วงการเพลงไทย

   วงการเพลงไทยนั้นเป็นวงการเพลงที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และสังเกตได้เลยว่าถ้าหากแนวเพลงไหนกำลังเป็นที่นิยมของผู้ฟัง วงการเพลงไทยนั้นก็มักจะนิยมทำเพลงไปตามในแนวทางเดียวกันด้วยซึ่งถือว่าแตกต่างจากวงการเพลงต่างประเทศ

เพราะวงการเพลงในต่างประเทศนั้นจะเป็นการผลิตแนวเพลงและเพลงที่แปลกใหม่เพื่อให้ผู้ฟังได้สัมผัสกับแนวดนตรีที่แปลกใหม่อยู่เรื่อยๆนั่นเอง ทำให้วงการเพลงไทยนั้นถือว่ายังไม่มีการพัฒนาเท่าที่ควร เหมือนอย่างในต่างประเทศนั่นเอง และถึงแม้จะมีวงดนตรีของไทยบางวงจะมีชื่อเสียงและสามารถไปยืนระดับโลกได้ก็จริง แต่วงการเพลงไทยนั้นก็อาจจะยังต้องมีการพัฒนาต่อไปให้ดียิ่งขึ้นและเป็นที่รู้จักมากขึ้นกว่านี้นั่นเอง

วงการเพลงไทยนั้นแนวเพลงในอดีตที่ผ่านมานั้นถือว่ายังเป็นแนวเพลงที่มีความจำเจและมีลักษณะแนวเพลงคล้ายๆเดิมอยู่เรื่อยมา แต่ในช่วงหลังๆจนถึงปัจจุบันนั้นวงการเพลงในไทยก็ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะสามารถต่อสู้กับผู้ฟังให้ได้นั่นเองในตอนที่วงการเพลงไทยนั้นยังไม่มีการพัฒนาหรือคิดค้นหสแนวเพลงที่แปลกๆขึ้นมานั้นทำให้ผู้ฟังหันไปฟังเพลงของต่างชาติมากขึ้นและจำนวนผู้ฟังเพลงไทยจึงลดน้อยลง 

เมื่อเกิดเหตุการเช่นนี้ขึ้นแล้วนั้นก็ถือว่าวงการเพลงไทยนั้นมีการตื่นตัวอยู่พอสมควรเช่นกัน เพราะก็ได้มีการพัฒนาขึ้นมาในระดับหนึ่งคือการกระตุ้นการฟังเพลงที่มากขึ้น อย่างเช่นการทำรายการแข่งขันการร้องเพลง ซึ่งมีการจัดทำหลากหลายรายการมากและมีการไปซื้อลิขสิทธิ์จากต่างประเทศมาด้วย ทำให้รายการมีความน่าสนใจและการแข็งขันก็เป็นไปอย่างสนุกสนาน โดยถือว่าการทำรายการนั้นเป็นสิ่งที่กระตุ้นการฟังเพลงได้อย่างดี โดยเพลงที่ผู้เข้าแข่งขันนำมาร้องนั้นมีทั้งเพลงใหม่เพลงเก่า สากลก็มีแต่ส่วนใหญ่แล้วจะเน้นเป็นเพลงไทย เพราะการร้องเพลงไทยโดยเฉพาะเพลงเก่าๆนั้นแล้วนำมาร้องให้เกิดเป็นเอกลักษณ์หรือเพิ่มลูกเล่นของผู้แข่งขันลงไปในเพลง ทำให้เพลงเหล่านั้นกลับมาฮิตและได้รับความนิยมอีกครั้งด้วยและเพลงใหม่ๆก็เช่นกัน ยิ่งถ้าเพลงไหนทำออกมาแล้วไม่มีผู้ฟังหรือผู้ฟังไม่เยอะ แต่เมื่อมีการ้องแข่งขันในรายกานเพลงนั้น เพลงนั้นจะกลายเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมมากขึ้นอีกด้วย ก็ถิว่าการทำรายการเพลงก็เป็นการเปลี่ยนแปลงวงการเพลงไทยอย่างหนึ่งเช่นกัน เพราะจะได้นักร้องที่มีความสามารถพิเศษที่แตกต่างไปหรือนักร้องที่มีการร้องแปลกใหม่และไม่ซ้ำกับแนวเพลงเดิมๆทอย่างในดีตที่ผ่านนั่นเอง

อย่างไรก็ตามวงการเพลงไทยในปัจจุบันก็ยังคงมีการพัฒนาและมีการให้โอกาสนักร้องนักดนตรีรุ่ยใหมิอยู่เสมอและเชื่อว่าในอนาคตก็จะมีเพลงที่เป็นแนวใหม่และแปลกแต่น่าสนใจเกิดขึ้นใหม่อยู่เรื่อยๆด้วย

 

 

สนับสนุนโดย  Holiday Palace ฝากขั้นต่ำ 100

ประวัติดนตรีไทย

เท่าที่เรานั้นเติบโตมาเราจำความได้นั้นเราก็เห็นเครื่องเล่นของดนตรีไทยแล้วแต่ว่าเรานั้นไม่รู้ว่าต้นกำเนิดนั้นมากไหน ซึ่งเรานั้นก็เชื่อว่าต้องมีคนสงสัยเหมือนกันว่าต้นกำเนิดของดนตรีไทยนั้นมาจากไหนอะไรยังไง ซึ่งวันนี้เรานั้นก็ได้ไปคิดหาประวัติของดนตรีไทยนั้นมาให้ฟังว่ามาจากไหน

 เครื่องเล่นดนตรีไทยก็เกิดจากชลชาติไทยเองและก็การเลียนแบบชนชาติอื่นๆ

ที่อยู่ใกล้ชิดกันโดยที่เริ่มตั้งแต่สมัยโบราณที่ตั้งไทยตั้งถิ่นฐานอยู่ในอาณาจักรฉ่องหวู่ดินแดนของประเทศจีนในปัจจุบัน ทำให้เครื่องดนตรีไทยและจีนมีการแลกเปลี่ยนเลียนแบบกันและนอกจากนี้ยังมีเครื่องเล่นดนตรีอีกหลายชนิดที่ชนชาติไทยเรานั้นได้ประดิษฐ์ขึ้นใช้ก่อนที่จะมาพบวัฒนธรรมอินเดีย ซึ่งได้แพร่หลายอยู่ทางตอนใต้ของแหลมอินโดจีน 

สำหรับเครื่องดนตรีดั้งเดิมของไทยจะเรียงตามคำโดดในภาษาไทย เช่น เกาะ โกร่ง กรับ ฉิ่ง ฉาบ ขลุ่ย พิณเปี๊ยะ ซอฆ้องและกลอง ต่อมา ได้มีการประดิษฐ์เครื่องดนตรีให้พัฒนาขึ้น โดยนำไม้ที่ทำเหมือนกรับหลายอันมาวางเรียงกันได้เครื่องเล่นดนตรีใหม่อีกอย่างหนึ่ง ที่เรียกกันว่าระนาดหรือนำฆ้องหลายๆ ได้มาทำเป็นวงเรียกว่า ฆ้องวง เป็นต้น  

นอกจากนี้ยังมีการผสมผสานกับวัฒนธรรมทางดนตรีของอินเดีย  มอญ เขมร ในแหลม อินโดจีนที่ไทยได้ย้ายไปตั้งถิ่นฐานอยู่  ได้แก่ พิณ สังข์ ปี่ไฉน บัณเฑาะว์ กระจับปี่ จะเข้ โทน  หรือว่าทับ เป็นต้น ในเมื่อเวลาต่อมานั้นเราก็ได้พูกมิตรความสำพันธ์กับเพื่อนบ้านมากขึ้นซึ่งไทยเราเองก็ได้นำเครื่องดนตรีบางอย่างของประเทศเพื่อนบ่านมาบรรเลงในวงดนตรีไทย เช่น  อย่าง กลองแขก ของชวา กลองมลายูของมลายูเปิงมางของมอญ และกลองยาวของไทยใหญ่ที่พม่านำมาใช้รวมทั้งขิม ม้าล้อ และกลองจีน

ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีของจีน เป็นต้น และต่อมาไทยมีความสัมพันธ์ชาวกับตะวันตกและอเมริกา  ก็ได้นำกลองฝรั่ง เช่นกลองอเมริกัน และก็เครื่องเล่นดนตรีอื่นๆ เช่น ไวโอลีน ออร์แกน มาใช้บรรเลงในวงดนตรีไทย จากประวัติเครื่องเล่นดนตรีที่เรานั้นได้กล่าวมาตั้งแต่ต้น สามารถแบ่งออกเป็นประวัติศาสตร์ของเครื่องดนตรีไทยได้เป็น  4 สมัย ดังต่อไปนี้  

สมัยสุโขทัย ซึ่งชาวไทยเรานั้นมีความสนุกสนานกับเครื่องเล่นดนตรีและร้องเพลงกันมากดังที่ปรากฏหลังในศิราจารึกของพ่อขุนรามคำแหง  เครื่องเล่นดนตรีไทยในสมัยสุโขทัยได้จากวงดนตรีไทยสมัยนั้นได้แก่ วงแตรสังข์ ที่ใช้บรรเลงในเพลงพระราชพิธีต่างๆ ประกอบไปด้วย เครื่องดนตรีแตรฝรั่ง  แตรงอน ปี่”ไฉนแก้ว กลองชนะ บัณเฑาะว์ และมโหระทึก วงปี่พาทย์เครื่องประกอบด้วย ปี่ใน ฆ้องวง ตะโพน สังข์ กลอง ทัด และฉิ่ง เป็นต้น 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนออนไลน์ฝากไม่มีขั้นต่ำ