Skip to main content

ความสำคัญของการสร้างสรรค์ของ MOA

การสร้างสรรค์ของ MOA ขณะนี้ MOA รวม Maddens หลายรุ่นที่สร้างและทำงานร่วมกัน Sky Madden ลูกชายของ Madden Leitner จัดการทรัพย์สินและโครงการก่อสร้างของ MOA โรเจอร์ ไลต์เนอร์ สามีผู้ล่วงลับของเธอดูแลงานวิศวกรรมโครงสร้างสำหรับพิพิธภัณฑ์ Paul Leitner ลูกชายของ Leitners ทำหน้าที่เป็นสมาชิกคณะกรรมการและแจ็คของธุรกิจการค้าทั้งหมด เจสสิก้า แบร็ค ภรรยาของสกาย เป็นโฉมหน้าของ MOA

ที่แผนกต้อนรับและนำเสนอสไตล์ส่วนตัวอันทันสมัยของเธอให้กับงานอีเวนต์ที่ไม่งี่เง่าของ MOA ที่ขึ้นชื่อเรื่องการแสดงดนตรีสด นักเต้นไฟ ประติมากรรมน้ำแข็ง การแสดงแสงสี บูธกล้อง ไพ่ทาโรต์ ท็อป หมวกและหาง Schuyler Madden ลูกชายของ Sky ก็ทำงานที่ MOA ด้วย

ด้วยทีมงานจำนวนน้อย MOA ทำให้สิ่งที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นกับศิลปินร่วมสมัยและประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก

เช่น Nick Bantock และ Robert Rauschenberg ตลอดจนศิลปินท้องถิ่นในโคโลราโด MOA ได้จัดนิทรรศการเดี่ยวสำหรับจิตรกรสีน้ำมันชื่อดัง Daniel Sprick และผลิตภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับเขา Sprick ยังเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงกลุ่มสัจนิยมระดับชาติที่ MOA

ซึ่งรวมถึง Scott Fraser ซึ่งเป็นเพื่อนวาดภาพของ Sprick Gallery 1261 เป็นตัวแทนของทั้งสองผู้เป็นจริงใน Denver Art Showcase

MOA ยังผลิตการแสดงเดี่ยวสำหรับ Joellyn T. Duesberry ผู้ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในศิลปินที่ได้รับความนับถือมากที่สุดของโคโลราโด สำหรับตู้โชว์ศิลปะเดนเวอร์ ครอบครัวของ Duesberry ได้ลงทะเบียนภาพวาดภูมิทัศน์ 10 ภาพเพื่อขาย Pat Aaron จิตรกรผู้คลั่งไคล้สอนเวิร์กช็อปที่ MOA

ในนิทรรศการศิลปะเดนเวอร์ Space Gallery จะแสดงผลงานนามธรรมของแอรอน ประติมากรรมแสงของ Dorothy Tanner ซึ่งเป็นศิลปิน Mile High อีกคนหนึ่งที่จัดแสดงในงาน MOA จะได้รับการสนับสนุนใน Denver Art Showcase โดย Lumonics Light and Sound Gallery

MOA ได้จดทะเบียนบูธของตนเองใน Denver Art Showcase ด้วยชิ้นงานมากมายรวมถึงประติมากรรมสำริดโดย Tina Suszynski ซึ่งจัดแสดงประติมากรรมเซรามิกของเธอในบูธของศิลปินอิสระในตู้โชว์ พิพิธภัณฑ์จะจัดแสดง Chandelier Chardin โคมระย้ารูปก้นหอยสูง 40 ฟุต เส้นรอบวง 13 ฟุต ผสมผสานกับโคมระย้าแก้วอิตาลีโบราณ แก้วร่วมสมัย เหล็ก และไฟ LED ออกแบบโดย Lonnie Hanzon ซึ่งเดิมชื่อ Wizard in Residence ของ MOA โคมระย้าเป็นสินค้าที่แพงที่สุดในงาน Denver Art Showcase

Madden Leitner หวังว่า Chandelier Chardin จะหาบ้านใหม่แม้ว่า MOA จะย้ายไปบ้านใหม่ MOA จะย้ายจากชานเมืองเดนเวอร์แห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง MOA จะกลับไปที่ทรัพย์สินของพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ติดกับ Fiddler’s Green หลังจาก 22 ปีใน Englewood Civic Center MOA ได้ทิ้ง 10,000 ตารางฟุตสำหรับสำนักงานใหญ่ที่สร้างขึ้นใหม่ 1,500 ตารางฟุตใน Greenwood Village

การย้ายเป็นทั้งการลดขนาดและการเพิ่มระดับ Madden Leitner กล่าวว่า MOA กำลังเข้าสู่วงกลมเต็มรูปแบบในการอุทิศตนให้กับงานศิลปะกลางแจ้ง “เมื่อเร็ว ๆ นี้เราได้ติดตั้งชุดจิตรกรรมฝาผนังกลางแจ้งและจิตรกรรมฝาผนังกลางแจ้งของเราซึ่งเป็นสวนแนวตั้งที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือและสวนประติมากรรมของเราใน Marjorie Park สวนประติมากรรมนี้เปิดในปี 2564

และตั้งชื่อตามแม่ของ Madden Leitner ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคอลเล็กชันประติมากรรมที่ผสมผสานและหลากหลายของ MOA เมื่อภูมิทัศน์ของสวนสาธารณะเติบโตขึ้น MOA ก็เช่นกัน แต่หลังจาก 41 ปี ภารกิจของพิพิธภัณฑ์ยังคงเหมือนเดิม นั่นคือ “ทำให้ศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ชีวิตประจำวันที่ MOA ได้ปรับเทียบใหม่ และในขณะที่พิพิธภัณฑ์รวบรวมของเก่าและสร้างที่ตั้งใหม่ MOA เองก็เป็นงานที่กำลังดำเนินการอยู่ MOA กำลังสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องทำเป็นครั้งคราว Madden Leitner กล่าว โรคระบาดเปลี่ยนโลกศิลปะ ดังนั้น MOA ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

 

สนับสนุนโดย.    ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

สะพานก๊อกเต๊ก สะพานรถไฟสวยที่สุดในโลก

         สะพานก๊อกเต๊ก  สำหรับในบทความนี้เราจะพาไปรู้จักสะพานรถไฟที่สวยที่สุดในโลกซึ่งสะพานรถไฟที่สวยที่สุดในโลกในตอนนี้นั่งอยู่ที่ประเทศเมียนมาร์เชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่เชื่อว่าแท้ที่จริงแล้วประเทศเมียนมาร์นั้นมีอะไรดีกว่าที่เราคิด  อย่างเช่น สะพานก๊อกเต๊ก 

ซึ่งที่นี่เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่ประเทศเมียนมาร์แล้วมีโอกาสขึ้นรถไฟและได้นั่งรถไฟผ่านสะพานเส้นนี้ต่างก็รู้สึกประทับใจกับความสวยงามกลายเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากเลยทีเดียว 

       สำหรับประวัติความเป็นมาของการสร้าง สะพานก๊อกเต๊ก แห่งนี้นั้น  เริ่มการสร้างครั้งแรกเมื่อไหร่นั้นไม่สามารถระบุได้แต่สะพานแห่งนี้มีการสร้างเสร็จในช่วงปีค.ศ 1901  

สำหรับวิศวกรที่มาช่วยออกแบบในการสร้างสะพานแห่งนี้เป็นวิศวกรชาวอังกฤษ  เหตุผลในการที่ก่อสร้างสะพานแห่งนี้ขึ้นมาก็เพราะว่าประเทศพม่านั้นต้องการที่จะมีการสร้างสะพานเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับบรรดาประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าวและเป็นการอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับเรื่องของการคมนาคมขนส่งต่างๆนั่นเอง

        สำหรับสะพานก๊อกเต๊ก นั้นมีการสร้างระยะทางรวม 689 เมตร ซึ่งสะพานแห่งนี้มีการนำเสาโครงเหล็กมาใช้ในการสร้างทั้งหมดโดยใช้เสาโครงเหล็กทั้งหมด 15 ต้นด้วยกันสามารถรับน้ำหนักได้ดีมาก นอกจากนี้ สะพานแห่งนี้ยังถูกสร้างเป็นสะพานรถไฟซึ่งด้านบนถึงพื้นดินจะมีความสูงถึง 100 2 เมตร

แต่ถ้าเกิดว่าไปตรงบริเวณจุดที่เป็นแม่น้ำแล้ววัดระยะไปถึงช่วงที่ลึกที่สุดของแม่น้ำด้านล่างนั้นความสูงนั้นอาจจะถึง 250 เมตรเลยก็ได้ ดังนั้นสะพานแห่งนี้จึงกลายเป็นสะพานโครงเหล็กที่เป็นทางรถไฟที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงสูงที่สุดในโลกอีกด้วย 

        สำหรับสะพานก๊อกเต๊ก แห่งนี้สร้างขึ้นที่หุบเขาแห่งหนึ่งในรัฐฉาน  หลังจากสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วทางด้านวิศวกรที่ก่อสร้างจึงได้มีการตั้งชื่อสะพานแห่งนี้ว่าสะพานก๊อกเต๊ก เนื่องจากว่าสะพานแห่งนี้สร้างอยู่บนภูเขาที่ชื่อว่าสะพานก๊อกเต๊ก ดังนั้นจึงมีการตั้งชื่อสะพานรถไฟแห่งนี้ว่า สะพานก๊อกเต๊ก            

        อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีการสร้างสะพานเยอะแยะมากมายเต็มไปหมดในทั่วทุกมุมโลกดังนั้นปัจจุบันสะพานก๊อกเต๊ก ที่เป็นสะพานที่สูงที่สุดในโลกจึงกลายมาเป็นสะพานที่เคยสูงที่สุดในโลกณปัจจุบันมีสะพานจากประเทศอื่นที่มีการสร้างสูงมากกว่านี้แล้วแต่ถึงแม้ว่าสะพานแห่งนี้จะไม่ใช่สะพานที่สูงที่สุดในโลกในปัจจุบัน   แต่บรรดานักท่องเที่ยวทั้งหลายก็อยากจะลองมานั่งรถไฟสายนี้เพราะอยากจะลองนั่งรถไฟที่ข้ามสะพานที่มีความสูง เพื่อเป็นการเพิ่มความตื่นเต้นเวลานั่งรถไฟนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    ufabet

ตำนานวัดศรีคุณเมือง จังหวัดเลย 

      ตำนานวัดศรีคุณเมือง  ที่จังหวัดเลยนอกจากจะมีสถานที่ที่มีความสวยงามมีจุดชมวิวเยอะแยะมากมายแล้วยังมีศาสนสถานที่มีความเก่าแก่และมีความโบราณมีมนต์ขลังเป็นศาสนสถานที่มีอายุยาวนานอยู่คู่บ้านคู่เมือง  มากมายหลายแห่งเลยทีเดียว

และหนึ่งในสถานที่ที่เรากำลังจะพูดถึงกันในครั้งนี้ก็คือวัดศรีคุณเมืองซึ่งถือได้ว่าเป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยที่เชียงคานยังมีการปกครองตนเองอยู่เรียกได้ว่าเป็นวัดเก่าแก่มาตั้งแต่ในยุคดึกดำบรรพ์เลยก็ว่าได้

           นอกจากว่าจะมีการสร้างมาอย่างยาวนานแล้วสิ่งก่อสร้างที่อยู่ภายในวัดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆก็อยู่คู่กับวัดมาอย่างยาวนานเช่นเดียวกันยกตัวอย่างเช่นพระพุทธรูปปฏิมาประดิษฐ์ซึ่งเป็นพระประธานซึ่งถูกสร้างนำมาประดิษฐ์ฐานเอาไว้ในพระอุโบสถของวัดแห่งนี้โดยพระพุทธรูปองค์นี้นั้นมีอายุเก่าแก่มากกว่า 300 ปีแล้วเป็นพระพุทธรูปในลักษณะของการนั่งขัดสมาธิราบนาคปรก 

       สำหรับวัดศรีคุณเมืองเป็นวัดที่มีขนาดพื้นที่ไม่ได้ใหญ่มากนักแต่พื้นที่บริเวณโดยรอบของตัววัดนั้นได้มีการสร้างอาคารต่างๆเอาไว้อย่างสวยงามและศิลปะในการก่อสร้างนั้นมีทั้งแบบล้านช้างและล้านนาผสมผสานกันเลยทีเดียวดังนั้นถ้าหากใครที่ชื่นชอบเรื่องของความงดงามของสิ่งก่อสร้างศิลปะการก่อสร้างแบบเก่าแก่โบราณสามารถมาเยี่ยมชมได้ที่วัดศรีคุณเมืองแห่งนี้เพื่อที่นี่นับได้ว่าเป็นแหล่งรวมของศิลปะในสมัยยุคโบราณเลยก็ว่าได้ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์วิหารต่างๆ

        อย่างไรก็ตามเมื่อเดินทางมาถึงที่วัดศรีคุณเมืองสิ่งที่คุณจะพบเห็นเป็นอันดับแรกเลยก็คือกำแพงที่มีการสร้างเอาไว้ล้อมรอบบริเวณวัดศรีคุณเมืองแห่งนี้ด้วยกำแพงนั้นจะมีการสร้างเป็นกำแพงแก้วโอบล้อมเอาไว้โดยเฉพาะบริเวณพระอุโบสถ์ ซึ่ง บริเวณด้านหน้าทางเข้าพระอุโบสถนั้นจะมีการนำรูปปั้นของสิงห์ 2 ฝั่งตรงบริเวณทางขึ้นนอกจากนี้ยังมีรูปปั้นยักษ์ 2 ตนเอาไว้ฝั่งบริเวณทางขึ้นคู่กับสิงห์ฝั่งธนอีกด้วย 

       วัดศรีคุณเมืองแห่งนี้นับได้ว่ามีศิลปะของการก่อสร้างสถาปัตยกรรมที่มีความเก่าแก่และมีความสวยงามอีกแห่งหนึ่งซึ่งจะเห็นได้จากแม้แต่หลังคาโบสถ์นั้นก็มีการใช้ศิลปะในการก่อสร้างแบบล้านนามาใช้ในการก่อสร้างโดยจะเห็นได้จากตัวหลังคานั้นมีการสร้างแบบลดหลั่นกันลงมาที่นี่นับได้ว่าเป็นวัดที่มีความสวยงามและมีความเก่าแก่ผู้คนส่วนใหญ่ทั้งชาวบ้านในเขตพื้นที่ของอำเภอเชียงคานรวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงต่างก็มักจะมาทำบุญถวายสังฆทานมาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันอยู่เป็นประจำ 

        ดังนั้นสำหรับใครที่ชื่นชอบศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์รวมถึงชื่นชอบความสวยงามของศาสนสถานที่มีความเก่าแก่อายุหลายร้อยปีหนึ่งในวัดที่น่าสนใจของจังหวัดเลยก็คือวัดศรีคุณเมืองแห่งนี้นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet เว็บแม่

เรื่องราวของ แตงโม นิดา

        แตงโม นิดา  สำหรับแตงโมนิดานานชื่อจริงของเธอคือภัทรธิดาพัชรวีระพงษ์  ถ้าเป็นคนกรุงเทพฯ  โดยแตงโมเกิด  ปี พ.ศ .2527   และได้ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ปีพ.ศ. 2565 รวมอายุ ของแตงโมทั้งสิ้น 37 ปี  

สำหรับชีวิตในวัยเด็กของแตงโมนั้นเป็นเด็กที่น่าสงสารเป็นอย่างมากเพราะครอบครัวของเธอนั้นพ่อแม่ต้องแยกทางกันซึ่งในขณะนั้นแตงโมอายุได้เพียงแค่ 3 ขวบเท่านั้นเอง  

          อย่างไรก็ตามการหย่าร้างกันของพ่อแม่ของแตงโมในครั้งนั้นทำให้แตงโมได้มาอยู่ภายใต้การดูแลของคุณพ่อโสซึ่งเป็นคุณพ่อที่รักแตงโมเป็นอย่างมากทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันโดยคุณพ่อโสภณผู้ดูแลแตงโมทั้งหมด

ในเรื่องของการส่งศึกษาเล่าเรียนต่างๆซึ่งแตงโมนั้นเคยเรียนโรงเรียนเพ็ญสมิทธ์ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนเกี่ยวกับเรื่องของวิชาพยาบาลโดยจบผู้ช่วยมาก่อนก่อนที่จะมีการเรียนเพิ่มเติมจนจบระดับปริญญาตรี    

          อย่างไรก็ตามหลังจากที่พ่อกับแม่ของแตงโมหย่ากันได้สักระยะแล้วพ่อของแตงโมก็สมรสกับภรรยาคนใหม่ซึ่งหลังจากที่พ่อของแตงโมได้แต่งงานใหม่แตงโมก็ย้ายออกมาอยู่ตัวคนเดียว

แต่ยังคงไปมาหาสู่กับคุณพ่อในขณะเดียวกันแม่ของแตงโมก็แต่งงานใหม่เช่นเดียวกันซึ่งได้แต่งงานใหม่กับนักการทูตประจำประเทศสวิตเซอร์แลนด์และตัวคุณแม่เองก็ยังคงไปมาหาสู่กับแตงโมเช่นเดียวกัน

        สำหรับเหตุการณ์ที่ทำให้แตงโมได้เข้าสู่วงการบันเทิงมาเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงโด่งดังจนถึงปัจจุบันนี้ก็คือในช่วงที่เธอนั้นเพิ่งเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 บังเอิญว่าเธอได้ไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งแล้วก็ไปเจอกับแมวมองซึ่งมีการชักชวนให้แตงโมเข้าสู่วงการโดยพาไปทำการแคสงานและถ่ายโฆษณาซึ่งแตงโมนั้นก็มีความสามารถมากจนสามารถเข้าสู่วงการนี้ได้

             หลังจากนั้นแตงโมก็เข้าร่วมการประกวดมิสทีนไทยแลนด์ซึ่งในการประกวดครั้งนั้นแตงโมได้รับตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับที่ 4 โดยการประกวดในครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อช่วงประมาณปี พ.ศ. 2545 หลังจากที่ได้ตำแหน่งในการประกวดมิสทีนไทยแลนด์แล้วแตงโมนิดาก็เข้ามาสู่วงการการเป็นดาราเต็มตัวซึ่งผลงานของแตงโมนั้นมีมากมายนับไม่หวาดไม่ไหวกันเลยทีเดียว

           โดยแตงโมนั้นทำงานอยู่ช่อง 7  ประมาณ 11 ปีหลังจากนั้นจึงขอตัวออกจากช่อง 7 แล้วมารับงานอิสระแทนซึ่งถึงแม้ว่าแตงโมจะรับงานอิสระแต่ก็ยังคงมีงานเข้ามาไม่ขาดสายโดยเราสามารถเห็นผลงานของแตงโมได้ตลอดระยะเวลาที่เธอยังมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบันเธอก็ยังมีการถ่ายละครค้างอยู่เรียกได้ว่าแตงโมนิดาคือดาวค้างฟ้าคือนางฟ้าของในใจของคนทุกคนนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  www.ufabet.com ลิ้งเข้าเว็บไซต์คะ

สุเหร่าโซเฟีย ประเทศตุรกี แหล่งรวมประวัติศาสตร์และความเชื่อความศรัทธา

สุเหร่าโซเฟีย ประเทศตุรกี  ที่ประเทศตุรกีมีโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์อยู่โบถส์ หนึ่งซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยโบสถ์แห่งนี้นั้นมีความหมายแปลว่าปัญญาถูกตั้งชื่อเรียกว่าสุเหร่าโซเฟียหรือวิหารเซนต์โซเฟียนั่นเอง 

  สำหรับสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่รวบรวมความเชื่อความศรัทธาและประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานว่ากันว่าที่นี่ถูกสร้างขึ้นมาจากฝีมือของคนไม่ใช่จากเครื่องจักรและสามารถสร้างได้สวยงามและยิ่งใหญ่อลังการเป็นอย่างมากโดยเฉพาะเฟืองแห่งนี้นั้นถูกสร้างอยู่ภายในกรุงคอนสแตนติโนเปิล  ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อเมืองนี้มาเป็นเมืองกรุงอิสตันบูลนั่นเอง

    อย่างไรก็ตามสถานที่แห่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่จักรวรรดิไบแซนไทน์หรือถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยของพระจักรพรรดิจัสติเนียน  ระยะเวลาในการก่อสร้างสุเหร่าแห่งนี้ว่ากันว่ากว่าจะสร้างเสร็จนั้นใช้ระยะเวลาหลายปีเลยทีเดียวโดยว่ากันว่าเริ่มสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 532 แต่กว่าจะใช้ระยะเวลาในการสร้างเสร็จนั้นก็เป็นระยะเวลานานจนถึงปี 537 ซึ่งถือได้ว่ามีการสร้างวัดแห่งนี้นานกว่า 5 ปีเลยทีเดียว

    นอกจากนี้เมื่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ววัดสุเหร่าแห่งนี้ก็ยังถูกบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่เนื่องจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวทำให้ตัวโบสถ์และตัวยอดโดมของตัวโบสถ์นั้นพังเสียหายจึงถูกสร้างซ้ำอีกครั้งหนึ่งในช่วงปี 563 ถึงแม้ว่าเราจะเลือกสถานที่แห่งนี้ว่าสุเหร่าแต่อันที่จริงแล้วสถานที่แห่งนี้นั้นเป็นสถานที่ที่มีความเชื่อความศรัทธาของศาสนาคริสต์โดยผู้คนที่อาศัยอยู่ในประเทศตุรกีนั้นต่างก็มีความศรัทธาเกี่ยวกับศาสนาคริสต์และพระเยซูมานานมากกว่า 900 ปีแล้วและที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่เป็นจุดรวบรวมของผู้คนที่นับถือศาสนาคริสต์ได้มารวมตัวกันในการประกอบพิธีทางศาสนา

    อย่างไรก็ตามสำหรับในเรื่องของการก่อสร้างนั้นได้มีการก่อสร้างทั้งภายในและภายนอกเอาไว้อย่างสวยงามซึ่งถ้าหากใครได้เข้าไปเห็นจะรู้ว่าภายในนั้นได้มีการนำกระจกสีมาประดับตกแต่งมากมายนอกจากนี้ยังมีการวาดรูปภาพเกี่ยวข้องกับ พระพุทธศาสนาเอาไว้ด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการวาดรูปพระเยซูและเหล่าสาวกทั้งหลาย

        อย่างไรก็ตามตามประวัติศาสตร์ระบุว่าก่อนหน้าที่มีการสร้างครั้งแรกนั้นไม่ได้มีการเรียกว่าสุเหร่าแต่เรียกเป็นโบสถ์ซึ่งได้มีการนำหินอ่อนแมาใช้ในการก่อสร้างด้วยอย่างไรก็ตามเพื่อสงครามขึ้นในช่วงประมาณ ปี ค.ศ. 1453 ซึ่งหลังจากนั้นชาวเติร์กที่ชนะสงครามก็ได้เข้ามายึดครองเมืองและได้มีการเปลี่ยนจากโบสถ์ให้กลายมาเป็นสุเหร่าและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาที่นี่ก็ถูกเรียกว่าสุเหล่าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้นั่นเอง 

   สำหรับสุเหร่าแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของความยิ่งใหญ่และความงาม จนถูกยกย่องให้เป็นสิ่งมหัสจรรย์ในยุคกลาง ติดหนึ่งในเจ็ดเลยทีเดียว 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet เว็บแม่

ประวัติศาสนาพุทธในประเทศลาว

ศาสนาพุทธในประเทศลาว วันนี้ข้าพเจ้าขอนำเสนอเกี่ยวกับศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ซึ่งเป็นศาสนาที่คนประเทศลาวนับถือกันมากที่สุดวัดที่ตั้งอยู่ในประเทศลาวมีประมาณ 4500 ถึง 5000วัดส่วนมากคนที่บวชในพระพุทธศาสนาของประเทศลาวส่วนมากก็เป็นผู้ชายซึ่งครั้งหนึ่งในชีวิตหาก ใครได้บวชก็ถือว่าเป็นบุญเป็นวาสนา พระภิษุทั้งหมดในประเทศลาวตอนนี้ประมาณ 20,000 รูป

และเป็นพระภิษุชั้นผู้ใหญ่ประมาณ 8000 ถึง 9000 รูปและผู้หญิงในประเทศลาวก็มีบวชเป็นแม่ชีบวชเป็นภิษุณีไม่ค่อยมีส่วนใหญ่สาวลาวจะไม่ค่อยนิยมการบวชมากนักประเทศลาวเป็นมหานิกายหลังปี 2518 ก็มีธรรมยุทธนิกายอยู่บ้างเป็นส่วนน้อยส่วนใหญ่

แล้วก็พระภิษุจะจำวัดอยู่ในบริเวณของกรุงเวียงจันทน์เป็นส่วนมากพระธาตุหลวงเวียงจันทน์เป็นพระเจดีย์ที่สำคัญ ใช้สำหรับประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญซึ่งจะมีงานฉลองกันอยู่ในช่วงเดือน 12 หรือเดือนพฤศจิกายนวัดของศาสนาพุทธมหานิกายมหายานในลาวมีอยู่ประมาณสองถึงสามวัดที่เป็นของชาวเวียดนามและชาวจีน

ซึ่งเข้ามามีอิทธิพลต่อประเทศลาวจริงแล้วที่มาของศาสนาพุทธในเมืองลาวเนี่ยเกิดขึ้นเมื่อราวปีพุทธศักราช 2513 ได้ผ่านมาทางมอญและได้แพร่หลายไปจนทั่วประเทศลาวปีพุทธศตวรรษที่ 19 กษัตริย์ลาวหลายพระองค์ให้การสนับสนุนพุทธศาสนาพระภิษุสงฆ์ในลาว มีบทบาทต่อการศึกษาของประเทศลาวมากแต่ต่อมาหมดบทบาทลงไปเมื่อฝรั่งเศสได้จัดการศึกษาแบบตะวันตก

ขึ้นจนกระทั่งญี่ปุ่นเข้ามาในลาวและได้จัดตั้งตั้งขบวนการชาตินิยมลาวโดยใช้พุทธศาสนาเป็นศูนย์กลางวัดมีบทบาทในการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องเอกราชคืนจากประเทศฝรั่งเศสต่อมาปี 2493 ขบวนการประเทศลาวพยายามนำพระสงฆ์มาอยู่ในฝ่ายซ้ายในขณะที่รัฐบาลราชอาณาจักรลาวก็พยามควบคุมพระสงฆ์ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายเกี่ยวกับการปกครองในระบบประชาธิปไตยของลาวมากนะ

ถ้าส่งบางส่วนถูกส่งไป ค่ายสัมมนาพระสงฆ์บางส่วนลาสิขา และหนีมาประเทศไทยการบวชพระและเณรลดลงวัดว่างเปล่ามากเนื่องจากเกิดภาวะการสู้รบและการพยายามนำส่งเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองในปัจจุบันชาวไทยที่นับถือศาสนาพุทธก็นิยมเข้าไปทำบุญทอดกฐินผ้าป่าในวัดที่เมืองลาวกันอยู่เป็นจำนวนมาก

เพราะว่าวัดในประเทศลาวค่อนข้างจะมีสภาพสุดโทรมมีความยากจนยังขาดแคนปัจจัยหลายอย่างแต่ แต่การปฎิบัติของพระในเมืองลาวยังถือว่าเป็นการปฏิบัติที่เข้มข้นทำให้เกิดศรัทธากับพี่น้องประชาชนคนไทยพี่ติดตามข่าวสารของพระที่ปฏิบัติอยู่ฝั่งทางประเทศลาวสุดท้ายแล้วตอนนี้ก็ถือว่าพระพุทธศาสนาที่เกิดจากเมืองลาวด

ก็ถือว่าเกิดมายาวนานพอพอกับศาสนาพุทธประเทศไทยแล้วศาสนาหลักประชาชนส่วนมากก็นับถือศาสนาพุทธเป็นหลักหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการให้ข้อมูลในวันนี้จะเป็นประโยชน์แก่พี่น้องที่ต้องการรู้ว่าจริงว่าลาวเนี่ยนับถือศาสนาอะไร และศาสนาพุทธที่เกิดขึ้นในประเทศลาวเกิดเมื่อใด การปฎิบัติของชาวพุทธสาสนิกชนคนลาวมีที่มาเป็นอย่างไร

 

สนับสนุนโดย.  www.ufabet.com เริ่มเดิมพัน

เรื่องราวความลับของ In The Iron Mask 

       เชื่อว่าถ้าหากหลายคนที่ชื่นชอบการชมภาพยนตร์หรือซีรีย์สยองขวัญอาจจะเคยเห็นซีรีย์ In The Iron Mask  ที่ฆาตกรนั้นมีการใส่หน้ากากซึ่งตัวหน้ากากนี้เองในอดีตนั้นเคยมีคนที่สงสัยหน้ากากนี้มีชีวิตอยู่จริงเขาไม่ใช่เป็นเพียงแค่คนอยู่ในตัวละครภาพยนตร์เพียงอย่างเดียวเท่านั้นดังนั้นในบทความนี้เราจะมาพูดถึงชายหนุ่มคนหนึ่งที่สวมใส่หน้ากากเหล็กว่าเขาคือใครและมีที่มาที่ไปอย่างไร 

      In The Iron Mask หรือชายสวมหน้ากากเหล็ก

     ชายหน้ากากเหล็กนั้นเป็นวรรณกรรมอมตะของนักเขียนชาวฝรั่งเศสอเล็กซองดร์อยู่มาเขียนขึ้นเมื่อปี 1878 ถูกนำไปสร้างภาพยนตร์หลายครั้งแล้วซึ่งเรื่องนี้ก็มีเค้าโครงจากเรื่องจริงในปี 1669 พี่หมื่นถ้าดันเคิร์กทางตอนเหนือของฝรั่งเศสมีชายนิรนามคนหนึ่งถูกนำตัวส่งเข้าคุกลับแห่ง pixels นครตูรินประเทศอิตาลีซึ่งสมัยก่อนเคยเป็นของฝรั่งเศสและมีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา

         Benedict Anderson ถูกนำตัวมาควบคุมในคุกที่มีความรักษาความปลอดภัยสูงสุด ผู้คุมขังคุกแห่งนี้จะรับคำสั่งว่าจะต้องคอยจัดการเรื่องอาหารและเรื่องสัพเพเหระในชีวิตประจำวันกับเขาแต่รับฟังคำใดๆที่นักโทษพรุ่งนี้พยายามจะบอกและหากนักโทษยังไม่เลิกที่จะเล่าเรื่องไร้สาระ

เกี่ยวกับตัวเขาแล้วก็ให้ค่าเข้าช้าจนกระทั่งปี 1698 เขาได้รับตำแหน่งใหญ่ประจำคุกบาสตีลแห่งนครปารีสและภารกิจในการกักขังปกปิดชายหน้ากากเล็กก็ยังคงมีอยู่พร้อมกับปริศนาที่ว่าแล้วชายคนนี้เป็นใครทำไมถึงเป็นคนสำคัญ

         ด้วยความสงสัยเกี่ยวกับชายที่ใส่หน้ากากเหล็กจึงมีข้อสันนิษฐานต่างๆเช่นเป็นพี่น้องฝาแฝดหรือเป็นบิดาแท้ๆของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 หรือแม้แต่สงสัยว่าจะเป็นตัวพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เองเลยแต่ก็ยังมีการยอมรับทุกฝ่ายคือเขาน่าจะเป็นผู้สูงศักดิ์และต้องมีความสำคัญเกินกว่าที่จะเปลี่ยนชีวิตทิ้งไปในปี 1793

เขาก็ได้เสียชีวิตลงในคุกบาสตีลนั่นเองซึ่งเป็นการจองจำมาอย่างยาวนานถึง 34 ปีเจ้าของเขานั้นถูกฝังภายใต้ชื่อ buddha sculpture ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นภายหลังเท่านั้นส่วนหลักฐานอื่นๆก็สูญหายไปหมดแม้แต่หน้ากากเหล็กก็ถูกนำไปหลอมใหม่เพื่อยุติการสืบค้นจนถึงตอนนี้เวลาจะล่วงเลยมากว่า 300 ปีแล้วแต่ปริศนาชายสวมหน้ากากเหล็กก็ยังคงไร้คำตอบ 

     ดังนั้นเรื่องราวของชายที่ใส่หน้ากากเหล็กจึงไม่ใช่ตัวละครที่แต่งขึ้นมาเพียงเท่านั้น เขามีตัวตนอยู่จริงเมื่อนานมาแล้ว และเขาคือคนปริศนาในตำนาน ซึ่งแม้แต่ปัจจุบันนี้จะมีวิวัฒนาการก้าวหน้ามากแค่ไหนก็ไม่สามารถย้อนกลับไปหาคำตอบของตัวตนของเขาได้ว่าเขาคือใครกันแน่ 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet สมัครสมาชิก

The Florence Nightingale กับหน้าประวัติศาสตร์บนธนบัตร  10 ปอนด์ 

      The Florence Nightingale เธอเป็นผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้ปรากฏตัวบนธนบัตรในช่วงคริสต์ศักราช 1975 ถึง 1992 เธอคือผู้บุกเบิกด้านพยาบาลศาสตร์ยุคใหม่และเป็นผู้ยกระดับวิชาชีพพยาบาลเนื่องจากในอดีตนั้นวิชาชีพพยาบาลในอดีตนั้น

วิชาชีพพยาบาลเคยถูกมองว่าเป็นอาชีพขั้นต่ำของสังคมในถึงจะมีชื่อเสียงจากการรักษากล่องทหารที่ได้รับบาดเจ็บในสงครามไครเมียระหว่างปี 1853 ถึง 1856

        ซึ่งเธอนั้นสร้างคุณงามความดีเอาไว้มากจนถึงขณะที่ชาวบ้านต่างก็พากันเรียกว่าเธอเป็นสุภาพสตรีแห่งดวงประทีปหรือ the lady with the Lamp เนื่องจากในเวลายามค่ำคืนผู้คนส่วนใหญ่มักจะพบหญิงสาวผู้นี้พร้อมกันนั้นในมือของเธอนั้นก็จะมีการถือตะเกียงติดตัวไปด้วยอย่างสม่ำเสมอ 

        ซึ่งโดยส่วนมากแล้วสถานที่ที่ไนติงเกลเดินทางไปนั่นก็คือ ที่ทำการรักษา ณ โรงพยาบาลสนาม นั่นเอง เมื่อกลับมายังสหราชอาณาจักรไนติงเกลก็กลายเป็นนักปฏิรูปสังคมที่ทรงพลังและมีความสามารถในการขับเคลื่อนสังคมด้วยอิทธิพลจากตัวเธอเองและความรู้ที่เธอมีไหนถึงจะได้พัฒนาแผนภาพที่ชื่อว่าพลเรือน diagram ที่แสดงข้อมูลการเสียชีวิตที่มาจากสิ่งแวดล้อมและการทำงานที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งนับว่าเป็นการบุกเบิกด้านสถิติศาสตร์ทางการสาธารณสุขด้วยบนธนบัตร

          อย่างไรก็ตามถ้าหากดูบนธนบัตรเราจะเห็นว่ามีภาพของการรักษาในโรงพยาบาลที่ไหนติงเกลหาพยาบาลจำนวน 38 คนเข้ามารักษาทหารในกองทัพที่พวกเขาได้รับบาดเจ็บจากสงคราม  

           อย่างไรก็ตามเธอกลับพบว่าโรงพยาบาลนั้นเต็มไปด้วยผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคอื่นๆมากกว่าคนที่บาดเจ็บในสงครามเสียอีกนั่นจึงทำให้ไนติงเกลเริ่มที่จะพัฒนาเรื่องสุขอนามัยมาตรฐานวิชาชีพไม่ถึงระดมทุนซื้อยาและเครื่องมือทางการแพทย์ด้วยยิ่งไปกว่านั้นถ้ายังปรับปรุงระบบการทำงานของโรงพยาบาลอีกด้วย

           ดังนั้นหากมองบนธนบัตรจะเห็นได้ว่ามีรูปของไนติงเกลที่กำลังถือตะเกียงพร้อมกับพยาบาลคนอื่นอีก 5 คนกำลังรักษาคนไข้อยู่ในขณะที่ภาพเดียวบนธนบัตรของเธอมาจากชื่อเสียงในการรักษากองทัพอังกฤษจนสื่อมวลชนให้ฉายาเธอว่า Miss Angel ทำให้ภาพถ่ายใบเล็กสำหรับสะสมหรือที่เรียกว่าถ้าเกิดมีสิทธิ์ของเธอเป็นที่ต้องการต่อสาธารณชนน่าจะทำให้ช่างภาพเลือกภาพจาก haneda ของไนติงเกลมาเป็นภาพบนธนบัตรใบเล็กสำหรับสะสม 

         Nightingale  เธอคือสุภาพสตรีที่ควรเอาเป็นแบบอย่าง  และถึงแม้จะผ่านไปหลายสิบปีแล้วแต่เธอก็ยังเป็นที่จดจำของผู้คนทั้งในหน้าประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเป็นพยาบาลคนแรกของโลกหรือแม้แต่การที่เธอเป็นผู้หญิงคนแรกของโลกที่ถูกจารึกเอาไว้บนธนบัตรขนาด 10 ปอนด์นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

อารยธรรมที่หลงเหลือ

อารยธรรมที่หลงเหลือ

สิ่งที่เคยมีอยู่ก็สามารถหายไปได้เช่นเดียวกัน  อารยธรรมที่หลงเหลือ การที่เคยมีอยู่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีอยู่ตลอดไปมันย่อมมีหลายสิ่งหลายอย่างที่แตกต่างกันเปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา  ตามสิ่งที่ธรรมชาติได้กำหนดเอาไว้มนุษย์อย่างเราก็เช่นเดียวกัน  คุณคิดว่ามนุษย์จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้บนโลกใบนี้ไปอีกนานแค่ไหน      คุณคิดว่ามนุษย์เราจะไม่มีทางสูญพันธุ์เลยหรือ แน่นอนว่าไม่เพราะว่าอะไรก็สามารถที่จะเกิดขึ้นได้  

มีสิ่งที่น่าสนใจต่างๆมากมายที่คุณอาจยังไม่เคยได้รับรู้มาก่อน  เช่นเดียวกันกับเรื่องราวที่เรากำลังจะพูดถึงต่อไปนี้  ใครจะคิดว่ามนุษย์จะหายไปจากโลกใบนี้ 

แน่นอนว่าไม่มีใครคิดถึงมันจะสามารถเป็นไปได้แต่น้อยคนนักที่จะคิดเรื่องราวเหล่านี้ แต่ใช้ว่าถึงเราจะไม่คิดแล้วมันจะไม่เกิดขึ้นจริงเพราะว่าในอนาคตเราก็ไม่สามารถที่จะตอบได้ว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง  ถ้าหากว่ามนุษย์อย่างเราหายไปจากโลกใบนี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมา  และมีอยู่บนโลกจะเป็นยังไงคุณเคยสงสัยหรือเปล่า พีระมิด กำแพงเมืองจีน ภูเขา      รัชมอร์ รูปปั้นโมอาย ยังคงอยู่ได้อีกหลายปี

อาคารที่ทำจากอิฐและหินบางอย่างก็พังลงมาได้ เช่น สฟิงซ์      ที่เฝ้าพีระมิด มันสามารถอยู่ได้  เนื่องจากว่ามีคนดูแล  แต่ถ้าหากว่ามนุษย์เราหายไปสิ่งที่เคยมีอยู่  ก็จะหายไปด้วยเช่นเดียวกัน 

อย่างคำกล่าวที่ว่าหลายพันปี ที่มีมนุษย์คอยดูแลเสมอไม่มี และเมื่อไม่มีมนุษย์สิ่งต่างๆเหล่านี้ก็จะโดนกระแสลม และเกลือกัดเซาะจนเหลือแต่ฝุ่นภายในเวลา 500 ปี สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้  คุณรู้หรือไม่ว่าเรื่องราวที่เราที่กล่าวไปข้างต้น  มันคือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่มนุษย์อย่างเราสูญพันธุ์ไป หรือว่ามนุษย์อย่างเราหายไปจากโลกใบนี้ 

สิ่งที่มีมนุษย์ดูแลอยู่ตลอดเวลาทำให้มันสามารถคงอยู่เป็นรูปเป็นร่างได้มาจนถึงในยุคปัจจุบัน  ถึงแม้ว่ามันจะมีอายุเก่าแก่มากมายแค่ไหนก็ตาม     แต่เมื่อมนุษย์หายไปแล้ว  สิ่งที่เคยได้รับการดูแลรักษาอยู่ตลอดเวลา  แต่เมื่อไม่มีการดูแลรักษามันก็ย่อมชำรุดทรุดโทรมไปเป็นเรื่องปกติ  และอีกไม่นานมันก็จางหายไปจากโลกใบนี้ 

แต่สิ่งที่สามารถอยู่ได้มันก็จะยังคงอยู่ตลอดไป  แต่คำว่าตลอดไปที่ว่ามันจะตลอดไปจริงๆหรือเปล่า  ซึ่งเรื่องนี้เราก็ไม่สามารถที่จะให้คำตอบได้เช่นเดียวกัน  อย่างไรก็ตามเรื่องราวต่างๆมากมายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์  ที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่มนุษย์อย่างเราหายไปจากโลกใบนี้ นอกจากเรื่องนี้แล้วมันก็ยังมีเรื่องอื่นๆที่เรายังไม่ได้พูดถึงถ้าหากคุณสนใจที่จะศึกษามันต่อได้แล้วก็ลองไปศึกษาค้นหาดูในอินเตอร์เน็ต 

 

สนับสนุนโดย.    สมัคร Gclub

คลื่นหินยักษ์ Hyden Wave Rock แห่งออสเตรเลีย

    คลื่นหินยักษ์  Wave Rock หรือถ้าหากจะแปลออกมาเป็นภาษาไทยแบบตรงตัวเลยก็คือ คลื่นหินยักษ์  นอกจากชื่อนี้แล้ว ยังมีชื่ออื่นอีกด้วย อย่างเช่นอีกชื่อที่ชาวอะบอริจินเรียกก็คือ  แคเธอร์คิส  ซึ่งหินนี่นี้มีลักษณะเป็นเป็นหินแกรนิต ที่มีขนาดใหญ่ยักษ์  นอกจากนี้หินที่นี่ยังมีลักษณะ โดดเด่นแตกต่างจากหินที่อื่นเนื่องจากว่ารูปลักษณ์ที่เราสามารถมองเห็นได้นั่น

หินที่นี่จะมีลักษณะมีความคลายคลึงกับคลื่นขนาดยักษ์   ซึ่งความสูงใหญ่ของหินที่นี่นั้นเราสามารถวัดความสูงได้ถึง  15 เมตรเลยทีเดียว  ในขณะเดียวกันเมื่อหันมาดูความยาวของหินชนิดนี้แล้ว ปรากฎว่ากินที่นี่มีความยาวประมาณ 110 เมตร อีกด้วย เรียกได้ว่าทั้งสูงใหญ่และยังยาวมากอีกด้วย 

        สำหรับจุดบริเวณที่มีคลื่นหินยักษ์ใหญ่นี้ ตั้งอยู่ในพื้นที่ของเขตเมือง hyderabad รัฐเวสเทิร์น  ซึ่งอยู่ในประเทศ ออสเตรเลีย  มีข้อสันนิฐานเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้มากมาย โดยเฉพาะความสงสัยว่าหินนี้มีอายุมากนานเท่าไหร่ แล้ว ซึ่งมีการคาดการณ์กันเอาไว้ว่าหินก้อนนี้น่าจะเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2700 ล้านปีก่อน 

        โดยหลายคนที่ได้มีโอกาสเดินทางมาเห็น Wave Rock ต่างก็มั่นใจว่าแต่เดิมนั้นหินก้อนนี้น่าจะเป็นเพียงแค่หินธรรมดา เป็นหินแกรนิตที่มีขนาดใหญ่ยักษ์เพียงเท่านั้น และรูปร่างของหินก้อนนี้ก็ไม่น่าจะแตกต่างจากหินที่อื่น แต่หลังจากที่หินก้อนนี้ต้องผ่านทั้งลมและน้ำกัดเซาะมาเป็นเวลาหลายล้านปี ทำให้สภาพรูปร่างของมันเปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง 

           โดยเฉพาะด้านล่างของหินก็ได้ถูกกัดกร่อนจนหายไปเหลือแต่ส่วนที่มีลักษณะเหมือนคลื่นจนมาถึงทุกวันนี้ที่ว่าคลื่นยักษ์แห่งนี้เป็นหนึ่งในหินที่เก่าแก่ที่สุดของออสเตรเลียส่วนชาวอะบอริจินเชื่อว่างูยักษ์สีรุ้งหรือ Rainbow Surprise เลื้อยผ่านพื้นที่แห้งแล้งนี้

เพื่อจะไปดื่มน้ำจึงทำให้เกิดคลื่นยักษ์มีขึ้นมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเที่ยวที่คลื่นยักษ์ก็ชื่นชมธรรมชาติเรียกใช้เป็นสถานที่ในการจัด Wave Rock weekender ซึ่งเป็นเทศกาลดนตรีที่จัดขึ้นทุกปีในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

       นอกจากหินยักษ์แล้วบริเวณใกล้กันยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมายแต่ฮิปโปยอนซึ่งเป็นถ้ำที่มีลักษณะเหมือนปากฮิปโปโปเตมัสที่กำลังหาวและถ้ำ Humps and Mulka’s Cave  สำหรับตำนานที่มีการพูดเกี่ยวกับถ้ำ Humps and Mulka’s Cave  แห่งนี้นั้นว่ากันว่าถ้ำแห่งนี้

เป็นที่อยู่ของยักษ์ที่ชื่อว่า Mulka ซึ่งยักษ์ตนนี้มีนิสัยดุร้าย และ น่ากลัวมาก ที่สำคัญยักษ์   Mulkaตัวนี้มักจะชอบออกไปจับเด็กมาเก็บเอาไว้ในภ้ำแห่งนี้ เพื่อที่มันจะได้กินเด็กเหล่านั้นเป็นอาหารนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  gclub