Skip to main content

ความเข้มและน้ำหนักของการใช้สี

งานศิลปะต่างๆมีการใช้สีขณะที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตามทุกคนจะมีการเรียนรู้และการพัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ โดยเฉพาะงานศิลปะในยุคปัจจุบันที่มีการเรียนรู้และการพัฒนาตลอดเวลาให้มีประสิทธิภาพในการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นผู้คนต่างๆเริ่มมีการพัฒนาลักษณะการทำงานและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการทำงานศิลปะเพื่อระบายอารมณ์ นึกว่าจะเป็นจิตรกรหรือแม้แต่จะเป็นศิลปินต่างๆในยุคปัจจุบันก็มี

การพัฒนาการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นงานภาพเขียน จากอุปกรณ์ใดๆก็ตามหรือแม้แต่จะเป็นการทำปฏิมากรรมขึ้น รวมทั้งในยุคปัจจุบันศิลปะได้มีการเพิ่มขยายมากยิ่งขึ้นเป็นแบบดิจิตอลโดยใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซึ่งพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการทำงานพรุ่งนี้อยู่ปัจจุบันโปรแกรมต่างก็ถูกผลิตออกมามากมาย

นี่เองจึงทำให้ศิลปะมีการพัฒนาตลอดเวลาการใช้สีใน Digital มีความทันสมัยที่เพิ่มมากขึ้นสามารถปรับเปลี่ยนสีได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำหนักต่างๆความเข้มความอ่อน สามารถปรับได้อยู่ตลอดเวลายังไงก็ตามรูปแบบของการเพิ่มค่าน้ำหนักของสีมีวิธีที่แตกต่างรถไฟ ยกตัวอย่างเช่นการเพิ่มหรือการปรับโทนสีเราจะใช้ hue ในการเปลี่ยนแปลงค่าของสี  หรือต้องการทำให้มีความเข้มขึ้นเราจะใส่โทนเข้าไป รวมทั้งถ้าอยากเพิ่มความสว่างเราจะใส่ tint แล้วถ้าใส่ค่าเป็นไงเราจะใช้เฉด

สิ่งต่างๆเหล่านี้เองเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของลักษณะของศิลปะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาความเข้มของสีและการใช้งานของสีน้ำตาลมีบทบาทอย่างมากจากการทำงานศิลปะในยุคปัจจุบัน ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะในการทำงานหรือการปรับเปลี่ยนรูปแบบในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เพราะผู้คนต่างให้ความสนใจในการพัฒนาการทำงานการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการทำงานต่างๆที่ในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจในการพัฒนาการทำงานหรือการปรับเปลี่ยนรูปแบบในการใช้สีต่างๆเพื่อพัฒนางานศิลปะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ศิลปะคือสิ่งที่บ่งบอกเกี่ยวกับวัฒนธรรมความเป็นอยู่ รวมทั้งยังมีงานศิลปะมากมายซึ่งในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาอย่างไรก็ตามจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่เริ่มมีการพัฒนางานศิลปะให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยเฉพาะความสามารถในการเข้าถึงงานศิลปะในยุคปัจจุบันที่มีการเติบโตที่เพิ่มขึ้นระบบอินเตอร์เน็ตคอมพิวเตอร์และการเชื่อมโยงข้อมูลเข้าหากัน มีการพัฒนาตลอดเวลา นี่คือทำให้งานศิลปะมีการพัฒนาตลอดเวลาสามารถเข้าถึงผู้คนง่ายมากขึ้นอย่างไรก็ตามงานศิลปะเป็นงานที่มีการพัฒนาตลอดเวลาให้ตามยุคตามสมัยตามลักษณะในการใช้ชีวิตของผู้คนนี้จะทำให้ศิลปะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

และการปรับเปลี่ยนต่างๆเหล่านี้ก็จะใช้อุปกรณ์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นสี พู่กัน และอุปกรณ์อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งบ่งบอกว่าแต่ละยุคสมัยนั้นมีการใช้อุปกรณ์อย่างไรบ้างในการทำงาน 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวดีๆโดย  สมัคร บาคาร่า ufabet

The Middle Ages

The Middle Ages หรือที่เรียกกันว่ายุคกลางเป็นยุคที่มักจะเรียกว่าเป็นยุคแห่งความมืดมนหรือยุคมืดแห่งศิลปะ เพราะก่อนจะมาสู่ในช่วงยุคกลางนั้นก็เป็นยุคที่มีความเจริญรุ่งเรื่องทางด้านศิลปะอย่างมากในช่วงยุคกรีกโรมันมาก่อนนั่นเอง พอหลังจากช่วงยุคกรีกโรมันและเข้าสู่ช่วงยุคกลางแล้วนั้น การเจริญเติบโตทางด้านศิลปะเป็นสิ่งที่มีการถดถอยลงทำให้ความเป็นศิลปะในยุคนั้น

ถือว่าไม่มีการเกิดใหม่และมีการสร้างสรรค์ในเรื่องของศิลปะที่น้อยมากเลยทีดี เปรียบเสมือนการถดถอยทางด้านสติปัญญาของมนุษย์ในยุคนั้นด้วยทำให้หลังจากยุคกลางไปลแวนั้นก็คือยุคของศิลปะเรอเนซองส์นั่นเองและถือว่าเป็นยุคที่มีการเกิดใหม่ของศิลปะจึงเป็นยุคที่มีความรุ่งเรื่องทางด้านศิลปะอย่างมากเลยนั่นเอง

แต่ถ่หากจะพูดไปแล้วนั้นจะว่ากล่าวยุคกลางว่าเป็นยุคแห่งความถดถอยทางด้านศิลปะสะทีเดียวก็ไม่ได้ เพราะในยุคนั้นถือว่าเป็นยุคที่มีช่วงระยะเวลาตั้งแต่ปี 400 ปลายๆไปจนถึงช่วงปี 1453 ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่มีการกินระยะเวลาในยุคกลางนั้นถือว่ายาวนานมากเลยทีเดียวแลพในช่วงระยะเวลาเป็นพันปีนั้นจะว่าการเจริญเติบโตทางด้านศิลปะในยุคกลางนั้นเป็นศิลปะที่ห่วยตลอดพันปีเลยนั้นก็ไม่น่าจะเป็นไปได้

ดังนั้นแล้วถ้าหากจะพูดถึงศิลปะในช่วงยุคกลางนั้นก็มีการเกิดขึ้นของศิลปะจำนวนมากมายแต่การเกิดขึ้นนั้นอาจจะเป้นการเกิดขึ้นของศิลปะในลักษระที่มีคระที่มีความคล้ายคลึงกันหรือเป็นศิลปะที่ไม่มีการเกิดขึ้นเป็นรูปแบบบใหม่ๆ และทำให้ในช่วงระยะเวลาเป็นพันๆปีนั้นศิลปะในยุคกลางจึงดำเนินไปอย่างคงเส้นคงวาและเป็นศิลปะที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่านั่นเอง

สำหรับศิลปะในช่วงยุคนั้นถึงแม้จะเป็นยุคมืดของศิลปะแต่การเกิดขึ้นของศิลปะในยุคนั้นก็ถือว่ามึวามสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของวงการศิลปะก็ว่าได้ เพราะในช่วงนั้นเป็นช่วงของการเจริญเติบโตทางด้านศาสนาและมีการสนัยสนุนในเรื่องของศาสนามากกว่าศิลปะนั่นเอง ทำให้ในยุคนั้นผลงานทางด้านศิลปะจึงเน้นไปด้านงานสถาปัตยกรรมเป็นหลัก ดดยสิ่งที่น่าสนใจในความเป็นงานศิลปะในยุคกลางนั้นก็คือการสร้างโบสถ์หรือสถานที่ทางศาสนาก็ถือว่ามีความสวยงามตามแบบฉบับศิลปะในยุคกลางแต่เนื่องด้วยว่าศาสนาได้รับความนิยมมากกว่าศิลปะทำให้ ความเป็นศิลปะหรือความสวยงามนั้น

ไม่ได้มีความโด่ดเด่นและน่าสนใจจนจะทำให้ศิลปะในยุคนั้นเป็นยุคที่มีการเจริญรุ่งเรืองนั่นเอง ซึ่งประเภทที่เป็นศิลปะในยุคกลางนั้นก็คือ ศิลปะโกทิค ศิลปะแบบบารอก ศิลปะเรอเนซอส์หรือที่เรียกว่าฟื้นฟูศิลปะวิทยาและศิลปะแบบรอกโกโก ก็ล้วนเป็นศิลปะในยุคกลางทั้งสิ้น แต่ยุคเรอเนซองส์นั้นจะมีความพิเศษและเป็นยุคที่มีความน่าสนใจทางด้านศิลปะมากที่สุดของยุคกลางนั่นเองจึงทำให้ในบางครั้งยุคเรอเนซอส์มักจะถูกแยกออกจากยุคอื่นๆ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sa casino ฟรี300

เรียนศิลปะจบไปทำอะไรดี

ในแต่ละปีนั้นต้องยอมรับว่ามีนักศึกษาที่เรียนศิลปะและเรียนจบในสาขาอาชีพนี้จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวแต่มีจำนวนน้อยมากที่เรียนจบด้านนี้แล้วนั้นไปประกอบอาชีพด้วยการเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว แล้วที่เหลือสามารถจะทำอะไรได้บ้างหลายคนอาจจะกังวลว่าเรียนจบศิลปะแล้วจะไม่มีงานทำ แน่นอนว่าไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวลในยุคนี้แล้วเพราะการเรียนจบศิลปะนั้นสามารถที่จะทำงานหรือนำศิลปะไปต่อยอดในการทำงานด้านอื่นๆ

ได้นอกจากการเป็นศิลปินนั่นเอง แตโดยส่วนใหญ่แล้วในบางครั้งนักศึกษาจะไม่ค่อยได้ค้นพบตัวเองในเวลาที่เร็วมากนัก การเตรียมพร้อมก่อนเรียนจบเพื่อให้เรานั้นเรีบยจบไปแล้วมีงานรองรับเลยนั้นจึงเป้นเรื่องสำคัญ และสถานศึกษาโดยส่วนให่ก็คำนึงถึงเรื่องนี้ด้วยว่าเรียนจบศิลปะไปแล้วนั้นจะสามารถประกอบอาชีพอะไรได้บ้าง

สิ่งแรกที่เป็นเป้าหมายหลักของนักศึกษาศิลปะหลังเรียนจบนั้นก็คือการได้ทำงานเป็นศิลปินหรือการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะอย่างเต็มตัว ซึ่งงานศิลปะนั้นก็มีมากมายหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์โดยการวาดภาพ การสร้างสรรค์งานประติมากรรม รวมทั้งการนำศิลปะหลายๆประเภทมาประยุคและก่อให้เกิดความคิดสรร้างสรรค์ในรูปแบบใหม่ๆ

และมีการนำไปโชว์หรือจัดนิทรรศการสิลปะต่างๆ ซึ่งปัจจุบันการจัดนิทรรศการเพื่อให้ความรู้และเพื่อให้ความเพลิดเพลินนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ได้รับความสนับสนุนอย่างดีมากและการทำงานศิลปะในลักษณะนี้นั้นก็เป็นช่องทางแรกที่นักศึกษาที่เรียนจบสาขาศิลปะประเภทต่างๆมานั้นใฝ่ฝันและอยากที่จะทำ แต่ในบางครั้งด้วยจำนวนนักศึกษาหรือคนที่จบางด้านศิลปะมานั้นมีจำนวนมาก การสร้างสรรค์ศิลปะต่างๆจึงถือว่าการแข่งขันที่สูง

ทำให้หลายคนหันมาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเชิงพาณิชย์ คือไม่ได้เน้นในการสร้างสรรค์ด้วยการวาดภาพ การปั้น เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่นำสิ่งเหล่านี้มาผสมผสานกับสินค้าที่สามารถขายได้ทั่วไป เช่นเครื่อประดับ กระเป๋า หรือสิ่งขิงที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคนทั่วไป ม่ว่าจะเป็นการนำศิลปะภาพวาดมาผสมผสานลงบนกระเป๋า เครื่องใช้ต่างๆด้วยการเย็บ ปีก สกรีนเป็นต้น 

ก็ถือว่าเป็นการสร้างสรรค์ศิลปะที่มีรูปแบบใหม่ให้คนได้เสพหรือสัมผัสกับศิลปะในรูปแบบอื่นๆนอกจากการชมภาพวาดหรือรูปปั้นนั่นเอง ซึ่งอาชีพนี้ก็ถือว่าเป็นอาชีพที่น่าสนใจสำหรับคนที่เรียนจบทางด้านศิลปะมาเพราะเป็นการสร้างผลงานที่มีความ Unique และเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ได้สูงเลยทีเดียว

ในปัจจุบันสื่ออนไลน์มีความสำคัญอย่างมากแน่นอนว่าคนที่จบการเรียนด้านศิลปะมานั้นมีความสำคัญกับการทำงานด้านนี้อย่างมากเพราะสื่ออนไลน์ต่างๆล้วนต้องการความคิดสร้างสรรค์และผู้ที่เรียนจบด้านศิลปะมักจะมีความคิดสร้างสรรค์ที่ดีทำให้อาชีพการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆผ่านสื่ออนไลน์นั้นก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับนักศึกษาที่จบด้านศิลปะมาด้วย อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะอาชีพใดการทำในสิ่งที่ชอบและสิ่งที่เรารักนั้นจะทำให้สิ่งที่เรานั้นทำออกมาดีและมีคุณค่าเสมอ

 

 

สนับสนุนโดย  ufabet บนมือถือ

ความลับที่ถูกซ่อนอยู่ในผลงานของ Edgar Degas

ในช่วงระหว่างปี 1876-1880 เป็นช่วงเวลาที่ Edgar Degas ได้มีการสร้างสรรค์ชิ้นงานทางศิลปะขึ้นมา ถึงแม้จะเป็นชิ้นงานที่มีความน่าสนใจแต่กลับไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนักและหนึ่งในชิ้นงานที่ Edgar Degas ได้สร้างสรรค์เอาไว้นั้นก็คือ Portrait of a woman เป็นชื่อที่มีความเหมาะสมดีกับภาพวาดนั้นอย่างมาก

เพราะนอกจากผู้หญิงที่สวมใส่ชุดดำในภาพวาดในภาพนั้นก็ไม่ได้มีอะไรอย่างอื่นที่น่าสนใจไปกว่าผู้หญิงชุดดำในภาพวาด จนเวลาล่วงเลยไปในปี 1922 ซึ่งเป็นยุคที่มีการค้นพบและมีการให้ความสนใจเกี่ยวกับผลงานชิ้นนี้ถึงแม้ Edgar Degas จะได้ล่วงลับไปแล้วเป็นเวลานานกว่า 100 ปี ผลงานของเขานั้นจึงได้มีการนำมาตรวจสอบและวิเคราะห์เพื่หารายละเอียดใหม่ๆ ที่จะสามารถนำไปสร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะที่มากขึ้น

เมื่อมีการตรวจสอบและวิเคราะห์ภาพวาดดูแล้วนั้น ได้มีการค้นพบรายละเอียดและความเป็นเอกลักษณ์ในการวาดของ Edgar Degas แต่ก็ยังไม่ได้เป็นที่ตื่นเต้นในการวิเคราะห์สักเท่าไหร่นัก จนกระทั่งมีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ภาพวาด ซึ่งเทคโนโลยีที่มีการนำเข้ามาตรวจสอบภาพวาดนั้นก็คือการ X-ray โดยการตรวจและวิเคราะห์ครั้งนี้นั้นถูกจัดขึ้นเมื่อปี2016และมีการใช้ระยะเวลาในการวิเคราะห์และตรวจสอบมากถึง33ชั่วโมง ก้ทำให้ได้พบกับความตื่นต้นที่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้ภาพหญิงสาวนั้นมีภาพของหญิงสาวอีกคนซ่อนอยู่ภายใต้หญิงสาวชุดดำและเมื่อมีการวิเคราะห์และมีการแยกออกมาจากกัน ก็พบว่ามีสไตล์การวาดที่มีความแตกต่างกันออกไป ต่างจากฝีแปรงปกติที่มีการวาดของ Edgar Degas 

ซึ่งก็มีการตั้งข้อสันนิษฐานมากมาย ว่ามีสิ่งใดที่ผิดปกติหรือมีอะไรเกิดขึ้นกับภาพวาดภาพนี้ แต่ก็ได้มีการวิเคราห์และหาคำตอบโดยละเอียดเลยสรุปได้ว่า Edgar Degas นั้นอาจจะมีการนำภาพใบเก่าๆมาวาดทับ ทำให้เกิดภาพทับซ้อนเหล่านี้ขึ้นนั่นเอง แต่สิ่งที่น่าตื่นเต้นกว่าภาพวาดของ Edgar Degas นั้น

ก็คือการใช้เทคโนโลยีในการวิเคราห์และตรวจสอบภาพดังกล่าวที่สามารถนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้เพื่อวิเคราะห์การทำงานว่าจิตรกรแต่ละคนในอดีตนั้นมีการสร้างสรรค์หรือการทำงนในการวาดภาพอย่างไรมากกว่า 

ความลับที่เกิดขึ้นบนภาพวาดของ Edgar Degas ที่ได้มานั้นก็ทำให้เราทราบว่าในช่วงยุคนั้น ในยุคของ Edgar Degas นั้นการเป็นจิตรกรที่ดี จะต้องมีการใช้ทรัพยากรและใช้ชีวิตอย่างมัธยัดด้วยและรู้จักการที่จะปล่อยวางไม่ยึดติดกับผลงานภาพวาดเก่าๆที่ตนเองนั้นสร้างสรรค์ขึ้นมา และมีการนำผ้าใบที่ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานนั้นกลับมาใช้หรือกลับมารีไซเคิล

เพื่อใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆอีกครั้ง ถึงแม้จะเป็นความลับที่ไม่ได้น่าตื่นเต้นนัก แต่อย่างน้อยการค้นพบสิ่งเหล่านี้ก็ทำให้ผลงานของ Edgar Degas นั้นกลับมาเป็นที่นิยมและเป็นสิ่งที่หลายคนที่ชื่นชอบในผลงานด้านภาพวาดนั้นจะต้องดูให้ได้สักครั้งหนึ่ง

 

 

สนับสนุนเรื่องราวมาจาก  เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100

ศิลปะการแต่งหน้าให้สวยงาม

การแต่งหน้าเป็นการเสริมแต่งให้ใบหน้าของเรานั้นดูดีมากขึ้น ปัจจุบันการแต่งหน้าถือว่าเป็นศิลปะที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะคนเรานั้นหันมาใส่ใจกับใบหน้าเพื่อความสวยงามมากขึ้นและการแต่งหน้าไม่เป็นเพียงการเสริมสร้างความงามบนใบหน้าเท่านั้นแต่ยังถือว่าเป็นสิ่งที่จะช่วยในการเสรอมสร้างบุคลิดภาพให้กับคนคนนั้นด้วย

การแต่งหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญของผู้หญิงในปัจจุบันมากขึ้นและถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นประจำในทุกๆวันด้วย ดังนั้นจึงถือว่าผู้หญิงดดยส่วนใหญ่ที่แต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางค์นั้นมีการใช้ศิลปะต่างๆเข้ามาเพื่อเป็นเทคนิคและทำให้ตัวเองนั้นเกิดความมั่นใจในการแต่งหน้า

การสร้างโครงให้กับใบหน้า ถือว่าถ้าหากไม่มีความชำนาญหรือความมีศิลปะในหัวใจนั้นก็ถือว่าการสร้างโครงทำได้ยาก เพราะผู้แต่งห้าไม่มีจิตนาการหรือความคิดสร้างสรรค์ที่จะสร้างกรอบหรือโครงหน่ให้กับตัวเองนั่นเอง ดังนั้นการสร้างกรอบหน้า โครงหน้าจึงจำเป็นจะต้องอาศัยสิ่งที่เรียกว่าศิลปะเพื่อนำมาใช้และผสมผสานกับเครื่องสำอางค์ที่มีให้ได้มาซึ่งความสวยงามของกรอบหน้าและโครงหน้า นั่นเอง

โดยส่วนใหญ่แล้วคนที่แต่งหน้านั้นจะต้องมีการวางกรอบหน้าและโครงสร้างของหน้าก่อนด้วยว่า หน้าของเรานั้นจะต้องทำกรอบหรือมีโครงสร้างบนใบหน้าอย่างไร และการสร้างกรอบหน้านั้นสามารถที่จะทำได้โดยการใช้แปรงแต่งหน้าและเครื่องสำอางที่คุ้นเคยอย่างเฉดดิ้งนั้นมาสร้างกรอบโดยถ้าหากต้องการหน้าที่เรียวเล็กก็จะต้องทำการสร้างกรอบที่เข้มในบริเวณข้างแก้มช่วงกรามและสันจมูก

เพื่อให้กรอบหน้าของเรานั้นดูชัดและสิ่งนี้ถ้าหากขาดจินตนาการและศิลปะในการแต่งนั้นก็จะทำให้หน้าของเรานั้นออกมาไม่สวยได้ การใช้ศิลปะเพื่อการสร้างกรอบและโครงสร้างหน้านั้นจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น

การใช้เทคนิคในเรื่องของสีเข้ามาเป็นตัวเพิ่มสีสันให้ใบหน้า ถือเป็นสิ่งที่เรียกว่าศิลปะเช่นกัน เพราะการที่เราจะสามารถใช้สีต่างๆเพื่อใช้ในการแต่งหน้าให้ออกมาสวยงามนั้นความรู้เรื่องของโทนสีจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากเช่นกัน การที่เรานั้นรู้เกี่ยวกับหลักการของสรทางศิลปะจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะนอกจากจะทำให้การแต่งหน้าของเราราบรื่น สวยงามแล้วนั้นการใช้เทคนิคสีเข้ามาช่วยในการสร้างสรรค์การแต่งหน้านั้นยังเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความแปลกใหม่ให้กับใบหน้าด้วย 

ไม่ว่าจะอย่างไรการแต่งหน้าก็ถือเป็นศิลปะที่มีความนิยมอีกแขนงหนึ่ง เพราะบางครั้งไม่ใช่เพียงแต่การแต่งหน้าอย่างไรให้สวยงามให้มีความมั่นใจแต่ศิลปะการแต่งหน้าก็ยังมีการแต่งหน้าอีกมากมายที่มีการนำศิลปะเข้ามาร่วมด้วย และการแต่งหน้าโดยใช้ศิลปะโดยตรงเพื่อสร้างความแปลกและแตกต่างมากขึ้นไปได้อีกด้วย ศิลปะจึงเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเราแม้กระทั่งในตอนที่เราแต่งหน้า

 

สนับสนุนโดย  gclub

BDSM ศิลปะ18+

BDSM ย่อมาจาก…

B = Bondage (สภาวะที่ถูกพันธนาการ หรือความเป็นทาส) 

D = Dominance (การปกครอง) และ Discipline (การลงโทษ)

S = Sadism (การมีความสุขจากการที่ได้ทำร้ายคนอื่น) และ Submission (การยอมจำนน)

M = Masochism (การมีความสุขจากการที่ถูกคนอื่นทำร้าย)

BDSM คือ ความหลากหลายของกิจกรรมทางเพศ โดยการสวมบทบาทต่างๆในระหว่างกิจกรรมทางเพศ เช่น การสวมบทบาทเป็นผู้ลงทัณฑ์ ผู้มีอำนาจ ผู้ยอมจำนน เป็นต้น ซึ่งผู้ที่สมบทบาทนั้นต่างจะได้รับความสุขในแบบที่ตัวเองชอบ ไม่ว่าจะเป็นความสุขจากการเป็นผู้กระทำที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกเจ็บปวดหรือผู้ถูกกระทำที่ได้รับความสุขจากการเจ็บปวดก็ได้ BDSM ถือว่าเป็นการเพิ่มความเร่าร้อนให้กิจกรรมทางเพศอย่างมาก  

หากจะยกตัวอย่างเกี่ยวกับเรื่อง BDSM นี้คงไม่พ้นภาพยนตร์ Fifty Shades of Grey ที่สามารถถ่ายทอดความเป็น BDSM ออกมาได้อย่างดี โดยเราจะเห็นพฤติกรรมของพระเอกที่มีความเป็น BDSM คือพระเอกมีความสุขจากการที่ได้ร้ายนางเอก ส่วนนางเอกก็มีความเป็น BDSM คือมีความสุขจากการที่ถูกพระเอกทำร้ายระหว่างทำกิจกรรมทางเพศร่วมกัน คนทั่วไปอาจจะรับไม่ได้กับภาพยนตร์แบบนี้ และพาลตีความในแง่ลบเกี่ยวกับพฤติกรรม BDSM ว่าเป็นการใช้ความรุนแรง เป็นเรื่องผิดปกติ จนถึงขั้นน่ารังเกียจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว BDSM ก็ไม่ต่างจากศิลปะแขนงหนึ่งที่ช่วยเพิ่มอรรถรสและความน่าสนใจให้กับกิจกรรมทางเพศ คนที่มีพฤติกรรม BDSM ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว นั่นเป็นเพียงแค่ความชอบ และพฤติกรรมอย่างหนึ่งเท่านั้น

BDSM จะเป็นศิลปะได้อย่างไร?

ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องเปิดใจมองให้กว้างอย่างทีเดียว ถึงจะสามารถเห็นศิลปะใน BDSM ได้ อย่างการสวมบทบาทเป็นตัวละครสมมุติต่างๆ ก็เกิดเป็นศิลปะได้ อย่างเช่น การสวมบทบาทเป็นเจ้านายกับคนใช้ การสวมบทบาทเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองกับผู้ถูกปกครอง ก็เป็นการเพิ่มสีสัน ความน่าตื่นเต้นได้อย่างหนึ่ง หากผู้ที่สวมบทบาทมีความยินยอมเต็มใจที่จะกระทำทั้งสองคนก็ถือได้ว่าเป็นศิลปะระหว่างกิจกรรมทางเพศของทั้งสอง  ในเมื่อละครก็คือศิลปะทางการแสดงอย่างหนึ่ง ดังนั้นการที่ สวมบทบาทเป็นตัวละครสมมุติระหว่างทำกิจกรรมทางเพศก็ย่อมไม่ต่างจากการทำการแสดงซึ่งเป็นศิลปะอย่างหนึ่งเช่นกัน

BDSM ไม่ใช่เรื่องที่น่ารังเกียจ เพราะทุกคนล้วนมีความชอบและพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ควรมองและเปิดรับ BDSM เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ถ้าพฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้สร้างความเดือดร้อน หรือละเมิดสิทธิใครก็ย่อมไม่ผิด แต่ถ้าเมื่อไรที่อีกฝ่ายไม่ได้ยินยอมและเต็มใจในพฤติกรรม BDSM นั่นก็ย่อมเข้าข่ายการใช้ความรุนแรงต่อคนอื่นได้แล้ว 

 

 

สนับสนุนโดย  สมัคร Sagame ฟรี

ศิลปินแห่งชาติที่ควรยกย่อง

นายยก ชูบัว ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (โนรา)

แรงบันดาลใจในการแสดงโนรา

จากการที่ โนรายก ชูบัว สนใจในศิลปะการแสดงโนรามาตั้งแต่เด็ก จนได้เข้าไปคลุกคลี ฝึกฝน เรื่อยมา วันเวลาที่ได้สัมผัสการแสดงโนรา ทำให้ โนรายก ชูบัว รักศิลปะการแสดงแขนงนี้ และตัดสินใจใช้การแสดงโนราเป็นสิ่งที่หาเลี้ยงชีพ ซึ่งแรงบันดาลใจก็มาจากสาเหตุดังต่อไปนี้

  1. ด้วยความสำนึกในบุญคุณของหมอโนราที่ช่วยชีวิตตัวเองเอาไว้ในวัยเด็ก ทำให้ โนรายก ชูบัว มีความเลื่อมใสศรัทธาในหมอโนราเป็นอย่างมาก ส่งผลให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะเจริญรอยตาม โนราถั่วเขียว ที่ตนเชื่อว่าเป็นผู้บนบานสานกล่าวต่อครูโนรา และทำให้ตนรอดชีวิตมาได้จนถึงปัจจุบัน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ โนรายก ชูบัว ตัดสินใจฝึกฝนการแสดงโนราเรื่อยมา
  2. การที่ โนรายก ชูบัว เกิดที่จังหวัดพัทลุง ที่ซึ่งถือว่าการแสดงโนราเป็นที่นิยมและมีแสดงให้ดูอย่างแพร่หลายในพื้นที่นั้น ทำให้ โนรายก ชูบัว ได้ซึมซับเอาการแสดงโนราเข้าไปในชีวิต จากสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ของตนเอง เกิดเป็นความชอบ และความหลงใหลในการแสดงโนรา จนสุดท้ายก็ตัดสินใจฝึกฝนโนราและยึดเป็นอาชีพ
  3. ครอบครัว และญาติผู้ใหญ่ที่ตนเคารพนับถือเป็นโนรา ทั้งยังช่วยสนับสนุน สั่งสอน โนรายก ชูบัว ได้เรียนรู้การเป็นโนรา เริ่มฝึกฝนตั้งแต่วัยเด็ก จนกลายเป็นความผูกพัน และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต โนรายก ชูบัว
  4. การที่ โนรายก ชูบัว ได้มีโอกาสแสดงโนราอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียน หรือตามสถานที่ต่างๆ ที่มีการจัดงานรื่นเริงทั่วไป ซึ่งจากการแสดงที่สวยงามถูกใจคนดู ทำให้ โนรายก ชูบัว ได้รับเสียงชื่นชมเป็นอย่างมาก นั่นก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ โนรายก ชูบัว รักในการแสดงโนราเป็นอย่างมาก
  5. การได้รับคำชื่นชม และความนิยมในการแสดง โนราของ โนรายก ชูบัว รวมถึงการได้รางวัลต่างๆ มากมาย ยิ่งทำให้ โนรายก ชูบัว เกิดความภาคภูมิใจในอาชีพการแสดงโนรา และหวังที่ยกระดับโนราให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป นั่นทำให้การแสดงโนราไม่ใช่เป็นเพียงแค่อาชีพเท่านั้น แต่มันกลายเป็นชีวิตของ โนรายก ชูบัว

จาก 5 เหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น เราคงไม่ต้องสงสัยแล้วว่าทำไม โนรายก ชูบัว ถึงได้หลงใหล และรักการแสดงโนราเป็นชีวิตจิตใจขนาดนี้ และหวังที่จะพัฒนาโนราให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีกด้วย การอุทิศทั้งกายและใจของท่านให้กับโนรา ทำให้ท่านเหมาะสมและคู่ควรกับการเป็นศิลปินแห่งชาติในแขนงนี้อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

 

ศิลปะและภาพยนตร์ต้องเป็นเรื่องนี้เลยครับ

ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ หนังสยองขวัญยอดฮิต 

ต้องขอบอกเลยว่าหนังเรื่องสยองขวัญเรื่องนี้ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างมากในวงการหนังผีไทยซึ่งเป็นหนังเรื่องที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงและน่าเหลือเชื่อแล้วอันนี้ก็ต้องขอยกความดีความชอบให้ทางผู้กำกับของเรานั้นคือ  พี่บรรจง ปิสัญธนะกูล ซึ่งทำออกมาได้อย่างลงตัวแล้วสยองขวัญมากที่สุดซึ่งเนื้อเรื่องนั้นดำเนินไปได้อย่างน่าตื่นเต้นและรวมไปถึงเนื้อเรื่องและการใส่บรรยากาศที่เหมาะหม่นไปทั้งเรื่อง 

ซึ่งต่อมาเราก็ต้องขอบอกเลยว่านักแสดงหนังเรื่องนี้ซึ่งกลืนกินกับบทสุดๆ และยิ่งเป็นผีที่แสดงนำโดย อิม อชิตะ

ซึ่งเป็นดาราที่ปกติแล้วเขาจะเล่นตลกเป็นอย่างมากและได้พลิกบทบาทมาเล่นได้อย่างสยองขวัญเหลือเกินและเนื้อเรื่องที่หลอนสุดๆนี้ก็เกิดมาจากพระเอกซึ่งเป็นช่างภาพและมีเบื้องหลังที่หน้าตื่นตาแล้วชวนขนลุกมากที่สุดซึ่งต่างกับที่เรานั้นเคยสนิทชิดเชื้อกันอย่างกับผีสาวของเรื่องแล้วยังมาหักหลังผีสาวคนนี้แล้วก็ทำให้เกิดแรงโมโหและแรงโกรธแล้วเรื่องนี้ก็จะค่อยๆคลายปมไปทีละอย่างซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่น่าจะดูเหมือนว่าจะมีอะไรมากนักและพระเอกของเราก็ได้ขับรถชนคนและก็ได้หลบหนีไปแล้วนั้นซึ่งแรงโกรธของผีสาวนั้นก็จะตามมาล้างแค้นโดนที่พระเอกนั้นไม่รู้ตัวอะไรและซึ่งเนื้อเรื่องนี้ก็จะดำเนินให้ผู้ชมนั้นไม่รู้สึกอึดอัดอะไรมากนักและเรื่องก็กลับมาร้ายแรงหนักมากขึ้น

และผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องผีสาวคนนี้ก็อาจจะค่อยๆเสียไปทีละคนและทำให้พระเอกนั้นต้องคิดหาวิธีเพื่อที่จะจำกัดกับผีสาวคนนี้และต้องหาวิธีอีกหลายอย่างมากมายและต้องบอกเลยเหตุการณ์นี้ ซึ่งมันไม่ได้ดีขึ้นกับผีสาวอีกทั้งเขายังคงจะวนเวียนอยู่กับข้างกายของพระเอกออย่าง กิมมิก ซึ่งเป็นพระเอกของเรื่องนี้

ซึ่งจะเห็นได้ว่าพระเอกของเรานั้นเริ่มมีน้ำหนักที่มากขึ้นและเกินกว่ารูปร่างของตนไปอย่างมากซึ่งต่างก็ทำให้คนดูทุกๆคนก็แทบจะหัวใจวายซึ่งเห็นผีสาวคนนี้ขึ้นขี่อยู่บนคอพระเอกอยู่นั้นเพราะจนนาทีสุดท้ายแล้วพระเอกก็ดูไม่ปกติเหมือนจะมีอาการคลั่งและทำให้ไม่สามารถควบคุมสติของตัวเองได้จึงทำให้แฟนสาวนั้นก็เริ่มที่จะตีตัวถอยห่างออกไปและเรื่องมันจะจบอย่างไรนั้นเราลองติดตามไปรอดูกันในช่วงตอนต่อไปกันนะ

 

สนับสนุนโดย ทดลองเล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรี

เริ่มฝึกถ่ายรูปสำหรับมือใหม่

หลายคนคงเคยได้ยินว่า “ถ่ายรูปใครๆก็ถ่ายได้แค่มีกล้อง” ไม่ปฏิเสธเลยว่ามันคือเรื่องจริง

เพราะกล้องดิจิตอลสมัยใหม่นี้มีระบบออโต้เพื่อความสะดวกสบายต่อการถ่ายรูป โดยที่เราตั้งค่าให้เป็นระบบออโต้ กล้องก็จะทำการวัดค่าต่างๆให้อัตโนมัติ เพียงแค่เราสั่งการโดนกดชัตเตอร์ถ่ายเพียงเท่านั้น วิธีนี้คงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับใครที่ไม่ได้อยากถ่ายรูปจริงจังหรือทำเป็นอาชีพ แต่ถ้าหากต้องการศึกษาการถ่ายรูปให้ลึกลงไป ละทิ้งความคิดในการถ่ายรูปโดยใช้โหมดออโต้ไปเลย สำหรับมือใหม่ที่พึ่งเริ่มเรียนรู้การถ่ายรูปเบื้องต้นควรรู้อะไรบ้างนั้น ไปดูกัน

1.ระบบวัดแสง ในปัจจุบันกล้องถ่ายรูปส่วนใหญ่นั้นเป็นแบบMirrorlessกันเสียทุกค่ายแล้ว โดยมีหน้าจอหรือช่องมอง สามารถทำการปรับแสงตามจริงให้รู้เลยว่าภาพนั้นสว่างหรือมืด การวัดแสงของกล้องมีหลาหลายรูปแบบอย่าง การวัดแสงเพียงจุดเดียวของภาพ การวัดแสงแบบหาค่าเฉลี่ยจุดกลางภาพ หรือการวัดแสงแบบหาค่าเฉลี่ยทั้งภาพ ซึ่งควรที่เรียนรู้เรื่องทำความเข้าใจของกล้องในเรื่องการวัดแสง และฝึกใช้ให้คล่อง

2.อ่านHistogram เป็นอีกหนึ่งข้อมูลของภาพแต่ละภาพที่สามารถเช็คดูได้ทั้งในกล้องหรือในคอมพิวเตอร์ Histogram คือ กราฟที่จะบอกถึงข้อมูลของภาพอย่างชัดเจนว่าภาพที่ถ่ายนั้นมีความสว่างหรือมืดขนาดนั้น ถึงแม้ว่าที่กล่าวข้างต้นไว้ว่า ช่องมองภาพจะทำให้เห็นความสว่างหรือมืดของภาพได้เช่นกัน แต่การดูกราฟข้อมูลจะสามารถทำให้เข้าใจภาพรวมของภาพที่ถ่ายได้มากกว่า

3.ใช้ Lens Fix คือเลนส์ชนิดที่มีระยะคงที่ ส่วนใหญ่แล้วถ้าต้องการความสะดวกสบายจะเลือกใช้ Lens Zoom มากกว่าเพราะจะสามารถซูมเข้าออกได้ตามใจโดยที่ไม่ต้องขยับร่างกายมาก แต่สำหรับคนที่ต้องการถ่ายรูปจริงจัง ควรจะฝึกการถ่ายด้วยเลนส์ฟิกสักตัวให้ชำนาญ จะทำให้เรารู้ระยะของวัตถุกับเลนส์ เพราะการถ่ายรูปแบบเฉพาะหลายๆอย่างก็ต้องอาศัยการใช้เลนส์ฟิกเพื่อภาพที่คมชัดและสวยงาม

4.การปรับ White Balance ระบบ White Balance ในกล้องปัจจุบันนั้นดีมากๆ แต่ก็มีบ้างที่ทำให้สีดูเพี้ยน เราควรลองฝึกปรับมันด้วยตนเองสำหรับมือใหม่ เพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจหลักการการใช้งานของมัน การปรับ White Balance มีหลากหลายรูปแบบ โดยที่มันถูกพัฒนามาเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องของสีที่เพี้ยนไปต่างจากความเป็นจริง และไม่ใช่ทุกหารถ่ายภาพจะต้องปรับ White Balance เราสามารถเลือกใช้แบบ Auto White Balance ก็ได้แต่ก็เลือกใช้เป็นโหมดเฉพาะและเหมาะสม

5.โหมด M อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าการถ่ายรูปใครๆก็ถ่ายได้นั้นเป็นเพราะคนส่วนใหญ่เลือกถ่ายด้วยการใช้โหมดAuto แต่ถ้าหากคุณต้องการที่ศึกษาอย่างจริงจัง คุณควรเริ่มฝึกการถ่ายรูปด้วยโหมดM หรือ Manual ที่จะทำให้เราได้ภาพมาตามสภาพของแสง และการเลือกใช้ระยะของเลนส์ เพราะเราจะต้องปรับค่าต่างๆด้วยตัวเองเพื่อที่จะได้รู้ว่ามันส่งผลต่อภาพอย่างไรบ้าง เช่น ถ้าเปิดรูรับแสงแคบหรือกว้าง กับระยะเลนส์เท่านี้ จะได้ภาพแบบไหน

6.โหมด A และ S 2โหมดนี้ก็มีความสำคัญไม่แพ้โหมดMเลยเช่นเดียวกัน แต่จะใช้ง่ายกว่า โหมดA หรือ Aperture Priority เป็นการเปิดใช้รูรับแสงตามที่ต้องการ ส่วนที่เหลือกล้องจะปรับให้เอง ส่วนโหมดS หรือ Shutter Priority เป็นการเปิดใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต้องการ ส่วนที่เหลือกล้องจะให้เองอีกเช่นกัน หากว่าเราฝึกการใช้สองโหมดนี้อย่างชำนาญ เราจะรู้ว่าควรใช้อย่างไรให้เหมาะสม

7.ฝึกถ่ายด้วย กฎสามส่วน และการจัดองค์ประกอบภาพ การถ่ายภาพให้ชำนาญมากยิ่งขึ้นเราควรรู้จักการจัดวางองค์ประกอบของภาพ โดยเฉพาะเรื่อง กฎสามส่วน หรือ Rule of Third การจัดองค์ประกอบภาพนั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก เป็นเรื่องราวของการใช้ศิลปะเข้ามาเกี่ยวเนื่อง ไม่มีการเซตฉากหรือเซตกล้อง เน้นเรื่องวางภาพให้น่าสนใจและเหมาะสม กฎสามส่วนเป็นพื้นฐานง่ายๆที่ควรศึกษาแรกเริ่ม และยังมีองค์ประกอบภาพอีกหลายรูปแบบให้ศึกษา

 

สนับสนุนเรื่องราวดีๆโดย คาสิโนออนไลน์ฝากขั้นต่ำ 100

ทรงยศ สุขมากอนันต์ หนึ่งในผู้กำกับไทยที่รู้จักกันดี

ใครที่เกิดในยุคนี้แล้วไม่รู้จักผู้กำกับคนนี้เรียกว่าเชยตายเลย

เป็นหนึ่งในสุดยอดผู้กำกับของประเทศไทยที่ทำหนังออกมาได้ถูกใจทุกผู้ทุกวัย แล้วก็ยังเป็นผู้กำกับที่มีฉายาว่า ผู้กำกับจอมโรคจิตอีกด้วย

เพราะสไตล์การกำกับแบบหักมุมให้คนดูเหวอกันไปแบบสุดๆเกือบทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องไหนก็ตาม มักจะมีกลิ่นอายคล้ายๆกันจนทำให้ใครได้ดูก็จะรู้ว่าเป็นหนังจากพี่ทรงยศคนนี้นี่เอง เราจะเห็นผลงานของเขาในนามชื่อกลุ่ม 365 ฟิล์ม

หนังที่สร้างชื่อให้กับผู้กำกับคนนี้อย่างยิ่งยวด 

อีกทั้งยังสร้างนักแสดงชั้นแนวหน้าให้กับวงการบันเทิงไทยอีกหลายต่อหลายคน เช่น แจ็ค แน็ค โฟกัส ซึ่งตอนนี้กลายเป็นดาราดังเป็นพลุแตก ทุกอย่างเริ่มต้นจากหนังเรื่องนี้เลย แฟนฉัน สุดยอดหนังที่เต็มไปด้วยอารมณ์ย้อนวัย ที่หลายๆคนรู้สึกได้ถึงการย้อนเวลาเหมือนในหนัง ดูแล้วน่ารักอิ่มเอมใจมากๆ นั้นคือต้นกำเนิดสุดยอดหนังอีกหลายต่อหลายเรื่องของพี่ทรงยศคนนี้

ต่อมาก็ได้ทำแนวผีๆบ้าง อย่างเรื่อง เด็กหอ ที่เป็นหนังที่มีอารมณ์หม่นๆใช้ได้ แล้วยังเป็นเรื่องที่เปิดตัวนักแสดงแนวหน้าอย่าง ไมเคิล อีกคนนึงประกบคู่กับ แน็ค แฟนฉัน คนเดิม เรื่องนี้แหละที่ผู้กำกับคนนี้เริ่มติดนิสัยการสร้างหนังหักมุมหัวทิ่มนั้นเอง มันไม่ใช่หนังผีธรรมดาที่มีแรงอาฆาตนะ

 

แต่เป็นหนังที่แสดงถึงความสัมพันธ์ของเพื่อนต่างสถานะ คนกับผี ใครได้ดูก็ต้องอินไปตามๆกัน บอกเลยว่ามีน้ำตาแตกกันบ้าง สุดท้ายหนังซี่รี่ย์อันแสนโด่งดังจนประเทศไทยลุกเป็นไฟเลย มีทั้งกระแสแนวลบแล้วก็แนวบวก ต่อให้มีเหล่าคนที่ต่อต้านการนำเสนอเรื่องเพศสัมพันธ์และเรื่องบุหรี่เรื่องยาเสพติดของเหล่านักเรียนมอปลายอย่างไรก็ตาม แต่เลทติ้งเรื่องนี้ก็พุ่งทะลุเพดานเลยทีเดียว ทำให้เป็นซี่รี่ทำต่อมาอีกหลายซีซั่น ใครๆก็ต้องดูไม่งั้นเชยแย่เลย

บอกเลยว่าหนังเรื่องไหนที่พี่ทรงยศกำกับ ผมจะตามดูทุกเรื่องเพราะมันเป็นหนังส่อสังคมที่จริงทีเดียว แล้วก็ได้ความมัน ไหนจะความน่ารักของเหล่านักแสดงอีกด้วย

 

ขอขอบคุณเรื่องราวที่ให้มานำเสนอโดย บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท