เนื่องจากนี้ชายชาวอังกฤษเขาได้เห็นแววของสองเด็กผู้นี้แล้วเขาก็ได้คิดว่าจะนำแฝดคู่นี้ไปแสดงโชว์ที่สหรัฐอเมริกาก็เลยเข้าไปทำความสนิทสนมกับทางด้านครอบครัวของแฝดทั้งสองอยู่นานปีมากๆจนกระทั่งแม่ของทั้งคู่นั้นได้วางใจแล้วก็ปล่อยให้ชาวอังกฤษนั้นได้เอาลูกของเขาไปโชว์ตัวได้

นอกจากนี้ได้มีพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่3ของไทยไม่อยากให้เด็กแฝดสองคนนี้ออกไปจากประเทศไทยไปแต่ด้วยความพยายามเป็นอย่างมากในที่สุดชาวอังกฤษก็สามารถพาแฝดอินจันไปท่องโลกตะวันตกได้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

ประวัติ ของพระถังซัมจั๋ง

       สำหรับเรื่องราวของพระถังซัมจั๋งนั้นเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงและถูกนำมาดัดแปลงเป็นนิยายและตัวละครต่างๆมากมายในเรื่องของตำนานไซอิ๋วซึ่งพูดถึงพระภิกษุสงฆ์องค์หนึ่งที่เดินทางไปแสวงบุญที่ประเทศอินเดียระหว่างการเดินทางก็จะพบเจอกับอุปสรรคมากมายกับปีศาจหลายๆตัวที่ต้องการกินเนื้อของพระถังซัมจั๋งโดยมีความเชื่อว่าหากใครได้กินเนื้อของพระถังซัมจั๋งแล้วจะสามารถอายุยืน

แต่อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงแล้วพระสังข์ทำจากนั้นเป็นแค่เพียงประชาชนคนหนึ่งซึ่งได้มีโอกาสบวชเรียนในช่วงที่มีอายุประมาณ 13 ปีซึ่งในขณะนั้นได้บวชเป็นสามเณรโดยไม่ถามซ้ำจากนั้นเป็นผู้ที่ชื่นชอบศึกษาเกี่ยวกับธรรมะเป็นอย่างมากดังนั้นพระสังข์ซัมจั๋งจึงมีความสามารถในการแสดงทำมาเทศนาสั่งสอนผู้คนอย่างไรก็ตามในสมัยที่พระถังซัมจั๋งพร้อมบทเรียนใหม่ๆนั้น

พระสังข์ซัมจั๋งเกิดอยู่ในราชวงศ์ซุยแต่ต่อมาราชวงศ์ดังกล่าวนั้นได้สูญสิ้นลงและมีการเปลี่ยนราชวงศ์ใหม่มาเป็นราชวงศ์ถังนับตั้งแต่นั้นถ้าถังซัมจั๋งจึงได้คิดจะเดินทางไปศึกษาพระธรรมยังชมพูทวีปโดยเดินทางไปประเทศประเทศอินเดียซึ่งได้มีการปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรประวัติศาสตร์ของประเทศจีนว่าพระถังซัมจั๋งออกเดินทางไปในช่วงปีพุทธศักราช 1170 โดยระหว่างทางที่เดินไปที่ประเทศอินเดียนั้น

ก็ผ่านเรื่องราวต่างๆมากมายผ่านเมืองหลายเมืองซึ่งพระถังซัมจั๋งต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทางไปที่ประเทศอินเดียและยังเดินทางกลับมาที่เมืองจีนรวมแล้วระยะเวลาทั้งสิ้นต้องใช้เวลาเดินทางมากกว่า 19 ปีด้วยกันซึ่งถ้านับเป็นระยะทางในการเดินไปกลับนั้นก็มีระยะทางมากกว่า 50,000 ลี้โดยทุกครั้งที่ผ่านไปยังเมืองไหนก็จะมีการแสดงพระธรรมเทศนาตามเมืองต่างๆเหล่านั้นด้วย

ซึ่งว่ากันว่าในช่วงที่พระถังซัมจั๋งเดินทางไปที่ประเทศอินเดียนั้นได้มีการและแสดงพระธรรมเทศนาถึง 110 แคว้นด้วยกัน  ซึ่งนับว่าเป็นการเดินทางที่ใช้ระยะเวลาอย่างยาวนานเป็นอย่างมากหลังจากที่เดินทางกลับมาถึงประเทศจีนแล้วก็ถังซัมจั๋งก็ได้นำพระไตรปิฎกที่นำมาจากประเทศอินเดียมาเก็บไว้ที่เมืองหลวงด้วยซึ่งในสมัยนั้นมีการปกครองโดยพระเจ้าถังไท่จงซึ่งพระองค์นั้นเป็นคนที่นับถือศาสนาและเลื่อมใส

ในหลักคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก ซึ่งพระถังซัมจั๋งนั้นใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงที่เมืองเสียงอ่านจนในที่สุดก็ได้มรณภาพไปในช่วงปีพุทธศักราช 1207 นั่นเอง ส่วนตำนานในละครนั้นจะกล่าวถึงพระถังซัมจั๋งที่จะมีลูกศิษย์อยู่ 3 คนที่คอยช่วยเหลือพระถังซัมจั๋งเดินทางไปแสวงบุญยังชมพูทวีปซึ่ง 1 ตัวละครนั้นจะมีไซอิ๋ว   ตือโป๊ยก่าย  และปีศาจวัวกระทิงซึ่งถูกมาสร้างเป็นละครอยู่หลายครั้งด้วยกันทำให้หลายคนอาจจะงงๆเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของพระถังซัมจั๋งที่เป็นของจริงกับประวัติของพระถังซัมจั๋งจากในนิยายนั้นเอง

 

สนับสนุนโดย.  คาสิโน ปอยเปต

พ่อเพลงสุพรรณฯ พูดคุยเรื่องร้องเพลง ที่แสดงถึงศิลปวัฒนธรรม

        การร้องเพลงคือศิลปะอย่างหนึ่งซึ่งปัจจุบันนี้เพลงแบ่งออกเป็น 2 แบบโดยมีเป็นเพลงสมัยใหม่และเป็นเพลงพื้นบ้านในวันนี้มีข่าวรายงานเกี่ยวกับเรื่องของการจัดนิทรรศการงานสโมสรศิลปวัฒนธรรมเสวนาซึ่งผู้ที่มาคุยและแลกเปลี่ยนความรู้ให้กับคนที่สนใจเกี่ยวกับศิลปะวัฒนธรรมเพลงคือพ่อเพลงเมืองสุพรรณซึ่งท่านมีอายุมากถึง 71 ปีแล้ว

แต่ปัจจุบันก็ยังคงมีการเปิดการแสดงเกี่ยวกับเรื่องของการร้องเพลงซึ่งพ่อเพลงเมืองสุพรรณนี้เชื่อว่าหลายคนอาจจะมารู้จักแต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่หากไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเรื่องของเพลงพื้นบ้านว่าจะไม่รู้จักชื่อท่านโดยปัจจุบันนั้นคนที่ร้องเพลงพื้นบ้านค่อนข้างมีน้อยเนื่องจากว่าคนส่วนใหญ่นั้นหันมานิยมร้องเพลงทั่วไปที่เป็นเพลงปัจจุบันแทน

สำหรับเพลงพื้นบ้านที่มีคนร้องและจัดการแสดงอยู่ในตอนนี้นั่นก็คือนายสุจินต์ศรีประจันต์  โดยประวัติของท่านนั้นว่ากันว่าท่านหัดเล่นเพลงพื้นบ้านมาตั้งแต่ท่านยังเด็กอายุเพียงแค่ 13 ปีก็เริ่มเล่นเพลงพื้นบ้านและนับตั้งแต่นั้นเรื่อยมาท่านก็ร้องเพลงพื้นบ้านมาโดยตลอดและปัจจุบันนี้ท่านก็ยังมีการร้องเพลงพื้นบ้านซึ่งถ้าหากใครสนใจที่จะฟังเพลงพื้นบ้านพ่ออยากรำลึกถึงวัฒนธรรมเพลงที่เป็นเพลงพื้นบ้านของไทย

ก็สามารถที่จะว่าจ้างท่านได้เพราะในตอนนี้นับแต่ว่ามีท่านเป็นคนเดียวที่มียังเปิดการแสดงเพลงพื้นบ้านอยู่เพราะรุ่นท่านนั้นต่างก็พากันเสียชีวิตไปหมดแล้วท่านยังเคยบอกด้วยว่าในสมัยก่อนนั้นท่านไปร้องเพลงพื้นบ้านตามพื้นที่ต่างๆเลยไปถึงภาคใต้แล้วก็เคยร้องเพลงเกี่ยวกับการเมืองจนขนาดที่ถูกนายกรัฐมนตรีช่วงนั้นเรียกเข้าไปคุย

สำหรับการร้องเพลงพื้นบ้านนั้นปัจจุบันนี้ค่อนข้างหายากเพราะคนที่ฟังก็จะเป็นคนเก่าคนแก่คนสูงอายุแล้วเพราะกลุ่มวัยรุ่นเองก็ไม่ค่อยสนุกๆที่จะฟังเพลงพื้นบ้านมากนักดังนั้นการที่จะหาเพลงพื้นบ้านฟังจึงค่อนข้างหายาก แต่จริงๆแล้วเพลงพื้นบ้านถือว่าเป็นศิลปะวัฒนธรรมของไทยอย่างหนึ่งที่ควรอนุรักษ์ไว้ดังนั้นจึงมักมีการจัดงานแสดงเกี่ยวกับเรื่องของศิลปะวัฒนธรรมไทยเพื่อเป็นการให้คนรุ่นใหม่ระลึกถึงอย่างเพลงพื้นบ้านที่เราพูดถึงกันก็คือพวกเพลงอีแซวซึ่งตอนนี้หาฟังได้ยากมากแล้วนั่นเองซึ่งล่าสุดได้มีการจัดงานเมื่อวันที่ 27 เดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. 2563

เกี่ยวกับการเสวนาเรื่องของวัฒนธรรมโดยหัวข้อที่มีการจัดเสวนานั้นก็คือพื้นบ้านชานเมืองวิถีชาวบ้านไทยในบทเพลงนับได้ว่ายังคงมีคนสนใจที่จะสานต่อวัฒนธรรมไทยอยู่ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยเห็นบ่อยนักก็ตาม

 

สนับสนุนโดย.  gclub slot ทดลองเล่น

คนเรียนศิลปะจบมาแล้วไม่ค่อยมีงานทำจริงหรือไม่?

          เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยผ่านการถูกพ่อแม่ต่อต้านวิชาที่เราจะลงเรียนกันมาบ้างซึ่งก็หาใครเรียนตามที่พ่อแม่อยากเรียนคุณก็จะสามารถเรียนได้อย่างสบายใจไม่ต้องมานั่งทะเลาะกับพ่อกับแม่แต่ถ้าใครก็ตามที่โรงเรียนในสาขาวิชาที่พ่อกับแม่เห็นว่าเรียนมาแล้วไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรเลยก็มักจะถูกการห้ามปรามการทุสิ่งและการทะเลาะเบาะแว้งกันในครอบครัวกว่าที่คุณจะสามารถเรียนวิชาที่คุณอยากเรียนได้

ซึ่งวิชาที่มักจะได้รับการต่อต้านจากผู้ปกครองนั่นก็คือการเรียนวิชาศิลปะนั่นเอง  เพราะผู้ปกครองส่วนใหญ่ยังคงเป็นคนหัวโบราณที่มักมองว่าเรื่องของศิลปะนั้นก็คือการที่เราอาจจะมีการปั้นเครื่องปั้นดินเผาหรือไม่ก็เป็นแค่การวาดรูปอย่างเดียวเท่านั้นดังนั้นหากเรียนวิชาศิลปะไปพวกเขามักจะเชื่อกันว่าลูกหลานของพวกเขานั้นจะหางานทำได้ยากอีกทั้งเงินเดือนก็ยังน้อยอีกด้วยแต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ที่เรียนจบศิลปะมาสามารถแตกแขนงไปทำอาชีพอื่นๆได้หลายช่องทางเลยทีเดียว

และสามารถสร้างรายได้ให้กับเด็กที่จบมาได้อย่างมากเช่นเดียวกันเพราะจริงๆแล้วการที่เรียนศิลปะนั้นคุณไม่จำเป็นต้องออกมาเป็นนักวาดรูปอย่างเดียวเพียงเท่านั้นคุณสามารถที่จะไปทำงานด้านอื่นๆได้เหมือนกับเรียนวิชาอื่นๆทั่วไปเช่นคุณสามารถเปิดร้านทำอาหารและนำความรู้ด้านศิลปะของคุณมาประกอบในการทำขนมออกมาให้หน้าตาน่ารับประทาน

หรือถ้าหากใครมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการทำอาหารทำกับข้าวคุณก็สามารถนำงานศิลปะของคนนั้นมาจัดจานให้มีความสวยงามน่าสนใจซึ่งแน่นอนว่าไม่ว่าจะเป็นขนมหรืออาหารหากมีการจัดออกมาดูสวยงามคนก็มักอยากจะมากินเพราะคนในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นคนที่เน้นการเล่นโซเชียลมีเดียดังนั้นอันดับแรกที่พวกเขาจะทำหลังจากที่สั่งอาหารมาถึงโต๊ะแล้วก็คือการถ่ายรูปภาพอาหารน่าตาน่ารักสวยๆลงโชว์ใน Facebook หรือ Instagram ดังนั้นทางร้านเรามีจุดเด่นในเรื่องของการจัดสถานที่สวยงามหรือการทำขนมที่หน้าตาน่ารักๆประธานก็จะช่วยให้อาหารของเรานั้นขายดีได้

ซึ่งผลพวงก็จะมาจากการที่เรามีความรู้ด้านศิลปะนั่นเองอีกทั้งยังมีสายอาชีพอื่นๆที่คนที่จบงานด้านศิลปะมาสามารถทำได้ไม่ว่าจะเป็นอาชีพดีไซเนอร์หรือแม้แต่อาชีพช่างแต่งหน้าทำผมม้วนแต่ต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของศิลปะด้วยกันทั้งนั้นหรือแม้แต่อาชีพที่เปิดร้านสักซึ่งคนเหล่านี้ถ้าหากเขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับงานศิลปะเลย

พวกเขาก็จะไม่สามารถทำงานออกมาได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพและก็จะไม่มีลูกค้าไปใช้บริการของเขาดังนั้นอาชีพศิลปะนั้นสามารถที่เรียนมาแล้วจบและสามารถประกอบอาชีพอื่นๆได้มากมายนอกจากที่กล่าวมาข้างต้นอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าหากเรายังเข้าใจผิดว่าศิลปะนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเรียนนั้นควรจะมีการเปลี่ยนทัศนคติใหม่ได้แล้ว

 

สนับสนุนโดย    แทงมวยยกต่อยก

ตำนานอาถรรพ์ตำหนักเขียว ในกรุงเทพ

            ในกรุงเทพฯจะมีตำหนักหนึ่งที่ชื่อว่าตำหนักเขียวซึ่งตำหนักแห่งนี้นั้นเป็นตำหนักที่แต่เดิมนั้นเป็นที่อยู่ของสมเด็จพระองค์หญิงขาวซึ่งพระองค์นั้นเคยประทับอยู่ที่นี่ช่วงที่พระองค์ยังทรงมีพระชนมายุอยู่หลังจากที่ตรงนั้นเสียชีวิตตำหนักนี้ก็ถูกปล่อยให้ทิ้งร้างซึ่งชาวบ้านเล่ากันว่าบริเวณตำหนักแห่งนี้นั้นตั้งแต่ถูกทิ้งให้รกร้างชาวบ้านก็มักจะได้ยินเสียงแปลกประหลาดออกมาจากตัวตำหนักเป็นอย่างมาก

           ซึ่งบางคืนกลับบ้านก็มักจะได้ยินเสียงดนตรีไทยหรือแม้แต่ได้ยินเสียงร้องไห้ของผู้หญิงรวมถึงยังได้เห็นไฟที่พระตำหนักนั้นมีการเปิดทิ้งไว้ซึ่งทางที่จริงแล้วตามหลักนั้นไม่มีใครอยู่และมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมเต็มไปหมดอย่างไรก็ตามแต่ทางการได้มีการเตรียมตัวเข้ามาบูรณะซ่อมแซมพระตำหนักเขียวจึงได้ให้พวกช่างทั้งหลายได้มาพักอาศัยอยู่ในตำหนักเพื่อทำการซ่อมแซมตำหนักแห่งนี้และช่างก็ได้เจอกับเรื่องราวประวัติมากมายที่เรียกว่าเป็นอาถรรพ์ของตึกเขียวเลยทีเดียว

              ตัวอย่างเช่นที่คนงานมักจะได้เห็นกันนั่นก็คือมักจะได้ยินเสียงหญิงสาวเล่นกันส่งเสียงดังมาจากบริเวณกลางห้องของตึกเขียวหรือลูกคนงานคนหนึ่งได้มีการวิ่งเล่นในช่วงเวลากลางคืนซึ่งเมื่อพ่อแม่ถามเขาก็บอกว่าเขากำลังเล่นกับเพื่อนเมื่อถามถึงลักษณะรูปพรรณของเพื่อนที่เด็กเล่าให้ฟังก็คือเป็นเด็กชายนุ่งโจงกระเบนไว้ผมจุกที่สำคัญเด็กชายยังชี้ไปให้พ่อแม่ดูด้วยว่าเพื่อนใหม่ของเขานั้นยืนอยู่ด้านหลังของพ่อแม่ซึ่งเมื่อพ่อแม่หันไปก็ไม่เห็นเด็กชายไว้ผมจุกคนดังกล่าวจึงทำให้เราคนงานต่างพากันเชื่อว่าที่ตึกเขียวแห่งนี้มีอาถรรพณ์และมีผีอยู่อย่างแน่นอน

              อย่างไรก็ตามแต่สิ่งที่สร้างความน่ากลัวให้กับคนงานและชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณนั้นเป็นอย่างมากก็คือมีอยู่วันหนึ่งมีคนงานคนหนึ่งกินเหล้าเมาหลังจากนั้นก็ไปนอนอยู่บริเวณชั้นล่างของตัวอาคารตำหนักเขียวซึ่งบริเวณที่คนงานชายคนดังกล่าวนั้นนอนอยู่ก็คืออยู่ตรงบริเวณด้านหน้าของรูปภาพของสมเด็จพระองค์หญิงขาวและในตอนเช้านั้นเองเราคนงานเข้ามาพบว่าคนงานชายที่เมามากในช่วงเวลาตอนกลางคืนนั้นได้เสียชีวิตลงซึ่งไม่สามารถหาสาเหตุของการเสียชีวิตได้ทำให้เรื่องราวอาถรรพ์นี้กลายเป็นที่โจษจันไปทั่ว

               ชาวบ้านต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าช่วงที่ชายคนดังกล่าวมาอยากจะไปทำกิริยาที่ไม่ดีต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์หญิงขาวทำให้พระองค์เกิดความไม่พอใจจนเป็นสาเหตุให้ชายคนดังกล่าวนั้นเสียชีวิตลงเรื่องราวความอาถรรพ์ของตำหนักเขียวยังคงมีอีกมากมายแต่อย่างไรก็ตาม  หลังคาที่ได้มีการบูรณะซ่อมแซมตำหนักเดี๋ยวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้มีการทำบุญและทำพิธีบวงสรวงขึ้นมา

               ซึ่งหลังจากที่ได้มีการทำบุญใหญ่และทำพิธีบวงสรวงเสร็จสิ้นนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาวบ้านและคนบริเวณใกล้เคียงก็ไม่เคยได้ยินเสียงของหญิงสาวหรือพบเห็นเหตุการณ์แปลกประหลาดอีกเลยซึ่งในปัจจุบันนี้น้ำหนักเขียวยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เปิดให้ประชาชนได้เข้าไปเยี่ยมชมความงดงามและประวัติความเป็นมาของตำหนักเขียวได้ซึ่งถ้าหากใครอยากจะเข้าไปเยี่ยมชมตำหนักเกี่ยวก็สามารถเดินทางไปได้เช่นเดียวกัน            

 

สนับสนุนโดย  www.ufabet.com ช่องทางเข้าเว็ปพนัน

รู้หรือไม่ทำไมประเทศไทยถึงมีประเพณีวันลอยกระทง 

https://sites.google.com/site/suphatra06094/_/rsrc/1479782257051/khwam-hmay-khxng-prapheni-lxy-krathng/unnamed-110.jpg?height=242&width=400

      สำหรับการจัดงานลอยกระทงนั้นจะเป็นการที่คนไทย   ดอกไม้ธูปเทียนใส่กระทงไปลอยในแม่น้ำซึ่งในอดีตนั้นกระทงที่ทำนั้นจะทำมาจากต้นกล้วยและใบตองรวมถึงนำดอกไม้สีสันสวยงามมาประดิษฐ์ตกแต่งกระทงให้มีความสวยงามและในปัจจุบันนั้นมีการดัดแปลงกระทงมากขึ้นโดยบางคนใช้เป็นขนมปังมาทำกระทงหรือบางคนก็ใช้โฟมมาทำกระทงเพื่อลอย

     ซึ่งการลอยกระทงนั้นจะเป็นประเพณีที่คนไทยทำกันเป็นประจำทุกปีแต่คุณรู้หรือไม่ว่าทำไมประเทศไทยถึงต้องมีงานและมีการจัดงานลอยกระทงกันเกิดขึ้น  คนในสมัยโบราณมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของกลอยกระทงกันเอาไว้ว่าอย่างไรบ้าง

         แน่นอนว่าความเชื่อที่เรารู้กันดีและเป็นความเชื่อที่ปู่ย่าตายายได้บอกต่อๆกันมานั้นก็คือการลอยกระทงนั้นเป็นการอนุรักษ์ประเพณีซึ่งวิธีการนี้เป็นการที่ชาวบ้านนั้นจัดทำขึ้นมาเพราะหวังที่จะเป็นการขอโทษต่อแม่น้ำโดยคนในสมัยโบราณเชื่อว่าน้ำในแม่น้ำนั้นจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอยู่ซึ่ง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองแม่น้ำนั้นก็คือพระแม่คงคานั่นเองดังนั้นการที่นำดอกไม้ธูปเทียนมาลอยในแม่น้ำก็เพื่อเป็นการกราบไหว้และขอโทษพระแม่คงคาที่ตลอดทั้งปีนั้นชาวบ้านไม่มีการมาใช้น้ำในแม่น้ำและอาจจะสร้างความสกปรกลงในแม่น้ำนั่นเอง

          หรือความเชื่อหนึ่งต่างก็เชื่อกันว่าการลอยกระทงนั้นจะเป็นการบูชาเทพเจ้าซึ่งความเชื่อนี้เป็นความเชื่อในสมัยโบราณเป็นความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ซึ่งคนในอดีตนั้นจะนับถือพระอิศวร   พระนารายณ์   และพระพรหม  โดยความเชื่อคนที่ลอยกระทงนั้นจะมีความเชื่อกันว่ากระทงที่เขานำมาลอยนั้นจะลอยตามแม่น้ำไปเรื่อยๆและกระทงนี้จะลอยไปถึงพระพุทธเจ้าโดยความเชื่อของผู้คนนั้นเป็นการลอยกระทงเพื่อบูชาพระพุทธเจ้านั่นเอง

         สำหรับความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของการลอยกระทงนั้นบางคนเชื่อว่าเป็นการลอยเอาทุกเอาเคราะห์อโศกเอาโรคเอาภัยออกจากคนที่ลอยซึ่งคนที่มีความเชื่อแบบนี้พวกเขามักจะนิยมนำของซึ่งเป็นตัวแทนของตนเองใส่ลงไปในกระทงด้วยไม่ว่าจะเป็นการตัดปลายผมใส่ไปในกระทงหรือแม้แต่การตัดเล็บลงไปในกระทงเลยหวังว่าผมและเล็บนั้นจะเป็นตัวแทนของคนที่ลอยกระทงนั้นพาสิ่งที่ไม่ดีออกไป  ในขณะเดียวกันบางคนก็จะมีการใส่เงินเข้าไปในกระทงด้วยโดยมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของถ้าหากมีการใส่เงินลงไปจะทำให้พวกเขานั้นได้รับผลตอบแทนกลับมาเป็นเงินทองและมีความร่ำรวยในอนาคตนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าออนไลน์ คืออะไร