ตำนานยักษ์แห่งโจทันฮาย ( Giants of Jotunheim )

          ตำนานที่เรากำลังจะพูดถึงกันนี้เป็นตำนานที่เกิดขึ้นทางประเทศแถบสแกนดิเนเวีย เป็นตำนานที่เกี่ยวกับเทพเจ้า ซึ่งคนในแถบสแกนดิเนเวียนี้มีความเชื่อเกี่ยวกับโลกทั้งเก้า ที่มีดินแดนหนึ่งที่มีพื้นที่อยู่ในป่าทึบ แต่มีความหนาวเย็นและมีแต่ความแห้งแล้งกว้างใหญ่ไพศาล สุดลูกหูลูกตากันเลยทีเดียวซึ่งดินแดนแห่งนี้มีชื่อเรียกว่าโยทันฮาย ซึ่งทีนี่จะเป็นที่อยู่ของบรรดาเหล่ายักษ์ทั้งหลาย หรือที่เรามักเรียกยักษ์ที่อาศัยอยู่ที่นี่ว่ายักษ์น้ำแข็งนั่นเอง

ยักษ์ที่นี่แต่ละตัวจะมีรูปร่างหน้าตาที่ไม่เหมือนกัน แต่ละตัวก็จะมีหน้าตาที่แตกต่างกันออกไป แต่ที่พวกมันจะเหมือนกันมากนั่นก็คือพวกมันมีหน้าตาที่น่าเกลียดและน่ากลัวอย่างมากและที่สำคัญพวกมันนั้นจะมีเขี้ยวและเล็บตามร่างกายอีกด้วย  นอกจากยักษ์เหล่านี้จะมีร่างกายที่แข็งแกร่งแล้ว ยักษ์น้ำแข็งเหล่านี้ ว่ากันว่าจะมีเวทมนต์ที่แกร่งกล้าอีกด้วย และแน่นอนด้วยความแข็งแรงและเก่งกาจแบบนี้นี่เอง ทำให้เทพเจ้าที่ชื่อว่า ทอร์มักจะมีการบุกเข้าไปในดินแดนของยักษ์โยทันฮายเพื่อเข้าไปต่อสู้หวังจะล้างบางเหล่าบรรดายักษ์น้ำแข็งเหล่านี้อยู่เป็นประจำนั่นเอง 

แต่ถึงแม้ว่ายักษ์น้ำแข็งเหล่านี้จะดูเหมือนว่าพวกนั้นเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายและไม่น่าคบค้าสมาคมด้วย แต่ว่ามีตำนานพูดถึงเทพเจ้าบางองค์ในแอตการ์ดที่ยังคงมีความสัมพันธ์ หรือสืบเชื้อมีสายพันธ์มาจากยักษ์ในโยทันฮายด้วยเช่นกัน อย่างเช่นเทพเจ้าที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี อย่างเทพเจ้าโลกิ  ซึ่งเราจะสามารถดูข้อมูลนี้ได้จากการที่มีการนำมาสร้างเป็นภาพยนต์ให้ได้ดูกันทั่วโลกอยู่ในตอนนี้

ซึ่งชื่อภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับยักษ์น้ำแข็งนี้ก็คือ เรื่องเทพเจ้าทอร์ เทพเจ้าสายฟ้านั่นเอง  ซึ่งหากใครที่ได้เคยดูหนังเรื่องทอร์แล้วละก็จะรู้ถึงความเป็นมาของสายสัมพันธ์ของยักษ์น้ำแข็งกับเทพเจ้าโลกิ ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว 

         อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็คือตำนานทีมีการพูดถึงกันอย่างมากและนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ให้เราหลายคนได้ชมกัน แต่ว่าตำนานก็คือตำนานไม่มีใครรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วเรื่องราวเหล่านี้มีอยู่จริงหรือไม่ แต่ตำนานของแต่ละประเทศนั้นก็จะมีเรื่องราวที่เล่าแตกต่างกันออกไป สำหรับตำนานเหล่านี้เป็นเรื่องเล่าที่ฟังดูคล้ายกับนิทานแต่คนในสมัยโบราณต่างก็มีความเชื่อกันมาแบบนี้และมีการเล่าสืบต่อกันมาเพื่อหวังให้เรื่องราวเหล่านี้จะสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินนั่นเอง

 

ขอขอบคุณ  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ  ที่ให้การสนับสนุน

ประสบการณ์โดนผีหลอกที่กระท่อมในนา

ซึ่งในตอนนั้นฉันอายุ 15 ฉันมักจะไปเที่ยวงานหมอลำที่ศาลแล้ววันนั้นก็ไปเจอผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาคนนึงตอนนั้นเรากำลังดูๆกันอยู่วันนั้นผู้ชายคนนั้นก็เลยพาฉันไปนั่งมอเตอร์ไซค์เพื่อที่เราจะได้ไปอยู่ด้วยกันสองต่อสองที่กระท่อมในนาขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ฉันจะตอบตกลงแล้วไปกับเขากระท่อมในนั้นอยู่ลึกมากอยู่ตรงหน้าขนาดใหญ่

ซึ่งตอนนั้นพวกเราไปเจอเนินซึ่งเราก็ไปคุยกันบนเนินในกระท่อมสำหรับคบกับต้นพุทธรักษาขนาดใหญ่หลังจากนั้นเราก็เข้าไปนั่งตรงกระท่อมแล้วคุยกันกำลังคุยกันอย่างมีความสุขและกำลังจะคลอดอาการแต่อยู่ๆก็มีชายคนหนึ่งซึ่งมีชายแก่ๆแอบมองอยู่ข้างๆต้นพุทธราชขนาดใหญ่ซึ่งตอนนั้นเรามองด้วยสายตาโกรธเคืองแล้วชายคนนั้นก็มองกลับมาเหมือนกัน

ซึ่งเราก็บอกกับผู้ชายอีกคนว่าหยุดก่อนมีคนแอบมองพวกเราอยู่หลังต้นพุทธรักษาตรงนั้นน่ะผู้ชายก็บอกว่าไม่มีใครหนีทำต่อเถอะเราก็บอกว่าหยุดก่อนหยุดก่อนมีคนแอบดูอยู่ซึ่งเราคิดว่าบางทีอาจจะเป็นพวกนายพรานหรือไม่ก็จะมาเกี่ยวข้าวแน่ๆซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ออกไปดูเพิ่งเติมน้ำมันตอนกลางคืนพอดีเราเปิดไฟฉาย

แต่ก็ไม่มีอะไรหลังจากนั้นฉันเลยบอกให้เขารีบสตาร์ทมอเตอร์ไซค์และพาฉันกลับไปที่บ้านเดี๋ยวนี้เราค่อยไปพลอดรักกันที่นั่นก็ได้ของฉันก็ตอบตกลงหลังจากนั้นเรากำลังขับไปสักพักก็ได้ยินเสียงคนวิ่งตามมาทางด้านหลังพอเดินไปสักพักตอนนั้นขนมของเรารีบขับมอเตอร์ไซค์ไปอย่างรวดเร็วแต่เสียงฝีเท้าที่ตามมาทางด้านหลังก็ยังมีอยู่ดีหลัง

จากนั้นพวกเรากลัวมากที่จะเกิดเรื่องอย่างนั้นขึ้นนี่กลัวว่าคนนั้นอาจจะเป็นผีก็ได้ซึ่งไม่เดินทางไปที่นั่นอีกเลยซึ่งพอเราโตขึ้นเราก็ย้ายออกจากต่างจังหวัดที่นั่นทันทีอย่ามาอยู่กรุงเทพฯและก็ซื้อบ้านอยู่กับแฟนแต่งงานด้วยกันและไม่เคยกลับไปที่นั่นอีกเลยเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่ากลัวติดใจฉันมากจนป่านนี้ก็อายุ 40 แล้วฉันยังไม่หายกลัวเลยแฟนหนุ่มของฉันก็กลัวเช่นเดียวกันก็ได้

ตอนแรกเขาไม่ได้สนใจอะไรแต่พอได้ยินเสียงคนวิ่งตามเขาบอกว่าเมื่อเขาหันหลังไปเข้าพบกับ คนหนึ่งวิ่งตามพวกเรามาอย่างรวดเร็วมากดังนั้นเขาจึงรีบบิดมอเตอร์ไซค์อย่างรวดเร็วฉันต้องการที่จะหนีลงแก่คนนั้นเพราะเขาวิ่งเร็วผิดเกินมนุษย์เป็นอย่างมาก และนี่ก็คือประสบการณ์หลอนที่ติดตาของฉันตลอดมาค่ะ

 

 

สนับสนุนโดย  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

ตำนานศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนพญานาคตำนานป่าคำชะโนด

       ที่วังนาคินทร์คำชะโนดจังหวัดอุดรธานีเป็นที่ตั้งของป่าคำชะโนด   ซึ่งพื้นที่แห่งนี้เป็นเกาะกลางแม่น้ำและบนเกาะก็มีลักษณะเป็นเหมือนกับป่าพื้นที่บนเกาะนั้นมีอยู่ประมาณเกือบ 20 ไร่และต้นไม้ที่ขึ้นอยู่บนเกาะนั้นจะเป็นต้นคำชะโนดซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีความสูงใหญ่แข็งแรงและทนทานหากเรามองจากข้างนอกไปยังเกาะแล้วเราจะเห็นแต่ต้นคำชะโนดเต็มไปหมดและที่เกาะกลางแม่น้ำนี่เองที่ชาวบ้านต่างให้ความเคารพนับถือ ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าที่เกาะแห่งนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อาศัยอยู่ตามความเชื่อความศรัทธาของชาวบ้านเรียกว่าที่เกาะคำชะโนดนี้ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สถานที่ 1 ที่ผู้คนปากหมาพากันเดินทางมากราบไหว้

ซึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือกันมากที่สุดก็คือศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธเรามักจะเห็นข่าวว่ามีชาวบ้านจากทั่วทุกสารทิศจากประเทศไทยไม่ว่าจะมาจากทางภาคอีสาน  มาจากทางภาคเหนือ  มาจากทางภาคใต้ มาจากทางภาคตะวันออกหรือแม้แต่มาจากทางภาคตะวันตกหรือเรียกได้ว่ามาจากทุกทิศทุกทางต่างก็พากันรวมตัวกันเพื่อที่จะเดินทางมาที่เกาะคำชะโนดแห่งนี้โดยหวังว่าจะเข้ามากราบไหว้ขอพรเจ้าปู่ศรีสุทโธด้วยหลายคนชื่อว่าหากได้มีการมากราบไหว้ขอพรแล้วจะทำให้ประสบแต่ความสำเร็จและความเจริญซึ่งตรงบริเวณที่มีการตั้งศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธนั้นจะมีต้นไทรขนาดใหญ่อยู่

ซึ่งชาวบ้านก็จะเข้ามากราบเคารพบูชาตรงบริเวณที่มีรากของต้นไทรตรงนี้ด้วยสำหรับตำนานความเชื่อของป่าคำชะโนดนั้นเชื่อกันว่าที่นี่คือสถานที่ที่อยู่อาศัยของเหล่าพญานาคเป็นเมืองลี้ลับที่เป็นทางเชื่อมต่อระหว่างเมืองบาดาลกับโลกมนุษย์โดยสถานที่แห่งนี้จะมีพญานาคราชปู่ศรีสุทโธและภรรยาของท่านคือองค์แม่ศรีปทุมมานาคราชเทวีช่วยกันปกปักรักษาดูแลสถานที่แห่งนี้อยู่มีตำนานเล่ากันว่าพญานาคราชปู่ศรีสุทโธได้เกิดทะเลาะกับเจ้าพ่อสุวรรณนาค

เนื่องจากเกิดความเข้าใจผิดจันทร์ขึ้นจึงได้มีการต่อสู้กันจนทั่วโลกสะเทือนไปสามภพเรื่องราวดังกล่าวจึงทำให้รู้ไปถึงหูของพระอินทร์ดังนั้นได้ยินจึงต้องเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เสื้อมาห้ามปรามไม่ให้พญานาคทั้ง 2 ตนสู้รบกันโดยแบ่งแม่น้ำออกเป็น 2 สายนั่นก็คือแม่น้ำโขงและแม่น้ำน่านได้จะแบ่งให้พญานาคทั้ง 2 ตนปกครองกันคนละน้ำโดยมีการแข่งขันกันว่าหากใครก็ตามที่สามารถสร้างแม่น้ำเสร็จก่อนแม่น้ำสายนั้นก็จะได้ปลาบึกไปไว้ในครอบครอง

ซึ่งพญานาคราชปู่ศรีสุทโธเป็นผู้สร้างแม่น้ำเสร็จก่อนเป็นผู้ครอบครองแม่น้ำโขงจึงทำให้ปัจจุบันแม่น้ำโขงนั้นชาวบ้านมักจะสามารถจับปลาบึกได้และพญานาคราชปู่ศรีสุทโธก็ได้มีการร้องขอพระอินทร์ว่าจะขอทางเชื่อมต่อขึ้นลงระหว่างโลกบาดาลกับโลกมนุษย์เอาไว้ 3 ที่โดยขอที่ธาตุหลวงนครเวียงจันทน์และอีกที่หนึ่งก็คือหนองคันแทและสถานที่ที่ 3 นี้ก็คือที่ป่าคำชะโนดนี่เองดังนั้นความเชื่อที่ว่า พญานาคจะขึ้นจากเมืองบาดาลมาที่โลกมนุษย์ได้ 3 เส้นทางก็คือตามเส้นทางที่ว่านี้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  gclub