Skip to main content

BDSM ศิลปะ18+

BDSM ย่อมาจาก…

B = Bondage (สภาวะที่ถูกพันธนาการ หรือความเป็นทาส) 

D = Dominance (การปกครอง) และ Discipline (การลงโทษ)

S = Sadism (การมีความสุขจากการที่ได้ทำร้ายคนอื่น) และ Submission (การยอมจำนน)

M = Masochism (การมีความสุขจากการที่ถูกคนอื่นทำร้าย)

BDSM คือ ความหลากหลายของกิจกรรมทางเพศ โดยการสวมบทบาทต่างๆในระหว่างกิจกรรมทางเพศ เช่น การสวมบทบาทเป็นผู้ลงทัณฑ์ ผู้มีอำนาจ ผู้ยอมจำนน เป็นต้น ซึ่งผู้ที่สมบทบาทนั้นต่างจะได้รับความสุขในแบบที่ตัวเองชอบ ไม่ว่าจะเป็นความสุขจากการเป็นผู้กระทำที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกเจ็บปวดหรือผู้ถูกกระทำที่ได้รับความสุขจากการเจ็บปวดก็ได้ BDSM ถือว่าเป็นการเพิ่มความเร่าร้อนให้กิจกรรมทางเพศอย่างมาก  

หากจะยกตัวอย่างเกี่ยวกับเรื่อง BDSM นี้คงไม่พ้นภาพยนตร์ Fifty Shades of Grey ที่สามารถถ่ายทอดความเป็น BDSM ออกมาได้อย่างดี โดยเราจะเห็นพฤติกรรมของพระเอกที่มีความเป็น BDSM คือพระเอกมีความสุขจากการที่ได้ร้ายนางเอก ส่วนนางเอกก็มีความเป็น BDSM คือมีความสุขจากการที่ถูกพระเอกทำร้ายระหว่างทำกิจกรรมทางเพศร่วมกัน คนทั่วไปอาจจะรับไม่ได้กับภาพยนตร์แบบนี้ และพาลตีความในแง่ลบเกี่ยวกับพฤติกรรม BDSM ว่าเป็นการใช้ความรุนแรง เป็นเรื่องผิดปกติ จนถึงขั้นน่ารังเกียจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว BDSM ก็ไม่ต่างจากศิลปะแขนงหนึ่งที่ช่วยเพิ่มอรรถรสและความน่าสนใจให้กับกิจกรรมทางเพศ คนที่มีพฤติกรรม BDSM ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว นั่นเป็นเพียงแค่ความชอบ และพฤติกรรมอย่างหนึ่งเท่านั้น

BDSM จะเป็นศิลปะได้อย่างไร?

ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องเปิดใจมองให้กว้างอย่างทีเดียว ถึงจะสามารถเห็นศิลปะใน BDSM ได้ อย่างการสวมบทบาทเป็นตัวละครสมมุติต่างๆ ก็เกิดเป็นศิลปะได้ อย่างเช่น การสวมบทบาทเป็นเจ้านายกับคนใช้ การสวมบทบาทเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองกับผู้ถูกปกครอง ก็เป็นการเพิ่มสีสัน ความน่าตื่นเต้นได้อย่างหนึ่ง หากผู้ที่สวมบทบาทมีความยินยอมเต็มใจที่จะกระทำทั้งสองคนก็ถือได้ว่าเป็นศิลปะระหว่างกิจกรรมทางเพศของทั้งสอง  ในเมื่อละครก็คือศิลปะทางการแสดงอย่างหนึ่ง ดังนั้นการที่ สวมบทบาทเป็นตัวละครสมมุติระหว่างทำกิจกรรมทางเพศก็ย่อมไม่ต่างจากการทำการแสดงซึ่งเป็นศิลปะอย่างหนึ่งเช่นกัน

BDSM ไม่ใช่เรื่องที่น่ารังเกียจ เพราะทุกคนล้วนมีความชอบและพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ควรมองและเปิดรับ BDSM เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ถ้าพฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้สร้างความเดือดร้อน หรือละเมิดสิทธิใครก็ย่อมไม่ผิด แต่ถ้าเมื่อไรที่อีกฝ่ายไม่ได้ยินยอมและเต็มใจในพฤติกรรม BDSM นั่นก็ย่อมเข้าข่ายการใช้ความรุนแรงต่อคนอื่นได้แล้ว 

 

 

สนับสนุนโดย  สมัคร Sagame ฟรี

ประวัติของ ตาร์ บาร์บี้ 

แต่จะไม่เข้าไปในชีวิตแก อยากเรียนอะไรก็เรียน อยากทำอะไรก็ทำ สิ่งที่พ่อแม่ให้คือการสอนให้ผมคิด ทำอะไรต้องคิด อะไรถูกอะไรผิดต้องใช้สมองคิด สมัย เด็ก ๆ จะไปเที่ยวกลางคืน ไม่มีพ่อแม่คนไหนให้ไปหรอก ส่วนใหญ่ต้องหนีไป แต่พ่อแม่ผมบอกให้ คิดเองว่าจะไปมั้ย แล้วมาบอกแล้วกัน ผมก็เดินไปบอกว่า “ ผมไปนะ ” โอเค งั้นเดี๋ยวแม่ไปส่ง แต่แก กลับเองนะ ถ้าเที่ยวแล้วกะว่าเมาแน่ ๆ อย่าเอารถไป เพราะมันจะสร้างความเดือดร้อนให้ตัวแกเอง เป็นอะไรไปพ่อแม่ก็เสียใจ ตอนเด็ก ๆ ที่ได้คิดเอง ผมก็คิดได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่เรื่องเดียวที่พ่อแม่ขอไว้คืออย่าทำสิ่ง ผิดกฎหมาย ไม่ต้องถึงพ่อแม่หรอก ถ้าเกิดทำขึ้นมา ตำรวจก็จับอยู่ดี 

ถ้าผมมีลูก ผมก็อยากให้ลูกเป็นคนใฝ่รู้ คิดเองได้ โดยที่มีเราอยู่ข้าง ๆ คอยตะล่อม ไม่ใช่ ไปจูงไปลากเขา เพราะการมีอายุมากกว่าไม่ได้หมายความว่าจะฉลาดกว่าหรือมีอำนาจมากกว่า แต่ การที่ผู้ใหญ่ใช้กฎระเบียบและความที่อายุมากกว่ามาบังคับ เป็นเพราะไม่รู้จะเอาวิธีไหนมาคอนโทรล เด็ก แต่ไม่ได้สนใจว่าสิ่งที่วัยรุ่นอยากได้ก็คือความเข้าใจและการยอมรับ ทั้งจากผู้ใหญ่และจากสังคม 

บางครั้งการที่เด็กรุ่นเดียวกันมานั่งข่มกันเองทำให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้น เพราะพวกเขาหาวิธี ทำให้ตัวเองเด่น มันกลายเป็นปัญหา ผมไม่เคยเห็นลูกคนรวยที่ไหนจะไปตีรันฟันแทงกับใคร เพราะ บ้านแม่งมีฐานะ มีตำแหน่งในสังคมพอแล้ว แต่ผมก็ไม่เคยเห็นลูกคนรวยที่ไหนมาร่วมหัวจมท้ายกับ เพื่อน ช่วยเหลือเพื่อนเหมือนพวกเด็กช่างกลเหมือนกัน มันดีคนละอย่างเพื่อนแท้คือพ่อแม่เรา บางครั้ง พ่อแม่ก็วัยรุ่นกว่าเพื่อนผมอีก มีอะไรผมจึงปรึกษาแม่ทุกเรื่อง ตอนที่อกหักใหม่ ๆ ผมเฮิร์ทมาก พ่อแม่จะไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน ผมก็เลยไปด้วย นั่งอยู่คนเดียว พ่อแม่ก็อยู่ของเค้า เรา ก็อยู่ของเรา แต่ถ้าเกิดมีปัญหาอะไร เดี๋ยวก็ได้เจอแม่ เดี๋ยวก็ได้คุยกับแม่ คุยเล่นคุยตลกกัน มันก็ เป็นความสุขอีกแบบหนึ่ง เหมือนสมองโล่ง ได้คิดอะไรจริง ๆ คิดด้วยอารมณ์ที่สบายใจ

ถ้าไปกับเพื่อนก็มีแต่เมาลูกเดียว แต่ไปกับพ่อแม่หลายวันก็ไม่ต้องดื่มเหล้าเลย มันคือการ พักผ่อนจริง ๆ เหมือนกับเราได้มุมพักกับคนที่เราเชื่อมั่นในตัวเค้าที่สุดก็คือพ่อแม่เราเอง เป็นมมที่ ปลอดภัยแน่ ๆ เลยรู้สึกว่า เฮ้ย ! ดีเหมือนกันนะ ตอนที่อยากลองสูบกัญชาก็เคยคุยกับพ่อ อยากรู้ว่าเป็นอย่างไร พ่อบอกอยากสูบก็สูบ แต่ อย่าไปซื้อนะ เดี๋ยวโดนจับ แต่พอลองแล้วผมก็ไม่ชอบ สูบแล้วหลับ ผมเคยลองหมดทุกอย่าง แต่ไม่ ชอบ ไม่อยากให้พ่อแม่เสียใจ ยาเสพติดแค่ทำให้ลืมบางอย่างได้เท่านั้นเอง มันฆ่าเวลาได้เยอะเลย แต่ผมไม่ได้ต้องการฆ่าเวลา ผมแค่อยากคุย อยากเฮฮากับเพื่อนมากกว่า จะผ่านช่วงชีวิตวัยรุ่นได้ต้องมีสติ ส่วนมากที่ตายห่า เมาแล้วขับรถชน ตีรันฟันแทง เละเทะ เล่นยาจนตาย ทุกอย่างมันเกิดจากการขาดสติทั้งนั้น จะเมาให้ตายห่าอย่างไรก็ได้ แต่อย่าขับรถสิวะ นั่งแท็กซี่กลับบ้านซะ หรือเพื่อนชวนเล่นยาก็เลี่ยงซะดิ อย่าไปยุ่ง อย่าไปคบ แค่คิดได้ก็ไม่ลำบากแล้ว 

ดนตรี . . บทกวีจากความเกลียดชัง บทเพลงของผมเริ่มมาจากความเกลียดชัง ! ช่วงที่ผมจบ ม . 6 เข้ามหาวิทยาลัย ปี 1 ตอน นั้นจะมีแต่ดารามาออกเทป ผมเป็นคนที่ฟังเพลงเยอะมากมาตั้งแต่เด็ก ๆ ฟังเพลงหลายแนว แต่ ถ้าเป็นที่สุดจริง ๆ ชอบเพลง Anarchy in the UK ของวง Sex Pistol ผมชอบเนื้อหาของเพลงมัน แล้วผมก็ชอบแนวคิดของ Malcom McLaren ผู้ก่อตั้งและผู้จัดการวงนี้ที่ว่าถ้ามันมีขาวแล้ว กูขอเป็นดำ ผมรู้สึกว่าบทเพลงและดนตรียังมีอีกตั้งหลายอย่างที่ไม่ใช่มาร้อง ๆ เต้น ๆ เท่านั้น ) 

วันหนึ่ง นั่งดื่มเหล้ากันที่บ้านเพื่อนผมก็บ่นว่าทำไมมีแต่ดารามาออกเทปวะก็ลองชวนเพื่อนว่า เฮ้ย ! ทำปะ เพื่อนบอกเอาดิ ก็หยิบกีตาร์มาร้องมาเล่นกัน แล้วหลังจากนั้นอีกสองวัน เพื่อนก็เขียน เพลงมาให้ ผมอ่านแล้วก็บอกว่าเนื้อเพลงน้ำเน่าสัตว์ ๆ เพื่อนบอกงั้นมึงก็เขียนเอง ผมเป็นคนเก่งภาษาไทย สมัยก่อนตอนอยู่โรงเรียน ผมเป็นคนแต่งพวกกลอนแปด โคลงสี – สุภาพ พวกคำคล้องจองได้ เพราะชอบอ่านหนังสือ ทุกวันนี้ก็ตามอ่านในมติชนสุดสัปดาห์บ้าง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ufabet สมัคร

ประสบการณ์โดนผีหลอกที่กระท่อมในนา

ซึ่งในตอนนั้นฉันอายุ 15 ฉันมักจะไปเที่ยวงานหมอลำที่ศาลแล้ววันนั้นก็ไปเจอผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาคนนึงตอนนั้นเรากำลังดูๆกันอยู่วันนั้นผู้ชายคนนั้นก็เลยพาฉันไปนั่งมอเตอร์ไซค์เพื่อที่เราจะได้ไปอยู่ด้วยกันสองต่อสองที่กระท่อมในนาขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ฉันจะตอบตกลงแล้วไปกับเขากระท่อมในนั้นอยู่ลึกมากอยู่ตรงหน้าขนาดใหญ่

ซึ่งตอนนั้นพวกเราไปเจอเนินซึ่งเราก็ไปคุยกันบนเนินในกระท่อมสำหรับคบกับต้นพุทธรักษาขนาดใหญ่หลังจากนั้นเราก็เข้าไปนั่งตรงกระท่อมแล้วคุยกันกำลังคุยกันอย่างมีความสุขและกำลังจะคลอดอาการแต่อยู่ๆก็มีชายคนหนึ่งซึ่งมีชายแก่ๆแอบมองอยู่ข้างๆต้นพุทธราชขนาดใหญ่ซึ่งตอนนั้นเรามองด้วยสายตาโกรธเคืองแล้วชายคนนั้นก็มองกลับมาเหมือนกัน

ซึ่งเราก็บอกกับผู้ชายอีกคนว่าหยุดก่อนมีคนแอบมองพวกเราอยู่หลังต้นพุทธรักษาตรงนั้นน่ะผู้ชายก็บอกว่าไม่มีใครหนีทำต่อเถอะเราก็บอกว่าหยุดก่อนหยุดก่อนมีคนแอบดูอยู่ซึ่งเราคิดว่าบางทีอาจจะเป็นพวกนายพรานหรือไม่ก็จะมาเกี่ยวข้าวแน่ๆซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ออกไปดูเพิ่งเติมน้ำมันตอนกลางคืนพอดีเราเปิดไฟฉาย

แต่ก็ไม่มีอะไรหลังจากนั้นฉันเลยบอกให้เขารีบสตาร์ทมอเตอร์ไซค์และพาฉันกลับไปที่บ้านเดี๋ยวนี้เราค่อยไปพลอดรักกันที่นั่นก็ได้ของฉันก็ตอบตกลงหลังจากนั้นเรากำลังขับไปสักพักก็ได้ยินเสียงคนวิ่งตามมาทางด้านหลังพอเดินไปสักพักตอนนั้นขนมของเรารีบขับมอเตอร์ไซค์ไปอย่างรวดเร็วแต่เสียงฝีเท้าที่ตามมาทางด้านหลังก็ยังมีอยู่ดีหลัง

จากนั้นพวกเรากลัวมากที่จะเกิดเรื่องอย่างนั้นขึ้นนี่กลัวว่าคนนั้นอาจจะเป็นผีก็ได้ซึ่งไม่เดินทางไปที่นั่นอีกเลยซึ่งพอเราโตขึ้นเราก็ย้ายออกจากต่างจังหวัดที่นั่นทันทีอย่ามาอยู่กรุงเทพฯและก็ซื้อบ้านอยู่กับแฟนแต่งงานด้วยกันและไม่เคยกลับไปที่นั่นอีกเลยเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่ากลัวติดใจฉันมากจนป่านนี้ก็อายุ 40 แล้วฉันยังไม่หายกลัวเลยแฟนหนุ่มของฉันก็กลัวเช่นเดียวกันก็ได้

ตอนแรกเขาไม่ได้สนใจอะไรแต่พอได้ยินเสียงคนวิ่งตามเขาบอกว่าเมื่อเขาหันหลังไปเข้าพบกับ คนหนึ่งวิ่งตามพวกเรามาอย่างรวดเร็วมากดังนั้นเขาจึงรีบบิดมอเตอร์ไซค์อย่างรวดเร็วฉันต้องการที่จะหนีลงแก่คนนั้นเพราะเขาวิ่งเร็วผิดเกินมนุษย์เป็นอย่างมาก และนี่ก็คือประสบการณ์หลอนที่ติดตาของฉันตลอดมาค่ะ

 

 

สนับสนุนโดย  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

ตำนานศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนพญานาคตำนานป่าคำชะโนด

       ที่วังนาคินทร์คำชะโนดจังหวัดอุดรธานีเป็นที่ตั้งของป่าคำชะโนด   ซึ่งพื้นที่แห่งนี้เป็นเกาะกลางแม่น้ำและบนเกาะก็มีลักษณะเป็นเหมือนกับป่าพื้นที่บนเกาะนั้นมีอยู่ประมาณเกือบ 20 ไร่และต้นไม้ที่ขึ้นอยู่บนเกาะนั้นจะเป็นต้นคำชะโนดซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีความสูงใหญ่แข็งแรงและทนทานหากเรามองจากข้างนอกไปยังเกาะแล้วเราจะเห็นแต่ต้นคำชะโนดเต็มไปหมดและที่เกาะกลางแม่น้ำนี่เองที่ชาวบ้านต่างให้ความเคารพนับถือ ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าที่เกาะแห่งนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อาศัยอยู่ตามความเชื่อความศรัทธาของชาวบ้านเรียกว่าที่เกาะคำชะโนดนี้ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สถานที่ 1 ที่ผู้คนปากหมาพากันเดินทางมากราบไหว้

ซึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือกันมากที่สุดก็คือศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธเรามักจะเห็นข่าวว่ามีชาวบ้านจากทั่วทุกสารทิศจากประเทศไทยไม่ว่าจะมาจากทางภาคอีสาน  มาจากทางภาคเหนือ  มาจากทางภาคใต้ มาจากทางภาคตะวันออกหรือแม้แต่มาจากทางภาคตะวันตกหรือเรียกได้ว่ามาจากทุกทิศทุกทางต่างก็พากันรวมตัวกันเพื่อที่จะเดินทางมาที่เกาะคำชะโนดแห่งนี้โดยหวังว่าจะเข้ามากราบไหว้ขอพรเจ้าปู่ศรีสุทโธด้วยหลายคนชื่อว่าหากได้มีการมากราบไหว้ขอพรแล้วจะทำให้ประสบแต่ความสำเร็จและความเจริญซึ่งตรงบริเวณที่มีการตั้งศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธนั้นจะมีต้นไทรขนาดใหญ่อยู่

ซึ่งชาวบ้านก็จะเข้ามากราบเคารพบูชาตรงบริเวณที่มีรากของต้นไทรตรงนี้ด้วยสำหรับตำนานความเชื่อของป่าคำชะโนดนั้นเชื่อกันว่าที่นี่คือสถานที่ที่อยู่อาศัยของเหล่าพญานาคเป็นเมืองลี้ลับที่เป็นทางเชื่อมต่อระหว่างเมืองบาดาลกับโลกมนุษย์โดยสถานที่แห่งนี้จะมีพญานาคราชปู่ศรีสุทโธและภรรยาของท่านคือองค์แม่ศรีปทุมมานาคราชเทวีช่วยกันปกปักรักษาดูแลสถานที่แห่งนี้อยู่มีตำนานเล่ากันว่าพญานาคราชปู่ศรีสุทโธได้เกิดทะเลาะกับเจ้าพ่อสุวรรณนาค

เนื่องจากเกิดความเข้าใจผิดจันทร์ขึ้นจึงได้มีการต่อสู้กันจนทั่วโลกสะเทือนไปสามภพเรื่องราวดังกล่าวจึงทำให้รู้ไปถึงหูของพระอินทร์ดังนั้นได้ยินจึงต้องเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เสื้อมาห้ามปรามไม่ให้พญานาคทั้ง 2 ตนสู้รบกันโดยแบ่งแม่น้ำออกเป็น 2 สายนั่นก็คือแม่น้ำโขงและแม่น้ำน่านได้จะแบ่งให้พญานาคทั้ง 2 ตนปกครองกันคนละน้ำโดยมีการแข่งขันกันว่าหากใครก็ตามที่สามารถสร้างแม่น้ำเสร็จก่อนแม่น้ำสายนั้นก็จะได้ปลาบึกไปไว้ในครอบครอง

ซึ่งพญานาคราชปู่ศรีสุทโธเป็นผู้สร้างแม่น้ำเสร็จก่อนเป็นผู้ครอบครองแม่น้ำโขงจึงทำให้ปัจจุบันแม่น้ำโขงนั้นชาวบ้านมักจะสามารถจับปลาบึกได้และพญานาคราชปู่ศรีสุทโธก็ได้มีการร้องขอพระอินทร์ว่าจะขอทางเชื่อมต่อขึ้นลงระหว่างโลกบาดาลกับโลกมนุษย์เอาไว้ 3 ที่โดยขอที่ธาตุหลวงนครเวียงจันทน์และอีกที่หนึ่งก็คือหนองคันแทและสถานที่ที่ 3 นี้ก็คือที่ป่าคำชะโนดนี่เองดังนั้นความเชื่อที่ว่า พญานาคจะขึ้นจากเมืองบาดาลมาที่โลกมนุษย์ได้ 3 เส้นทางก็คือตามเส้นทางที่ว่านี้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  gclub