Skip to main content

อัศจรรย์ประติมากรรมที่ทั่วโลกยังกล่าวถึง

The Man Who Measures the Clouds โดยผู้สร้างผลงานชิ้นนี้คือ แยน ฟาร์บ สิ่งที่ต้องการสื่อถึงคือ การต่อสู้เพื่อวัดค่าสิ่งที่ไม่บางทีไม่อาจวัดได้ ผลงานที่ไม่ซ้ำใครมีขนาด 9 เมตร โดยเสนอออกมาในรูปแบบของประติมากรรมชายคนหนึ่งที่มีความมานะที่จะวัดก้อนเมฆด้วยไม้บรรทัด โดยสื่อถึงผู้ที่บากบั่นสำหรับการทำสิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้ ตามที่พวกเราไม่เคยหยุดปรับปรุงตนเองในฐานะมนุษยชาติ หรือคำกล่าวสอนของ                     บรรพบุรุษที่บอกไว้ว่ามนุษย์เป็นตัวชี้วัดทุกสิ่งทุกอย่าง

Inertia and The Bankers ผู้สร้างผลงานชิ้นนี้คือ Jason deCaires Taylor สื่อถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับทางสังคมแล้วก็เรียกร้องความรับผิดชอบจากมนุษย์

เป็นผลงานประติมากรรมใต้น้ำถูกสร้างขึ้นมาจำนวนมาก โดยเปิดเผยให้ถึงปัญหาเกี่ยวกับทางสังคมยุคใหม่ที่ยึดติดในด้านวัตถุและก็ได้รับอิทธิพลจากสื่อมากเกินความจำเป็น ผลงานชั้นดีเลิศชุดนี้ยังปฏิบัติหน้าที่เป็นบ้านให้กับต้นปะการังแล้วก็สิ่งมีชีวิตทางทะเลที่เสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ในหลายพื้นที่บนโลก โดยเจสันนั้นเพียรพยายามสื่อถึงการคุ้มครองป้องกันโลกของพวกเรา 

Absorbed by Light ผลงานชิ้นนี้ต้องการที่จะบอกพวกเราในหัวข้อการคลั่งไคล้ในวัสดุอุปกรณ์รวมทั้งเทคโนโลยีมากจนเกินไป

เป็นประติมากรรมรูปปั้นคน 3 คนนั่งบนม้านั่ง โดยทั้งหมดทั้งปวงต่างจ้องไปที่สมาร์ทโฟนจนกระทั่งไม่ใส่ใจกันและกัน ผลงานชิ้นนี้ต้องการจะสื่อถึงการที่พวกเราดำเนินชีวิตเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีรุ่นใหม่มากเกินไป ทำให้หลุดการเชื่อมต่อจากชีวิตจริง

The Miraculous Journey โดยผู้สร้างผลงานชิ้นนี้ต้องการแสดงถึงความเป็นไปของการเจริญเติบโตของทารกในท้องมารดา

ประติมากรรมอันน่ามหัศจรรย์ชิ้นนี้ตั้งอยู่ที่ศูนย์การแพทย์โดฮา ประเทศกาตาร์ ซึ่งมีประติมากรรมทั้งหมด 14 ชิ้น โดยแสดงระยะเวลาของการเจริญเติบโตของเด็กแรกเกิดในท้องคุณแม่จนกระทั่งวันที่เกิด สื่อถึงการเดินทางที่ดีที่สุดในชีวิตมนุษย์ ผลงานเป็นที่คัดค้านกันอย่างยิ่งในกลุ่มคนตะวันออก และบางทีก็ต้องหาบางสิ่งมาคลุมผลงานชิ้นนี้อยู่เรื่อยๆ 

 

เด็กน้อยเนลโล กับสุนัขปาทราช เป็นรูปปั้นที่สร้างขึ้นบริเวณมหาวิหารเลดี้ มีรูปปั้นของเด็กน้อยที่พักผ่อนโดยหลับไหลอยู่กับหมาของเขาภายใต้ผ้าที่เอาไว้สำหรับห่มผิวถนน แรกเห็นอาจทำให้ยกย่องในความน่ารักน่าเอ็นดูแน่ๆ แม้กระนั้นตามที่เป็นจริงแล้วมันมีที่มาที่แสนโศกเศร้า หดหู่แอบซ่อนไว้ ผลงานประติมากรรมนี้ต้องการจะสื่อถึงเรื่องของเนลโลแล้วก็หมาช่วยเหลือของเขาปาทราช ซึ่งเป็นนิทานที่เป็นที่รู้จักในศตวรรษที่ 19 โดยนำเสนอถึงเนลโลที่พบเจอความลำบากตรากตรำสำหรับเพื่อการดำเนินชีวิต การต่อสู้เพื่อเอาชนะความโหยหิวและก็ตอนท้ายจำเป็นต้องเสียชีวิตจากความหนาวในโบสถ์โดยมีเพื่อนรักของเขาอยู่ข้างเคียงกาย

ยังมีประติมากรรมอีกมากมาย ที่มีชื่อเสียงระดับโลกที่รอให้ทุกคนได้มีโอกาสไปเยี่ยมชม การสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรม หรือศิลปะต่างๆ ออกมานั้นย่อมมีคุณค่าเสมอ โดยผู้คนจะเห็นค่าหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่ว่าแต่ละคนสามารถตีความหมายได้หรือไม่ แต่ไม่ว่าอย่างไรศิลปินทุกคนก็ยังคงสร้างสรรค์และพัฒนาผลงานออกมาอยู่เสมอ เพื่อที่ศิลปะจะยังคงอยู่คู่กับมนุษย์ตลอดไป

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนสด

ประติมากรรมชั้นยอด King David

หลายคนคงจะคุ้นชินกับประติมากรรมชั้นยอดของโลกอย่าง ประติมากรรมผู้ชายเปลือยกายอย่างแน่นอน นั่นคืองานประติมากรรมของจิตรกรชั้นเอกของโลกนั่นเอง ชื่อที่พวกเราคุ้นเคยเป็นอย่างดีนั่นก็คือ ไมเคิล แองเจโร่นั่นเอง โดยแองเจโร่นั้นไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์ในด้านประติมกรรมเท่านั้นเขายังมีความสามารถอีกหลากหลายด้านในความเป็นศิลปะ

และจากความสามารถที่เขานั้นมีและสามารถที่จะสร้างสรรค์ผลงานได้มากมายนี้นั้นก็เป็นเพราะว่าเขาสามารถที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจ เกี่ยวกับศาสตร์ทางด้านศิลปะที่มากกว่าการสร้างสรรค์ในด้านประติมกรรมเท่านั้น แต่ผลงานที่ทำให้เขานั้นมีชื่อเยงและได้รับการยกย่องเลยนั้นก็คือผลงานด้านประติมากรรม

อย่างการแกะสลักเป็นงานประติมากรรมชั้นยอดในรูปผู้ชายที่โป๊เปลือยและเห็นอวัยเพศนั่นเอง ซึ่งผลงานชิ้นนี้นั้นถูกยกย่องเป็นศิลปะชิ้นเอกของโลกด้วย เนื่องจากผลงานการสร้างสรรค์ในลักษณะนี้นั้นเป็นสิ่งแปลกใหม่ในยุคนั้นอย่างมากและเป็นสิ่งที่ยังไม่มใครคิดค้นและสร้างสรรค์ศิลปะด้านประติมากรรมแนวนี้ จึงทำให้ประตอมากกรม King David นั้นเป็นผลงานศิลปะด้านประติมากรรมที่น่าสนใจในยุคนั้นอย่างมาก

เมื่อแองเจโร่นั้นสร้างประติมากรรมที่เป็นผลงานชิ้นนี้ขึ้นมา ก็ทำให้หลายคนนั้นเกิดความสงสัยว่า ทำไมเดวิดจึงต้องเปลือยกาย โดยในช่วงที่แองเจโร่นั้นสร้างสรรค์ผลงานนี้เป็นช่วงที่เรียกว่ายุคเรนาซิงค์เป็นยุคแห่งการฟื้นฟูและมีการสร้างสรรค์ศิลปะแบบใหม่ๆขึ้นมา ดดยการฟื้นฟูนี้นั้นเป็นการฟื้นฟูโดยการนำความเป็นศิลปะที่แขนงมาผสมผสานกันให้เกิดเป็นศิลปะที่แปลกและมีความแตกต่างจากศิลปะในยุคเก่าๆ

แต่มีการนำความเป็นศิลปะเก่าๆขึ้นมาฟื้นฟูเพื่อให้เกิดศิลปะใหม่ด้วยนั่นเอง ทำให้แองเจโรนั้นคิดถึงปรัชญาหนึ่งของกรีกที่มีการบันทึกไว้หลังจากที่อาณาจักรกรีกโรมันนั้นได้มีการล่มสลายไปแล้วว่า ร่างการของคนเรานั้นเป็นสิ่งที่มีส่วนผสมของการที่จะทำให้เกิดความสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง และเป็นสิ่งที่มีความลงตัวที่สุดในธรรมชาติ

ดังนั้นแล้วการที่จะแสดงหรือโชว์เรือนร่างที่มีการเปลือยเปล่าในช่วงยุคกรีกโรมันนั้นจึงเป็นสิ่งที่ดีและสวยงาม ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความลามกหรือความอนาจารณ์แต่กลับมองได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความสวยงามนั่นเอง

เมื่อแองเจโร่ได้อ่านบันทึกที่เป็นปรัชญาของกรีกโรมันนี้นั้น จึงเป็นสิ่งที่ผลักดันและจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ในการสร้าง เดวิดขึ้นมานั่นเอง และถือว่าการสร้างสรรค์ประติมากรรมชิ้นนี้ขึ้นมานั้นก็เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในความสวยงามของเรือนร่างมนุษย์ ให้คนรุ่นหลังได้ตะหนักถึงความสวยงามและความสมบูรณ์แบบที่มีการผสมผสานระหว่างความเป็นจริงและสิ่งที่เป็นศิลปะนั่นเอง ประติมากรรมชั้นยอดนี้นั้นจึงถูกบันทึกในประวัติศาตร์โลกด้วย เพราะเป็นผลงานที่สร้างสรรค์และเป็นสิ่งที่ล้ำค้าอย่างมาก

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ยูฟ่าเบท365

ตำนานพิธีบูชายัญในจังหวัดราชบุรี

        เมื่อประมาณปี 2547 ได้มีเหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญเกิดขึ้นที่จังหวัดราชบุรีเมื่อมีคนร้ายทั้งหมด 4 คนได้มีการฆ่าปาดคอเด็กผู้หญิงอายุ 12 ปีโดยทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าพวกเขากำลังทำพิธีบูชายัญพระอินทร์โดยใช้ร่างกายของหลานสาวของตนเองวัย 12 ปีเป็นเครื่องบูชายัญโดยหวังว่าพระอินทร์นั้นจะทรงช่วยเหลือพวกเขาทั้ง 4 คนโดยเรื่องราวในครั้งนี้เกิดขึ้น

เมื่อมีครอบครัวหนึ่งซึ่งอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 คนโดย 4 คนนั้นเป็นแม่และป้าป้าของเด็กหญิงวัย 12 ขวบซึ่งเด็กหญิงวัย 12 ขวบนั้นเกิดมาเนื่องจากว่าแม่ของเธอนั้นถูกข่มขืนจนตั้งครรภ์แต่หลังจากที่ท้องแล้วแม่ของเธอก็เลี้ยงดูเธอเรื่อยมาจนเมื่อเด็กหญิงอายุ 12 ขวบแม่ของเธอก็สั่งให้ป้าป้านั้นพากันจับเธอแล้วปาดคอเพื่อเอาเลือดของเธอนั้นมาบูชายัญ

โดยชาวบ้านได้บอกกันว่าครอบครัวของเด็กหญิงวัย 12 ขวบนั้นเป็นผู้ที่คลั่งไคล้เกี่ยวกับเรื่องของพระอินทร์เป็นอย่างมากอย่างไรก็ตามในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าไปช่วยเหลือเด็กหญิงนั้นก็พบว่าเด็กหญิงถูกปาดคอเสียชีวิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยแม่ของเด็กหญิงบอกว่าที่ต้องฆ่าปาดคอเด็กหญิงนั้นก็เพื่อที่จะได้ให้วิญญาณของเด็กหญิงได้ไปเข้าเฝ้าพระอินทร์

เนื่องจากว่าเด็กหญิงนั้นคือสิ่งชั่วร้ายที่กลับชาติมาเกิด ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมฆาตกรทั้ง 4 คนเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงได้ส่งหญิงทั้ง 4 คนนั้นไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลทางประสาทโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชื่อว่าทั้ง 4 คนนั้นมีอาการทางจิตจึงได้ลงมือฆ่าลูกและหลานสาวของตนเองนั่นเอง

       สำหรับเรื่องเล่าเกี่ยวกับเรื่องของการบูชายัญที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมานี้เป็นข่าวโด่งดังใหญ่โตเป็นอย่างมากเมื่อประมาณปี 2547 และยังสร้างความหวาดกลัวให้กับคนจังหวัดราชบุรีนับตั้งแต่นั้นจนถึงปัจจุบันซึ่งในตอนนี้บ้านที่ทั้ง 4 คนอยู่อาศัยอยู่ยังคงถูกปล่อยให้เป็นบ้านร้างและไม่มีชาวบ้านคนไหนกล้าที่จะเข้าไปใกล้ๆกับบ้านหลังดังกล่าวอีกเลยส่วนทั้ง 4 คนนั้นก็ยังคงถูกส่งตัวรักษาตัวอาการทางประสาทในโรงพยาบาลและยังไม่เคยถูกปล่อยตัวออกมาจากโรงพยาบาลนับตั้งแต่นั้นอีกเลย

         สำหรับเรื่องเล่าที่เป็นตำนานที่น่ากลัวนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับคนในหมู่บ้านเป็นอย่างมากถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนแล้วก็ตามแต่เรื่องเล่านี้ก็ยังคงมีการเล่าให้ลูกหลานได้ฟังกันถึงความน่ากลัวของสี่พี่น้องที่ได้ก่อเหตุฆาตกรรมหลานสาวและลูกสาวของตนเองเพียงเพราะความเชื่อเกี่ยวกับการบูชาพระอินทร์ซึ่งในปัจจุบันนี้วิธีการบูชายัญนั้นได้หายสาบสูญไปแล้วและในปัจจุบันเราไม่เคยพบเห็นการบูชายัญแบบนี้มานานแล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub ทดลองเล่นฟรี

สุสานโสเภณีที่ประเทศไทย

        ซึ่งตำนานนี้มีการพูดถึงซ่องโสเภณี ที่หลายคนมักเรียกกันว่าซ่องแห่งความตาย สำหรับสุสานโสเภณีนี้เรียกได้ว่าเป็นตำนานที่น่ากลัวมากที่สุดในประเทศไทยตำนานหนึ่งเลยทีเดียวซึ่งสถานที่เกิดเหตุนั้นเป็นซ่องร้างแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรีซึ่งแต่เดิมนั้นสถานที่แห่งนี้ถูกเปิดเอาไว้เพื่อให้ผู้ชายมาซื้อบริการและแน่นอนว่าผู้หญิงที่ทำงานอยู่ที่ซ่องโสเภณีแห่งนี้หลายคนอาจจะเต็มใจ

แต่ก็มีหลายคนที่ไม่เต็มใจและพวกคนที่ไม่เต็มใจนั้นก็ถูกซ้อมทารุณกรรมจนตายหรือบางคนก็ตายเพราะการถูกฆ่าเนื่องจากว่าต้องการหนีออกจากป้อมแห่งนี้อีกทั้งบางคนก็เกิดติดโลกจากผู้ที่มาใช้บริการจนเสียชีวิตและยังมีคนที่ถูกบังคับให้ทำแท้งซึ่งบางคนก็เสียชีวิตแต่บางคนก็ต้องเสียลูกไปถ่ายในซ่องแห่งนี้หลายคนถูกหลอกลวงให้มาขายบริการ

เนื่องจากในสมัยโบราณนั้นคนไม่ค่อยมีความรู้มากนักโดยส่วนใหญ่แล้วผู้มีอิทธิพลมักจะไปหลอกลวงหญิงสาวที่อยู่ทางภาคเหนือซึ่งเป็นกลุ่มหญิงสาวชาวดอยโดยหลอกว่าจะพามาทำงานในกรุงเทพฯแต่เมื่อพามาจริงๆก็จะพามาแวะที่จังหวัดกาญจนบุรีและให้มาทำงานที่ซ่องแห่งนี้และถ้าหากใครคิดหนีและไม่ยอมทำงานก็จะถูกซ้อมถูกตบตีหากใครทนไม่ได้ก็อาจจะถึงตายได้อย่างไร

ก็ตามเรื่องราวความหลอกหลอนนี้เริ่มต้นขึ้นหลังจากที่มีหญิงสาวหลายคนต้องเสียชีวิตภายในซ่องแห่งนี้ ตกกลางคืนผู้ชายที่มาใช้บริการที่ซ่องแห่งนี้มักจะพบเห็นวิญญาณของหญิงสาวร่วมเดินปะปนอยู่กับผู้หญิงขายบริการคนอื่นๆทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่ซ่องต่างพากันหวาดกลัว แต่ในที่สุดก็ไม่มีใครมาเที่ยวที่นี่จนเจ้าของต้องปิดกิจการลงหลังจากนั้นก็ปล่อยให้ที่นี่กลายเป็นที่รกร้างและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาในช่วงเวลายามค่ำคืน

ผู้คนที่อยู่ใกล้กับบริเวณที่ซ่องแห่งนี้อยู่มักจะได้ยินเสียงของหญิงสาวร้องโหยหวนขอความช่วยเหลือหรือบางทีก็จะได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวต่างด้าวรือกันถึงความน่ากลัวของสุสานโสเภณีแห่งนี้และเรื่องราวความน่ากลัวนี้ก็ขยายวงกว้างไปทั่วจนกลายเป็นที่เลื่องลือของคนต่างประเทศมีสถานที่น่ากลัวนี้อยู่ในประเทศไทยด้วย

ซึ่งเคยมีช่องที่ทำรายการเกี่ยวกับผีเคยมาถ่ายรายการอยู่หลายรายการเลยทีเดียวและผู้คนส่วนใหญ่ที่มาถ่ายรายการเกี่ยวกับผีที่สุสานโสเภณีแห่งนี้ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเขาได้เห็นวิญญาณของหญิงสาวที่ยังคงวนเวียนอยู่ยังไม่มีไปฝึกไปเกิดแม้จะผ่านไปเป็นเวลานานหลายปีแล้วก็ตาม

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   เซ็กซี่ บาคาร่า ขั้นต่ำ10บาท