Skip to main content

พ่อขุนรามคำแหง

พ่อรามคำแหงมหาราชนั้นหรือว่า  พญาร่วง หรือว่า พระบาทกมรเตงอัญศรีรามราช 

เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 3 ในราชวงค์พระร่วงแห่งอาณาจักรสุโขทัย และพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์พระองค์แรงของไทยที่ได้รับการยกย่องเป็น มหาราชด้วยทรงที่ท่านนั้นบำเพ็ญพระราชกรณีกิจแก่แผ่นดิน และท่านยังได้รวบรวมอาณาจักรประเทศไทยได้กว้างและยังทรงประดิษฐ์ตัวอักษรไทยขึ้น ที่ทำให้ประเทศไทยนั้นมีตัวอักษรมีความรู้ ที่สืบทอดกันมามากกว่า 700ปี

  และเมื่อพ่อขุนรามนั้นมีอายุครบ 19 ปีนั้น ทรงได้ทำ ยุทธหัตถี และมีชัยชนะกลับมาและพระบิดานั้นได้ให้พระนามว่า พระรามคำแหง ที่แปลว่า พระรามที่กล้าหาญ และในราชบัณฑิตยสถานได้สันนิฐานว่าพระนามเดิมนั้นนั้นคือ ราม เพราะว่าเมื่อพระนามนั้นเมื่อเสวยราชย์แล้วว่า พ่อขุนราม

เพราะว่าในสมัยนั้นนิยมเอาชื่อของปู่นั้นมาตั้งชื่อให้หลานซึ่งตามพระราชนัดดาของพระองค์มีพระนามว่า  พระยาพระราม และเมื่อในเหตุการณ์การแย่งชิงราชสมบัติกรุงศรีอยุธยา ตามพระราชพงศาวดารกรุงเก่า นั้นปรากฏเจ้าเมืองพระนามว่า พระยาบาลเมือง และ พระยาราม

พ่อขุนรามคำแหงมหาราชเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 3 ของ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ กับนางเสือง  พระเชษฐาองค์แรกนั้นสิ้นพระชนม์ตั้งแต่พ่อขุนรามนั้นยังอายุน้อย และพระเชษฐาองค์ที่สองพระนามตามจารึกว่า  พระยาบานเมือง ซึ่งได้เสวยราชย์ต่อจากพระราชบิดา และเมื่อสิ้นชนม์แล้วเมื่อสิ้นพระชนม์แล้วก้มาเป็นพ่อขุนรามคำแหงมหาราชก็เสวยราชย์แทนต่อมา  การปกครองของพ่อขุนรามนั้นนั้นทรงไล่จัดอิทฺพลของเขมรออกไปจากกรุงสุโขทัยได้ในปราย พุทธศตวรรษที่ 18 การปกครองของกษัตริย์สุโขทัยได้ใช้ระบบ ปิตุราชาธิปไตย หือว่าพ่อปกครองลูก  เหมือนในจารึกของพ่อขุนรามคำแหง

โดยมีคำพูดว่า เมื่อชั่วพ่อกูกูบำเรอแก่พ่อกู กูได้ตัวเนื้อตัวปลา กูเอามาแก้พ่อกูกูได้หมากส้มหมากหวาน อันใดกินอร่อยดี กูเอามาแก่พ่อกูกูไปตีหนังวังช้างได้ กูเอามาแก่พ่อกูกูไปท่อบ้านท่อเมือง ได้ช้างได้งาได้ปั๋วได้นางได้เงือนได้ทองกูเอามาเวนแก่พ่อกู

เศรษฐกิจและการค้า  โปรดสั่งให้สร้างทำนบกักน้ำที่เรียกว่า  สรีดภงส์ เพื่อที่จะนำน้ำนั้นไปใช้ในตัวเมืองสุโขทัยและแถวบริเวณที่ใกล้เคียง โดยที่อาศัยแนวคันดินที่เรียกว่า  เขื่อนพระร่วง จึงทำให้มีน้ำใช้ในการเพราะปลูกและอุปโภคในยามที่บ้านเมืองนั้นขาดแคลนน้ำ และทรงส่งเสริมการขายอย่างเสรีภาพในอาณาจักรที่ไม่เรียกเก็บภาษีหรือจังกอบจากพ่อค้าที่เข้ามาค้าขายในกรุงสุโขทัยดังคำจารึกบนศิลาจารึก

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

ตำนานวัดไทรใหญ่ที่ไม่เคยรู้มาก่อน 

ในตำนานวัดไทรใหญ่มีดังนี้

นั้นซึ่งมีอายุเก่าแก่มาหลายร้อยปี ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งวัดนี้ได้รับบริจากที่ดินมาจาก  นางเง็ก แสงประภา เพื่อมีการบริจาคสำหรับการสร้างวัด 20 ไร่ อีกทั้งยังบริจาคให้เป็นที่สำหรับพระสงฆ์อีก 72 ตารางวา แล้วยังมีผู้เข้าร่วมบริจาคอีก 15 ไร่ 96 ตารางวา

และผู้บริจาคที่ดินนั้น ชื่อ นางผัน คำจงจิต  เดิมทีทางวัดไทรใหญ่นั้นมีชื่อเรียกว่า วัดมหานิโคธาราม และความหมายของ ต้นไทรใหญ่ ซึ่งเดิมทีแล้วชื่อวัดมันยาวไป และ ชาวบ้านเขาก็เรียกกันไม่ค่อยติดปาก แล้วต่อมาได้เปลี่ยนชื่อมาเรียกกันเป็นวัดไทรใหญ่และ วัดไทรใหญ่นั้นก็ได้รับของพระราชทานวิสุงคามสีมา ซึ่งทำพิธีผูกพัทธ์สีมา อย่างเรียบร้อยแล้ว 

ที่วัดไทรใหญ่ ซึ่งมีพระประธานในอุโบสถ และปางมารวิชัยขนาดใหญ่ซึ่งหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ 

ทางด้านชาวบ้านนั้นได้เรียกท่านว่าหลวงพ่อทองคำ อีกทั้งยังมีความเชื่อกันว่าถูกสร้างขึ้นสมัยพระเจ้าอู่ทอง ซึ่งมีความเชื่อที่เล่าขานต่อกันว่า หลวงพ่อทองคำนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์มาก หรือถ้าใครนั้นมาขอพรหรือบนกล่าวเอาไว้ก็จะสมหวังดั่งใจขอ ซึ่งหลวงพ่อทองคำนั้นก็ได้ถูกอัญเชิญมาจากหัวเมืองเหนือ

 หรือว่าใครนั้นได้ไปบนบานกล่าวกับหลวงพ่อทองคำไว้ ต้องรีบมาแก้บนและด้านสิ่งของแก้บนนั้น ก็อยู่กับการที่ได้บนเอาไว้ที่ได้แจ้งแก่หลวงพ่อ ซึ่งเรานั้นจะแก้ด้วยอะไร แต่ในส่วนใหญ่จะมีการแก้บนด้วยการรำละคร  หรือถวายช้างไม้ และการบวชแก้บน

ซึ่งทางด้านวัดไทรใหญ่นั้น ยังมีวัตถุมงคลของหลวงพ่อทองคำ อีกมากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นรูปที่บูชา เหรียญและผ้ายันต์ต่างๆ ซึ่งเป็นที่นิยมที่สุดอย่างเช่น เหรียญซึ่งมีการจัดวางไว้หลายรุ่นด้วยกัน และสิ่งที่นิยมมากที่สุด ก็คือ รุ่นแรกๆ  สร้างขึ้นในปีพ.ศ. ๒๔๙๘ ซึ่งได้รับการปลุกเสกหลายพระอาจารย์ที่ดังๆด้วยกัน เช่น หลวงพ่อจง หลวงพ่อแฉ่ง หลวงปู่เผือก และ หลวงพ่อกี้ ซึ่งเป็นรูปใบเสมา ซึ่งมีพุทธคุณสูงมาก และ แคล้วคลาด อยู่ยงคงกระพันปลอดภัยจากสิ่งอันตรายทั้งหลาย ซึ่งสร้างขึ้นในโอกาสผูกพัทธ์สีมา ที่มีเนื้อเงิน, ทองแดงรมดำ, ทองแดงกะไหล่ทอง และทองแดงกะไหล่เงิน และในด้านรุ่นที่เป็นสิ่งนิยมเหมือนกันอย่างรุ่นที่ 2 ซึ่งมีเนื้อทองแดง และอัลปาก้า

ซึ่งเป็นรูปกงจักร สำหรับอาจารย์ที่ทำพิธีนั้นก็เป็นองค์ที่ปลุกเสกรุ่นแรกๆ  และด้านพุทธคุณก็ไม่แตกต่างกันเลย

หรือใครที่มีโอกาสผ่านเข้าไปกราบไหว้ ขอพรจากหลวงพ่อทองคำ อย่าลืมเข้าไปชม ตลาดน้ำไทรน้อย ซึ่งที่นี่มีขนมและอาหารหลายๆอย่างมากมายอีกด้วย 

 

ขอบคุณเรื่องราวที่น่าสนใจเหล่านี้โดย จุดอ่อนบาคาร่า