Skip to main content

ประวัติศาสนาพุทธในประเทศลาว

ศาสนาพุทธในประเทศลาว วันนี้ข้าพเจ้าขอนำเสนอเกี่ยวกับศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ซึ่งเป็นศาสนาที่คนประเทศลาวนับถือกันมากที่สุดวัดที่ตั้งอยู่ในประเทศลาวมีประมาณ 4500 ถึง 5000วัดส่วนมากคนที่บวชในพระพุทธศาสนาของประเทศลาวส่วนมากก็เป็นผู้ชายซึ่งครั้งหนึ่งในชีวิตหาก ใครได้บวชก็ถือว่าเป็นบุญเป็นวาสนา พระภิษุทั้งหมดในประเทศลาวตอนนี้ประมาณ 20,000 รูป

และเป็นพระภิษุชั้นผู้ใหญ่ประมาณ 8000 ถึง 9000 รูปและผู้หญิงในประเทศลาวก็มีบวชเป็นแม่ชีบวชเป็นภิษุณีไม่ค่อยมีส่วนใหญ่สาวลาวจะไม่ค่อยนิยมการบวชมากนักประเทศลาวเป็นมหานิกายหลังปี 2518 ก็มีธรรมยุทธนิกายอยู่บ้างเป็นส่วนน้อยส่วนใหญ่

แล้วก็พระภิษุจะจำวัดอยู่ในบริเวณของกรุงเวียงจันทน์เป็นส่วนมากพระธาตุหลวงเวียงจันทน์เป็นพระเจดีย์ที่สำคัญ ใช้สำหรับประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญซึ่งจะมีงานฉลองกันอยู่ในช่วงเดือน 12 หรือเดือนพฤศจิกายนวัดของศาสนาพุทธมหานิกายมหายานในลาวมีอยู่ประมาณสองถึงสามวัดที่เป็นของชาวเวียดนามและชาวจีน

ซึ่งเข้ามามีอิทธิพลต่อประเทศลาวจริงแล้วที่มาของศาสนาพุทธในเมืองลาวเนี่ยเกิดขึ้นเมื่อราวปีพุทธศักราช 2513 ได้ผ่านมาทางมอญและได้แพร่หลายไปจนทั่วประเทศลาวปีพุทธศตวรรษที่ 19 กษัตริย์ลาวหลายพระองค์ให้การสนับสนุนพุทธศาสนาพระภิษุสงฆ์ในลาว มีบทบาทต่อการศึกษาของประเทศลาวมากแต่ต่อมาหมดบทบาทลงไปเมื่อฝรั่งเศสได้จัดการศึกษาแบบตะวันตก

ขึ้นจนกระทั่งญี่ปุ่นเข้ามาในลาวและได้จัดตั้งตั้งขบวนการชาตินิยมลาวโดยใช้พุทธศาสนาเป็นศูนย์กลางวัดมีบทบาทในการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องเอกราชคืนจากประเทศฝรั่งเศสต่อมาปี 2493 ขบวนการประเทศลาวพยายามนำพระสงฆ์มาอยู่ในฝ่ายซ้ายในขณะที่รัฐบาลราชอาณาจักรลาวก็พยามควบคุมพระสงฆ์ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายเกี่ยวกับการปกครองในระบบประชาธิปไตยของลาวมากนะ

ถ้าส่งบางส่วนถูกส่งไป ค่ายสัมมนาพระสงฆ์บางส่วนลาสิขา และหนีมาประเทศไทยการบวชพระและเณรลดลงวัดว่างเปล่ามากเนื่องจากเกิดภาวะการสู้รบและการพยายามนำส่งเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองในปัจจุบันชาวไทยที่นับถือศาสนาพุทธก็นิยมเข้าไปทำบุญทอดกฐินผ้าป่าในวัดที่เมืองลาวกันอยู่เป็นจำนวนมาก

เพราะว่าวัดในประเทศลาวค่อนข้างจะมีสภาพสุดโทรมมีความยากจนยังขาดแคนปัจจัยหลายอย่างแต่ แต่การปฎิบัติของพระในเมืองลาวยังถือว่าเป็นการปฏิบัติที่เข้มข้นทำให้เกิดศรัทธากับพี่น้องประชาชนคนไทยพี่ติดตามข่าวสารของพระที่ปฏิบัติอยู่ฝั่งทางประเทศลาวสุดท้ายแล้วตอนนี้ก็ถือว่าพระพุทธศาสนาที่เกิดจากเมืองลาวด

ก็ถือว่าเกิดมายาวนานพอพอกับศาสนาพุทธประเทศไทยแล้วศาสนาหลักประชาชนส่วนมากก็นับถือศาสนาพุทธเป็นหลักหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการให้ข้อมูลในวันนี้จะเป็นประโยชน์แก่พี่น้องที่ต้องการรู้ว่าจริงว่าลาวเนี่ยนับถือศาสนาอะไร และศาสนาพุทธที่เกิดขึ้นในประเทศลาวเกิดเมื่อใด การปฎิบัติของชาวพุทธสาสนิกชนคนลาวมีที่มาเป็นอย่างไร

 

สนับสนุนโดย.  www.ufabet.com เริ่มเดิมพัน

เรื่องราวความลับของ In The Iron Mask 

       เชื่อว่าถ้าหากหลายคนที่ชื่นชอบการชมภาพยนตร์หรือซีรีย์สยองขวัญอาจจะเคยเห็นซีรีย์ In The Iron Mask  ที่ฆาตกรนั้นมีการใส่หน้ากากซึ่งตัวหน้ากากนี้เองในอดีตนั้นเคยมีคนที่สงสัยหน้ากากนี้มีชีวิตอยู่จริงเขาไม่ใช่เป็นเพียงแค่คนอยู่ในตัวละครภาพยนตร์เพียงอย่างเดียวเท่านั้นดังนั้นในบทความนี้เราจะมาพูดถึงชายหนุ่มคนหนึ่งที่สวมใส่หน้ากากเหล็กว่าเขาคือใครและมีที่มาที่ไปอย่างไร 

      In The Iron Mask หรือชายสวมหน้ากากเหล็ก

     ชายหน้ากากเหล็กนั้นเป็นวรรณกรรมอมตะของนักเขียนชาวฝรั่งเศสอเล็กซองดร์อยู่มาเขียนขึ้นเมื่อปี 1878 ถูกนำไปสร้างภาพยนตร์หลายครั้งแล้วซึ่งเรื่องนี้ก็มีเค้าโครงจากเรื่องจริงในปี 1669 พี่หมื่นถ้าดันเคิร์กทางตอนเหนือของฝรั่งเศสมีชายนิรนามคนหนึ่งถูกนำตัวส่งเข้าคุกลับแห่ง pixels นครตูรินประเทศอิตาลีซึ่งสมัยก่อนเคยเป็นของฝรั่งเศสและมีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา

         Benedict Anderson ถูกนำตัวมาควบคุมในคุกที่มีความรักษาความปลอดภัยสูงสุด ผู้คุมขังคุกแห่งนี้จะรับคำสั่งว่าจะต้องคอยจัดการเรื่องอาหารและเรื่องสัพเพเหระในชีวิตประจำวันกับเขาแต่รับฟังคำใดๆที่นักโทษพรุ่งนี้พยายามจะบอกและหากนักโทษยังไม่เลิกที่จะเล่าเรื่องไร้สาระ

เกี่ยวกับตัวเขาแล้วก็ให้ค่าเข้าช้าจนกระทั่งปี 1698 เขาได้รับตำแหน่งใหญ่ประจำคุกบาสตีลแห่งนครปารีสและภารกิจในการกักขังปกปิดชายหน้ากากเล็กก็ยังคงมีอยู่พร้อมกับปริศนาที่ว่าแล้วชายคนนี้เป็นใครทำไมถึงเป็นคนสำคัญ

         ด้วยความสงสัยเกี่ยวกับชายที่ใส่หน้ากากเหล็กจึงมีข้อสันนิษฐานต่างๆเช่นเป็นพี่น้องฝาแฝดหรือเป็นบิดาแท้ๆของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 หรือแม้แต่สงสัยว่าจะเป็นตัวพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เองเลยแต่ก็ยังมีการยอมรับทุกฝ่ายคือเขาน่าจะเป็นผู้สูงศักดิ์และต้องมีความสำคัญเกินกว่าที่จะเปลี่ยนชีวิตทิ้งไปในปี 1793

เขาก็ได้เสียชีวิตลงในคุกบาสตีลนั่นเองซึ่งเป็นการจองจำมาอย่างยาวนานถึง 34 ปีเจ้าของเขานั้นถูกฝังภายใต้ชื่อ buddha sculpture ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นภายหลังเท่านั้นส่วนหลักฐานอื่นๆก็สูญหายไปหมดแม้แต่หน้ากากเหล็กก็ถูกนำไปหลอมใหม่เพื่อยุติการสืบค้นจนถึงตอนนี้เวลาจะล่วงเลยมากว่า 300 ปีแล้วแต่ปริศนาชายสวมหน้ากากเหล็กก็ยังคงไร้คำตอบ 

     ดังนั้นเรื่องราวของชายที่ใส่หน้ากากเหล็กจึงไม่ใช่ตัวละครที่แต่งขึ้นมาเพียงเท่านั้น เขามีตัวตนอยู่จริงเมื่อนานมาแล้ว และเขาคือคนปริศนาในตำนาน ซึ่งแม้แต่ปัจจุบันนี้จะมีวิวัฒนาการก้าวหน้ามากแค่ไหนก็ไม่สามารถย้อนกลับไปหาคำตอบของตัวตนของเขาได้ว่าเขาคือใครกันแน่ 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet สมัครสมาชิก

The Florence Nightingale กับหน้าประวัติศาสตร์บนธนบัตร  10 ปอนด์ 

      The Florence Nightingale เธอเป็นผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้ปรากฏตัวบนธนบัตรในช่วงคริสต์ศักราช 1975 ถึง 1992 เธอคือผู้บุกเบิกด้านพยาบาลศาสตร์ยุคใหม่และเป็นผู้ยกระดับวิชาชีพพยาบาลเนื่องจากในอดีตนั้นวิชาชีพพยาบาลในอดีตนั้น

วิชาชีพพยาบาลเคยถูกมองว่าเป็นอาชีพขั้นต่ำของสังคมในถึงจะมีชื่อเสียงจากการรักษากล่องทหารที่ได้รับบาดเจ็บในสงครามไครเมียระหว่างปี 1853 ถึง 1856

        ซึ่งเธอนั้นสร้างคุณงามความดีเอาไว้มากจนถึงขณะที่ชาวบ้านต่างก็พากันเรียกว่าเธอเป็นสุภาพสตรีแห่งดวงประทีปหรือ the lady with the Lamp เนื่องจากในเวลายามค่ำคืนผู้คนส่วนใหญ่มักจะพบหญิงสาวผู้นี้พร้อมกันนั้นในมือของเธอนั้นก็จะมีการถือตะเกียงติดตัวไปด้วยอย่างสม่ำเสมอ 

        ซึ่งโดยส่วนมากแล้วสถานที่ที่ไนติงเกลเดินทางไปนั่นก็คือ ที่ทำการรักษา ณ โรงพยาบาลสนาม นั่นเอง เมื่อกลับมายังสหราชอาณาจักรไนติงเกลก็กลายเป็นนักปฏิรูปสังคมที่ทรงพลังและมีความสามารถในการขับเคลื่อนสังคมด้วยอิทธิพลจากตัวเธอเองและความรู้ที่เธอมีไหนถึงจะได้พัฒนาแผนภาพที่ชื่อว่าพลเรือน diagram ที่แสดงข้อมูลการเสียชีวิตที่มาจากสิ่งแวดล้อมและการทำงานที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งนับว่าเป็นการบุกเบิกด้านสถิติศาสตร์ทางการสาธารณสุขด้วยบนธนบัตร

          อย่างไรก็ตามถ้าหากดูบนธนบัตรเราจะเห็นว่ามีภาพของการรักษาในโรงพยาบาลที่ไหนติงเกลหาพยาบาลจำนวน 38 คนเข้ามารักษาทหารในกองทัพที่พวกเขาได้รับบาดเจ็บจากสงคราม  

           อย่างไรก็ตามเธอกลับพบว่าโรงพยาบาลนั้นเต็มไปด้วยผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคอื่นๆมากกว่าคนที่บาดเจ็บในสงครามเสียอีกนั่นจึงทำให้ไนติงเกลเริ่มที่จะพัฒนาเรื่องสุขอนามัยมาตรฐานวิชาชีพไม่ถึงระดมทุนซื้อยาและเครื่องมือทางการแพทย์ด้วยยิ่งไปกว่านั้นถ้ายังปรับปรุงระบบการทำงานของโรงพยาบาลอีกด้วย

           ดังนั้นหากมองบนธนบัตรจะเห็นได้ว่ามีรูปของไนติงเกลที่กำลังถือตะเกียงพร้อมกับพยาบาลคนอื่นอีก 5 คนกำลังรักษาคนไข้อยู่ในขณะที่ภาพเดียวบนธนบัตรของเธอมาจากชื่อเสียงในการรักษากองทัพอังกฤษจนสื่อมวลชนให้ฉายาเธอว่า Miss Angel ทำให้ภาพถ่ายใบเล็กสำหรับสะสมหรือที่เรียกว่าถ้าเกิดมีสิทธิ์ของเธอเป็นที่ต้องการต่อสาธารณชนน่าจะทำให้ช่างภาพเลือกภาพจาก haneda ของไนติงเกลมาเป็นภาพบนธนบัตรใบเล็กสำหรับสะสม 

         Nightingale  เธอคือสุภาพสตรีที่ควรเอาเป็นแบบอย่าง  และถึงแม้จะผ่านไปหลายสิบปีแล้วแต่เธอก็ยังเป็นที่จดจำของผู้คนทั้งในหน้าประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเป็นพยาบาลคนแรกของโลกหรือแม้แต่การที่เธอเป็นผู้หญิงคนแรกของโลกที่ถูกจารึกเอาไว้บนธนบัตรขนาด 10 ปอนด์นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

อารยธรรมที่หลงเหลือ

อารยธรรมที่หลงเหลือ

สิ่งที่เคยมีอยู่ก็สามารถหายไปได้เช่นเดียวกัน  อารยธรรมที่หลงเหลือ การที่เคยมีอยู่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีอยู่ตลอดไปมันย่อมมีหลายสิ่งหลายอย่างที่แตกต่างกันเปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา  ตามสิ่งที่ธรรมชาติได้กำหนดเอาไว้มนุษย์อย่างเราก็เช่นเดียวกัน  คุณคิดว่ามนุษย์จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้บนโลกใบนี้ไปอีกนานแค่ไหน      คุณคิดว่ามนุษย์เราจะไม่มีทางสูญพันธุ์เลยหรือ แน่นอนว่าไม่เพราะว่าอะไรก็สามารถที่จะเกิดขึ้นได้  

มีสิ่งที่น่าสนใจต่างๆมากมายที่คุณอาจยังไม่เคยได้รับรู้มาก่อน  เช่นเดียวกันกับเรื่องราวที่เรากำลังจะพูดถึงต่อไปนี้  ใครจะคิดว่ามนุษย์จะหายไปจากโลกใบนี้ 

แน่นอนว่าไม่มีใครคิดถึงมันจะสามารถเป็นไปได้แต่น้อยคนนักที่จะคิดเรื่องราวเหล่านี้ แต่ใช้ว่าถึงเราจะไม่คิดแล้วมันจะไม่เกิดขึ้นจริงเพราะว่าในอนาคตเราก็ไม่สามารถที่จะตอบได้ว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง  ถ้าหากว่ามนุษย์อย่างเราหายไปจากโลกใบนี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมา  และมีอยู่บนโลกจะเป็นยังไงคุณเคยสงสัยหรือเปล่า พีระมิด กำแพงเมืองจีน ภูเขา      รัชมอร์ รูปปั้นโมอาย ยังคงอยู่ได้อีกหลายปี

อาคารที่ทำจากอิฐและหินบางอย่างก็พังลงมาได้ เช่น สฟิงซ์      ที่เฝ้าพีระมิด มันสามารถอยู่ได้  เนื่องจากว่ามีคนดูแล  แต่ถ้าหากว่ามนุษย์เราหายไปสิ่งที่เคยมีอยู่  ก็จะหายไปด้วยเช่นเดียวกัน 

อย่างคำกล่าวที่ว่าหลายพันปี ที่มีมนุษย์คอยดูแลเสมอไม่มี และเมื่อไม่มีมนุษย์สิ่งต่างๆเหล่านี้ก็จะโดนกระแสลม และเกลือกัดเซาะจนเหลือแต่ฝุ่นภายในเวลา 500 ปี สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้  คุณรู้หรือไม่ว่าเรื่องราวที่เราที่กล่าวไปข้างต้น  มันคือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่มนุษย์อย่างเราสูญพันธุ์ไป หรือว่ามนุษย์อย่างเราหายไปจากโลกใบนี้ 

สิ่งที่มีมนุษย์ดูแลอยู่ตลอดเวลาทำให้มันสามารถคงอยู่เป็นรูปเป็นร่างได้มาจนถึงในยุคปัจจุบัน  ถึงแม้ว่ามันจะมีอายุเก่าแก่มากมายแค่ไหนก็ตาม     แต่เมื่อมนุษย์หายไปแล้ว  สิ่งที่เคยได้รับการดูแลรักษาอยู่ตลอดเวลา  แต่เมื่อไม่มีการดูแลรักษามันก็ย่อมชำรุดทรุดโทรมไปเป็นเรื่องปกติ  และอีกไม่นานมันก็จางหายไปจากโลกใบนี้ 

แต่สิ่งที่สามารถอยู่ได้มันก็จะยังคงอยู่ตลอดไป  แต่คำว่าตลอดไปที่ว่ามันจะตลอดไปจริงๆหรือเปล่า  ซึ่งเรื่องนี้เราก็ไม่สามารถที่จะให้คำตอบได้เช่นเดียวกัน  อย่างไรก็ตามเรื่องราวต่างๆมากมายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์  ที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่มนุษย์อย่างเราหายไปจากโลกใบนี้ นอกจากเรื่องนี้แล้วมันก็ยังมีเรื่องอื่นๆที่เรายังไม่ได้พูดถึงถ้าหากคุณสนใจที่จะศึกษามันต่อได้แล้วก็ลองไปศึกษาค้นหาดูในอินเตอร์เน็ต 

 

สนับสนุนโดย.    สมัคร Gclub

คลื่นหินยักษ์ Hyden Wave Rock แห่งออสเตรเลีย

    คลื่นหินยักษ์  Wave Rock หรือถ้าหากจะแปลออกมาเป็นภาษาไทยแบบตรงตัวเลยก็คือ คลื่นหินยักษ์  นอกจากชื่อนี้แล้ว ยังมีชื่ออื่นอีกด้วย อย่างเช่นอีกชื่อที่ชาวอะบอริจินเรียกก็คือ  แคเธอร์คิส  ซึ่งหินนี่นี้มีลักษณะเป็นเป็นหินแกรนิต ที่มีขนาดใหญ่ยักษ์  นอกจากนี้หินที่นี่ยังมีลักษณะ โดดเด่นแตกต่างจากหินที่อื่นเนื่องจากว่ารูปลักษณ์ที่เราสามารถมองเห็นได้นั่น

หินที่นี่จะมีลักษณะมีความคลายคลึงกับคลื่นขนาดยักษ์   ซึ่งความสูงใหญ่ของหินที่นี่นั้นเราสามารถวัดความสูงได้ถึง  15 เมตรเลยทีเดียว  ในขณะเดียวกันเมื่อหันมาดูความยาวของหินชนิดนี้แล้ว ปรากฎว่ากินที่นี่มีความยาวประมาณ 110 เมตร อีกด้วย เรียกได้ว่าทั้งสูงใหญ่และยังยาวมากอีกด้วย 

        สำหรับจุดบริเวณที่มีคลื่นหินยักษ์ใหญ่นี้ ตั้งอยู่ในพื้นที่ของเขตเมือง hyderabad รัฐเวสเทิร์น  ซึ่งอยู่ในประเทศ ออสเตรเลีย  มีข้อสันนิฐานเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้มากมาย โดยเฉพาะความสงสัยว่าหินนี้มีอายุมากนานเท่าไหร่ แล้ว ซึ่งมีการคาดการณ์กันเอาไว้ว่าหินก้อนนี้น่าจะเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2700 ล้านปีก่อน 

        โดยหลายคนที่ได้มีโอกาสเดินทางมาเห็น Wave Rock ต่างก็มั่นใจว่าแต่เดิมนั้นหินก้อนนี้น่าจะเป็นเพียงแค่หินธรรมดา เป็นหินแกรนิตที่มีขนาดใหญ่ยักษ์เพียงเท่านั้น และรูปร่างของหินก้อนนี้ก็ไม่น่าจะแตกต่างจากหินที่อื่น แต่หลังจากที่หินก้อนนี้ต้องผ่านทั้งลมและน้ำกัดเซาะมาเป็นเวลาหลายล้านปี ทำให้สภาพรูปร่างของมันเปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง 

           โดยเฉพาะด้านล่างของหินก็ได้ถูกกัดกร่อนจนหายไปเหลือแต่ส่วนที่มีลักษณะเหมือนคลื่นจนมาถึงทุกวันนี้ที่ว่าคลื่นยักษ์แห่งนี้เป็นหนึ่งในหินที่เก่าแก่ที่สุดของออสเตรเลียส่วนชาวอะบอริจินเชื่อว่างูยักษ์สีรุ้งหรือ Rainbow Surprise เลื้อยผ่านพื้นที่แห้งแล้งนี้

เพื่อจะไปดื่มน้ำจึงทำให้เกิดคลื่นยักษ์มีขึ้นมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเที่ยวที่คลื่นยักษ์ก็ชื่นชมธรรมชาติเรียกใช้เป็นสถานที่ในการจัด Wave Rock weekender ซึ่งเป็นเทศกาลดนตรีที่จัดขึ้นทุกปีในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

       นอกจากหินยักษ์แล้วบริเวณใกล้กันยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมายแต่ฮิปโปยอนซึ่งเป็นถ้ำที่มีลักษณะเหมือนปากฮิปโปโปเตมัสที่กำลังหาวและถ้ำ Humps and Mulka’s Cave  สำหรับตำนานที่มีการพูดเกี่ยวกับถ้ำ Humps and Mulka’s Cave  แห่งนี้นั้นว่ากันว่าถ้ำแห่งนี้

เป็นที่อยู่ของยักษ์ที่ชื่อว่า Mulka ซึ่งยักษ์ตนนี้มีนิสัยดุร้าย และ น่ากลัวมาก ที่สำคัญยักษ์   Mulkaตัวนี้มักจะชอบออกไปจับเด็กมาเก็บเอาไว้ในภ้ำแห่งนี้ เพื่อที่มันจะได้กินเด็กเหล่านั้นเป็นอาหารนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  gclub

ประวัติ 2 ปราสาทที่ทั้งสวย และทั้งหลอน แห่งโรมาเนีย

        หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่าปราสาทที่สวยงามที่เหมือนกับเป็นที่อยู่ของเจ้าหญิงและเจ้าชายในนิทาน นั้น ประวัติ 2 ปราสาทที่ทั้งสวย ส่วนใหญ่แล้วจะมีประวัติความเป็นมาที่น่ากลับมากเลยทีเดียว ซึ่งบทความนี้จะยกตัวอย่างมา 2 ปราสาท  

ประวัติปราสาทบราน  แห่งโรมาเนีย

     สำหรับปราสาทแห่งนี้นั้นเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานแดร็กคูล่าผีดิบดูดเลือดผู้เป็นอมตะสร้างขึ้นในปี 1212 เพื่อให้เป็นปราสาทของเจ้าผู้ครองแคว้นทางซิวาเนีย  ตัวประสาทถูกออกแบบมาในสไตล์โกธิคตั้งอยู่บนหน้าผาสูงเพื่อทำหน้าที่เป็นป้อมปราการป้องกันข้าศึกที่จะเข้ามารุกรานอย่างเช่น เหล่าเติร์ก แห่งอาณาจักรออตโตมันเจ้าชายวลาดเทเปสผู้ปกครองแคว้น Transylvania

      ในขณะนั้นนำนักรบต่อสู้กับเหล่าเติร์กอย่างกล้าหาญจนชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือถึงความเก่งกาจในการรบความกล้าและบ้าบิ่นและความโหดเห*้ยมในการทรมานเชลยไปดื่มเลือดศัตรูแบบสุดๆเลยด้วยเมื่อยตามตัวเก้อนักเขียนชาวไอริชได้อ่านประวัติของเจ้าชายไวรัสซึ่งนำมาแต่งเติมเข้ากับประสบการณ์ความเจ็บป่วยและฝันร้ายในวัยเด็กของเขาจนกลายเป็นนวนิยายสยองขวัญชื่อแดร็กคิวล่าถูกเผยแพร่ในปี 1897 และกลายเป็นนิยายสยองขวัญที่โด่งดังไปทั่วโลกถูกสร้างเป็นภาพยนตร์หลายเวอร์ชั่น

           ทำให้ประสาทปานนั้นกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกรวมทั้งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของโรมาเนียแม้จะมีตำนานเรื่องเล่าสุดสยองแต่ความงดงามบนลึกลับของปราสาทปราณก็ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปเยือนไม่ขาดสายภายในปราสาทมีห้องต่างๆเช่นห้องบรรทมห้องเสวยต้องเก็บรักษาและจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ฉลองพระองค์และสมบัติเก่าแก่ที่ทรงคุณค่า

         นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมวิวที่งดงามแห่งหนึ่งในโลก ในปี 2021 ประสาทปราน รับหน้าที่เป็นศูนย์ให้บริการวัคซีนป้องกันโควิชนายทีนโดยมีคุณหมอและพยาบาลติดเขี้ยวปลอมต่อต้านรับ นักท่องเที่ยวพร้อมเข็มฉีดยาฉีดวัคซีนให้ฟรีพร้อมประกาศนียบัตรเชิดชูความกล้าหาญรวมทั้งยังได้เข้าชมห้องจัดแสดงเครื่องทรมานทั้ง 52 ชิ้นในประสาทนี้อีกด้วย

 

ตำนานปราสาทออร์วิน  แห่งโรมาเนีย  

         สำหรับปราสาทแห่งนี้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกมณีเป็นประสาทที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปประสาทที่ได้ชื่อว่างดงามราวกับความฝันปราสาทแห่งเทพนิยายสวยสง่าทั้งภายนอกและภายในแต่นี่คือประสาทอีกแห่งหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นปราสาทผีสิงในยุโรประหว่างส่วนของประสาทถูกใช้เป็นทุกข์ทรมานนักโทษด้วยวิธีโยนนักโทษลงไปในหลุมที่เต็มไปด้วยหมีที่กำลังหิวโหย

        แต่ความงดงามของปราสาทก็ไม่แพ้เรื่องของความร้อนภายในถูกตกแต่งต่อเติมใหม่ในช่วงศตวรรษที่ 17 จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งของโรมาเนียเกิดโฉมในภาพยนตร์หลายครั้งเช่น  เดอะ นันและยังถูกดัดแปลงเป็นฉากหนึ่งในเกมด้วย 

 

สนับสนุนโดย.    สล็อต ufabet แตกง่าย

วิหารอาร์ทิมิสประเทศตุรกี

       หากพูดถึงประเทศตุรกีแล้วเชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงบอลลูนแต่จริงๆแล้วประเทศตุรกีนั้นบอกได้เลยว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าไปเที่ยวเป็นอย่างมากเพราะประเทศตุรกีนั้นมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายซึ่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึงวิหารอาร์ทิมิสกันด้วยวิหารแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมือง เอฟิซุส

หรือว่ากันว่าวิหารอาร์ทิมิสนั้นมีการสร้างขึ้นมาเมื่อประมาณ 550 ปีก่อนคริสตกาลโดยวิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการถวายเทพีอาร์ทิมิสซึ่งเป็นเทพีที่พวกนายพรานเคารพบูชาเป็นอย่างมาก   หลังจากสร้างมหาวิหารแห่งนี้เสร็จแล้วจึงได้มีการตั้งชื่อตามชื่อของเทพีนั่นเอง

     ว่ากันว่าวิหารอาร์ทิมิสนั้นมีสถาปัตยกรรมที่มีความงดงามหาที่เปรียบมิได้ที่สุดในยุคนั้นเลยก็ว่าได้ซึ่งที่นี่นั้นเนื่องจากว่าอยู่มาหลายยุคหลายสมัยจึงเคยถูกเผาทำลายอยู่หลายครั้งโดยครั้งแรกนั้นถูกเผาในช่วงวันที่ 21 เดือนกรกฎาคม   356 ปีก่อนคริสตกาลซึ่งวันดังกล่าวนั้นว่ากันว่าตรงกับวันประสูติของอเล็กซานเดอร์มหาราชนั่นเองอย่างไรก็ตามภายหลังวิหารแห่งนี้ก็ได้รับการบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ซึ่งคนที่บูรณะซ่อมแซมวิหารแห่งนี้ก็คืออันเดิมมหาราชเช่นเดียวกัน 

       อย่างไรก็ตามภายหลังนั้นชาวเมืองเองก็ได้มีการบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ซึ่งแน่นอนว่าชาวเมืองนั้นต้องการที่จะทำด้วยตนเองเพราะต้องการที่จะแสดงให้เห็นถึงความเคารพรักเทพีอาร์ทิมิสนั่นเองถึงแม้ว่าการสร้างขึ้นมาใหม่นั้นจะทำการลดขนาดของมหาวิหารให้มีขนาดเล็กลงมากกว่าเดิมหลังจากที่มีการบูรณะใหม่และอยู่ได้ไม่นานก็จะถูกพวก Gold ทำร้ายอีกครั้งหนึ่งซึ่งพวกเรานี้ก็คือพวกเยอรมันที่บุกเข้าโจมตีเมืองเอฟฟิซุสในปีคศ 262 นั่นเอง

        และถึงแม้วิหารแห่งนี้จะถูกทำร้ายครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ก็ยังคงมีการบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ในทุกๆครั้งที่มหาวิหารนั้นถูกทำลายการถูกทำร้ายครั้งสุดท้ายนั้นมาจากฝีมือกลุ่มชาวคริสต์ซึ่งเป็นการทำลายวิหารแห่งนี้ในปี ค.ศ 401 นั่นเอง 

       อย่างไรก็ตามวิหารอาเทมิสนั้นได้รับสมญานามว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคโบราณเลยก็ว่าได้ซึ่งถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้เราจะไม่ได้เห็นความสวยงามของวิหารมหาวิหารแห่งนี้กันแล้วแต่ภาพความทรงจำและภาพความประทับใจนั้นก็ยังคงอยู่ซึ่งหลายคน

ยังคงมีการพูดถึงมหาวิหารแห่งนี้กันถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้ถ้าหากเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศตุรกีนั้นจะไม่เห็นความสวยงามแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เหลือเพียงแค่เศษซากบางส่วนที่เราได้เห็นแต่ก็ถือว่าคือซากอารยธรรมและสร้างทางประวัติศาสตร์ที่คุณค่าแก่การเยี่ยมชมนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.  สล็อต ufabet เว็บตรง

อาระกันหวังผูกมิตรเปิดศึกชาติพันธุ์

กองทัพอาระกันที่เป็นกลุ่มชาติพันธ์ที่มีศักยภาพต่อกรกับพม่า อาระกันหวังผูกมิตรเปิดศึกชาติพันธุ์ และรัฐบาลมาอย่างดุเดือดทั้งที่เพิ่งก่อตั้งกลุ่มได้แค่เพียง12 ปีกระทั่งถึงรัฐบาลนางอองซานซูจี ได้ประกาศให้ทางกองทัพอาระกัน เป็นกลุ่มก่อการร้าย

แต่ล่าสุด 11 มีนาคม 2564 รัฐบาลกองทัพเมียนมาร์ได้ประกาศยกเลิกสถานะเป็นกลุ่มก่อการร้ายของสหสันนิบาตของชาวอาการหรือกองทัพอาระกัน และในเวลาเดียวกันนี้กองทัพเมียนมาร์เปิดฉากโจมตีเอกราชกองทัพคะฉิ่นหรือkio kia ที่มีการชุมนุมต่อต้านการรัฐประหารอย่างดูดเลือด

โดยเฉพาะที่เมืองมิตจินา และต้องจับตาดูสถานการณ์เมืองตองซู 

ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนสังขละบุรีประเทศไทยหลังกองทัพเมียนมาร์ได้นำกำลังเข้าสลายการชุมนุมในพื้นที่อิทธิพลของกองทัพกะเหรี่ยงที่ออกมาต่อต้านการรัฐประหารอันนี้แบบจริงจังที่สุดเกิดอะไรขึ้นกับกฎเกณฑ์ของกองทัพเมียนมาร์กับกลุ่มชาติพันธ์วันนี้เรามาดูกัน 

กองทัพอากาศหรือ AIA Aragon Army ก่อร่างสร้างตัวจากสมาชิกเริ่มแรกเพียงแค่ 26 คนเท่านั้น ในปี 2552 แต่ผ่านมาเพียง 12 ปีกองทัพอาระกัน มีกองกำลังทหารเพิ่มขึ้นกว่า20,000 นายทั้งชายและหญิงด้วยความมุ่งมั่นทวงคืนที่ดินอันละกันที่สูญเสียไปให้กลับคืนมากองทัพประกันได้ตั้งอยู่ในฐานยะไข่ชายแดนตะวันตกสุดของกองทัพเมียนมาร์ ติดกับอ่าวเบงกอล และประเทศบังกลาเทศ เป็นอาณาจักรอิสระปกครองตนเอง

ก่อนที่พวกพม่าจะรุกรานพวกเขาในปีศตวรรษที่ 18 ก่อนจะถูกอังกฤษยึดคลองไปเป็นอาณานิคมไปทั้งหมดในภายหลังพม่าได้รับเอกราชพวกเขายังคงยึดครองรัฐชาติพันธุ์อื่นๆไม่ยอมปล่อยให้สิทธิ์ในการปกครองตนเองพื้นที่แห่งนี้มีคนโลหินยานับถือมุสลิมตั้งอยู่ในส่วนน้อยในรัฐยะไข่และโดนกองทัพเมียนมาร์ล้อมปราบอย่างรุนแรง จนเกิดการอพยพครั้งใหญ่ในสมัยรัฐบาลอองซานซูจี 

กองทัพอวกาศนำโดย นายพลหนุ่ม ในวัย 42 ปีประกาศสถานการณ์ล่าสุดไม่ว่ารัฐบาลพรรค nld ของนางอองซานซูจี หรือรัฐบาลของกองทัพเมียนมาร์อาการจะเดินหน้าสู้เพื่อความฝันในการเป็นชาติตามแผน esteem ปี 2020

แรกเริ่มกองทัพอากาศได้รับการฝึกฝนรบแบบกองโจรจากกองทัพเอกราชก็คะฉิ่นทำให้มีการใกล้ชิด กับกลุ่มละติน ซึ่งทางปฏิบัติการของทางกองทัพ อันละกันที่เคยตั้งอยู่ แต่ปัจจุบันพวกเขาได้เคลื่อนทัพเข้ามาอยู่ในรัฐยะไข่แล้วภายหลังการเลือกตั้ง ในปี 2557 พรรคของคนอาการได้ชนะการเลือกตั้งในรัฐยะไข่แต่รัฐบาลของนางอองซานซูจี ได้คุมอำนาจแต่งตั้งประมุขของรัฐยะไข่ปกครองของตนเอง 

เมื่อมีการกวาดล้าง คนโรฮิงญาในรัฐยะไข่ กองทัพพม่า 2 กระสุนจริงสลายการชุมนุม จนมีชาวอาการชาวพุทธเสียชีวิต 700 ความรุนแรงนี้เองทำให้เกิดวันเสียงปืนแตกของทางกองทัพอาระกันเลือกวันฉลองเอกราชจากอังกฤษของเมียนมาร์ ในวันที่ 24 มกราคมปี 2562

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  บาคาร่า1688

แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่หนึ่งล้มเหลว ยุคจอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์  

ยุคจอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์   ต้องบอกว่าในปี 2504 เป็นปีสำคัญของไทยมากๆปีหนึ่ง เพราะมันเป็นต้นกำเนิดของสิ่งที่จะส่งผลกระทบกับชีวิตพวกเรามากจนถึงปัจจุบันนี้ปี 2504 เป็นปีที่เขาเริ่มใช้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่หนึ่งนั่นเองและแผนพัฒนาเศรษฐกิจปัจจุบันก็ดำเนินมา

ในปีนี้ 2564 เขาเปลี่ยนชื่อแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติปีนี้เราอยู่ในฉบับที่12และปีหน้าเราจะเริ่มใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่13แล้วมันก็มีกระบวนการเขียนอะไรไปเราจะไม่ไปพูดถึงตรงนั้น  ทางเข้า UFABET ภาษาไทย  แต่เรามาดูที่แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที1กันดีกว่ามันมีอะไรสำคัญอย่างไงเกี่ยวอะไรกับผู้ใหญ่ลี

โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่1มันเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดหนึ่งก็คือรัฐบาลของ จอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์  ซึ่งจอมพลสฤษดิ์ก็ไม่ได้ขึ้นมาเป็นนายกด้วยการเลือกตั้งหรืออะไรแต่ว่าขึ้นมาได้ด้วยการรัฐประหารในปี 2500 แล้วเขาขึ้นมาปกครองแผนพัฒนาประเทศของเขาได้เปลี่ยนจากรัฐบาลเดิมๆที่โฟกัสไปที่เรื่องความเป็นธรรมความเสอมภาคในสังคมเขาบอกว่าปล่อยเรื่องนี้ไปก่อนเรามาโฟกัสเรื่องนี้ดีกว่าก็คือความเจริญก้าวหน้าและการเติบโตทางเศรษฐกิจนั่นเอง

ซึ่งถ้าใครจำได้หรือเคยได้ยินประโยคที่ว่า น้ำไหล ไฟสวาง ทางสะดวก อันนี้ก็คือคำขวัญการปกครองในสมัยของ จอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์   ที่เน้นไปเรื่องความเจริญที่ทั่วถึงโดยในแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่1นอกจากเรื่องนั้นเรื่องนี้ที่เขาได้เขียนเอาไว้ว่าการพัฒนาแล้วมันก็มีส่วนหนึ่งด้วยที่เขาพูดถึงการสนับสนุนเศรษฐกิจในครัวเรือน

โดยให้ครัวเรือนเลี้ยงสัตว์ที่เป็นสัตว์เศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นสัตว์ที่เอาไว้กินได้เอาไว้ขายได้หรือว่าเอาไว้ใช้แรงงานได้ยกตัวอย่างเชนเป็ดสุกรหรือว่าหมูโคหรือว่าวัวควายนั่นเอวฟังดูนโยบายมันฟังดูดีใช่ไหมตามหลักการอะไรมันก็ดูดีทั้งนั้นแหละ

แต่ปัญหาก็คือตอนเอาไปใช้มันไม่ดีมันไม่สามารถเอานโยบายนี้ไปใช้ให้มันบรรลุผลได้ปัญหาอยู่ที่แนวทางการบริหารของรัฐบาล จอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์   นี่แหละเขาดันไปปกครองในรูปแบบของพ่อปกครองของลูกคือไปมองถึงพอขุนรามมหาราช

พยายามที่จะเอาวิธีการปกครองตั้งแต่สมัยสุโขทัยเอามาใช้ในสมัยที่เกือบจะปัจจุบันซึ่งวิธีก็คือให้มีผู้ปกครองเพียงแค่คนเดียวหรือว่ากลุ่มเดียวแล้วก็คิดทุกอย่างแทนคนทั้งประเทศเลยดังนั้นก็ต้องยอมรับว่าคนๆเดียวหรือว่าคนกลุ่มเดียวมันไม่มีทางที่จะตัดสินใจแทนคนทั้งประเทศได้หรอก

เพราว่ามันไม่มีทางรู้เลยว่าคนตรงนั้นมีปัญหาแบบนี้ตรงนี้มีปัญหาอย่างนั้นคือการปกครองที่มันเพิงคนๆเดียวมากเกินไปมันไม่เหมาะกับสังคมที่มันแพ่ขยายเหมืออย่างปัจจุบันแล้ว

เหลี่ยมสงครามโลกครั้งที่2ของเผด็จการฟรังโก

ในช่วงของสงครามกลางเมืองคนที่มารบให้กับฝั่งเผด็จการกบฏมีอุดมการฟรานซิส เหลี่ยมสงครามโลกครั้งที่2 ซึ่งฟรานซิสเขานั้นจะกลัวอะไรเป็นพิเศษเลยใช่แล้วคือเกลียดพวกคอมมิวนอสต์นั่นเองทหารจำนวนมากจึงเลือกตัดสินใจที่จะรบกับรัฐบาลที่สนับสนุนโดยพวกโซเวียต

เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่2พวกเขาก็ได้ตัดสินใจที่จะไปรบในสงครามแต่ว่าขอรบในแนวหน้าที่รบกับพวกโซเวียตแทนด้วยเหตุนี้เองรัฐบาลของฟรังโกจะได้อ้างอังกฤษกับฝรั่งเศสได้ว่าเราไม่ได้ส่งทหารของเราไปรบในสงครามของพวกคุณเราต้องการที่จะรบกับพวกคอมมิวนิสต์เท่านั้น

ซึ่งตัวรัฐบาลยังงอ้างได้อีกว่ามันเป็นเรื่องของการตัดสินใจของทหารเองรัฐบาลไม่ได้ส่งคนพวกนั้นไปประกอบกับที่ทหารพวกนั้นไปรบในฐานะทหารอาสากองทัพเยอรมันทำให้ทหารพวกนั้นที่มารบจะไม่แต่งชุดยูนิฟฟอร์มเครื่องแบบของกองทัพสเปนอันขาดพวกเขาจะใส่ชุดยูนิฟอร์มแวร์มัคท์แทน

ดังนั้นเราจะเห็นเลยว่าชุดยูนิฟอร์มของแวร์มัคท์เขาจะมีตราธงชาติของสเปนแปะเอาไว้ด้านขวาบ่งบอกว่าทหารคนนี้เป็นทหารอาสาที่มาจากสเปนนั้นเองเป็นการล็อคหลบได้เป็นอย่างดีคือแบบว่าเราไม่ได้เข้าสงครามเพียงแต่ว่าคนของเราสมัครใจไปเองแบบนี้แล้วจำนวนของทหารอาสาสเปนตลอดสงครามโลกครั้งที่2มีอยู่ประมาณ18,000คน

โดยทหารอาสาของสเปนเหล่านั้นจะถูกเรียกว่าBLUE DIUISIONทำไมถึงจะต้องเรียกกันแบบนั้นเพราะว่าเครื่องแบบของกองทัพในสเปนเขาจะเป็นชุดสีน้ำเงินประกอบมีหมวกสีแดงจึงเป็นที่มาของชื่อนี้และในภายหลังฝั่งสัมพันธมิตรก็ได้เตือนสเปนว่าอย่าเข้ามายุ่งในสงครามถ้าจะเป็นกลางให้เรียกทหารกลับไปให้หมด

ทางฝั่งสเปนก็เชื่อฟังแล้วก็ดึงทหารที่รบกับพวกโซเวียตกลับมาเหลือแค่เพียงบางส่วนที่ต้องการจะรบต่อกับพวกโซเวียตจริงๆพอจบสงครามโลกครั้งที่2แล้ว โจเซฟ สตาลิน ก็แค้นสเปนเป็นอย่างมากบอกว่าสเปนจะต้องถูกลงโทษที่ส่งทหารเข้ามารบกับพวกเราในสงคราม

แต่ก็ยังโชคดีนายกได้พูดกับ โจเซฟ สตาลิน ว่าลงโทษแค่การคว่ำบาตรทางการค้าก็พอซึ่งเรียกได้ว่าบทลงโทษนี้ก็ทำให้สเปนต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่หนักหน่วงพอสมควรแต่ถือว่าเป็นโชคดีของสเปนเพราะเมื่อเวลาผ่านไปปี1947เป็นเริ่มต้นของสงครามเย็น

ดังนั้นนายพลฟรังโกก็ได้ตัดสินใจเข้าร่วมกับฝั่งของสหรัฐอเมริกันความสัมพันธ์กับฝั่งของโลกตะวันตกจึงกลับมาดีขึ้นแล้วก็ถูกยกเลิกการคว่ำบาตรในที่สุดและนายพลฟรังโกก็ได้ปกครองสเปนไปถึงปี1975เลยเป็นเวลา36ปีที่เขาได้ปกครองสเปนในฐานะเผด็จการจนถึงตายเลยนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ทางเข้า Ufabet มือถือ