Skip to main content

คัมภีร์มรณะการใช้ชีวิตหลังความตาย

สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับคัมภีร์มรณะโดยคัมภีร์มเล่มนี้ว่ากันว่าเป็นคัมภีร์มที่สามารถปลุกคนตายขึ้นมาแต่มันจะปลุกได้จริงไหมเรามาดูกันเลย

ซึ่งในคัมภีร์มรณะเล่มนี้หรือภาษาอังกฤษเรียกว่าBooK of the Deadโดยชื่อนี้เป็นชื่อที่ถูกตั้งขึ้นมาโดยนักอียิปต์วิทยาสมัยใหม่หลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่องราวของคัมภีร์มรณะกันมาแล้วจากภาพยนตร์เรื่องเดอะมัมมี่มันจะมีอยู่ฉากหนึ่งที่นางเอกได้อ่านอักขระจากคัมภีร์มรณะ

เมื่อเธอนั้นได้ทำการอ่านเสร็จมัมมี่ก็ลืมตาขึ้นมาทันทีเลยและหลังจากนั้นก็ตามมาด้วยหายนะต่างๆอีกมากมายโดยในคัมภีร์มรณะเล่มนี้ชาวอายะห์กุรซีในสมัยโบราณได้เรียกคัมภีร์มนี้ว่าprt m hrw Spells for Coming Forth by Dayในคำนี้ในปีคริสตศักราช1840

โดยได้มีผู้ที่แปลภาษาอียิปต์ที่เก่าแก่ของโลกได้ให้ความหมายในคัมภีร์มรณะว่าคัมภีร์มรณะนี้เป็นการปราปรารถนาที่จะไปยังยมโลกมากกว่าที่จะเป็นการพยายามกลับมายังโลกมนุษย์อีกครั้งเหมือนในหนัง

นอกจากนี้ในคัมภีร์มรณะนั้นได้ทำขึ้นมาด้วยกระดาษปาปิรุสถือได้ว่าเป็นกระดาษชนิดแรกของโลกเราก็ว่าได้โดยกระดาษชนิดนี้ได้ผลิตขึ้นมาจากต้นกกชนิดหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่าต้นPapyrusโดยเขาก็จะนำเอาต้นPapyrusนำเอาไปทำให้มันออกมาให้มีแผ่นบางๆจากนั้นเขาก็จะนำเอาไปตากแดดเอาไว้จนมันแห้ง

เนื่องจากนี้เขาก็จะนำเอาแต่ละแผ่นเอามาแปะเชื่อมติดกันให้มันกลายมาเป็นแผ่นใหญ่โดยเขาจะใช้น้ำเลี้ยงของต้นPapyrusที่จะเป็นตัวประสานและภายในกระดาษของคัมภีร์มรณะนั้นจะถูกเขียนไปด้วยคำที่มีความยาวและจะมีการใช้อักษรสีแดงสำหรับหัวข้อเรื่องหรือจะใช้เป็นการเน้นคำที่สำคัญ

ดังนั้นก็จะใช้หมึกสีดำในการเขียนและบางครั้งก็จะมีการวาดภาพประกอบเอาไว้อีกด้วยสำหรับคัมภีร์มรณะได้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยจุดประสงค์เพื่อที่จะช่วยผู้วัยชนให้สามารถเดินทางไปยังหลักโลกของความตายได้อย่างปลอดภัยและคัมภีร์มรณะเองก็ยังเป็นต้นแบบคาถาที่นำเอามาจารึกที่พีระมิดและก็จารึกที่โลงศพอีกด้วย

ซึ่งมันก็จะประกอบไปด้วยเวทมนต์คาถาที่มากมายโดยนักอียิปต์วิทยาในปัจจุบันของเราได้ทำการศึกษาและก็ค้นคว้าและก็ยังค้นหาแล้วก็รวบรวมเอาคัมภีร์มรณะที่ได้กระจายอยู่ไปทั่วโลกนำเอามาศึกษาแล้วก็ค้นพบว่ามีคาถาที่ถูกบันทึกเอาไว้อยู่ในพระคัมภีร์มรณะอยู่ถึง189คาถา

โดยคาถาแต่ละบทนั้นกจะเปรียบเสมือนคู่มือให้กับคนที่ตายและกำลังจะเดินทางไปใช้ชีวิตหลังความตายให้สามารถเดินทางไปได้อย่างลาบลื้นนั้นเอง

 

สนับสนุนโดย.    Gclub ฟรี 100

ตำนานแฝดอินจัน

หากใครกำลังท้อแล้วเห็นว่าชีวิตของตัวเองไม่มีคุณค่าก็หันมาฟังทางนี้เรื่องนี้ได้เป็นหนึ่งในตัวอย่างของบุคคลที่ถึงแม้ว่าพิการจนถูกหาว่าเป็นตัวกาลกิณีเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนแล้วก็ประสบเคราะห์ต่างๆนาๆแต่พวกเขาก็ได้ต่อสู้จนมันได้ทำให้ชีวิตของพวกเขานั้นได้กลายเป็นที่อิจฉาของใครหลายๆคนถึงได้สร้างชื่อเสียงให้กับสยามได้เป็นที่รู้จักของฝรั่งชนแต่จะมีอะไรกันบ้างมาดูกันเลย

โดยแฝดสยามทั้งคู้อาจจะต้องถูกประหารแฝดอินจันได้เกิดขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่2 ในครอบครัวคนไทยเชื่อสายจีนที่จังหวัดสมุทรสงครามโดยได้มีคุณแม่เป็นคนไทยและพ่อได้เป็นชาวจีนที่ได้อพยพมาตั้งแต่ครั้งรัชการที่1

ซึ่งตอนที่เกิดมาทั้งหมู่บ้านก็ได้มองเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่ประหลาดมากกับการที่ได้เห็นทารกสองคนได้มีตัวติดกันทั้งหมู่บ้านมองว่ามันอาจจะเป็นเรื่องกาลกิณีแน่ๆเลยแล้วก็ตามกฎหมายในเวลานั้นทั้งคู่จะต้องถูกประหารชีวิตด้วย

เนื่องจากความเชื่อตรงนี้นี่แหละ

เมื่อเวลาผ่านไปมันก็ไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรที่จะเกิดขึ้นไปๆมาๆผู้คนต่างก็เริ่มที่จะชินกับการมีตัวตนของเด็กสองคนที่มีตัวติดกันวิ่งไปวิ่งมาอยู่ในหมู่บ้าน

สำหรับโทษแปลกๆที่ว่านั้นก็ได้รับการยกเลิกไปโดยปริยายถือได้ว่าเป็นความโชคดีคูณสองเพราะว่าอาการนี้ถ้าเกิดปกติมันได้เกิดกับใครเข้าเด็กสองคนนั้นก็จะตายไม่นานหลังจากที่ได้คลอดออกมา

แต่ทว่าอินและจันก็เติบโตขึ้นมาเหมือนกับเด็กคนอื่นๆเลยมีสุขภาพที่ดีเหมือนกับเด็กๆโดยทั่วไป

นอกจากนี้จุดเริ่มต้นของชีวิตที่ราวกับถูกหวยเมื่อทั้งคู่นั้นยังเป็นวัยรุ่นอินกับจันเขาก็จะช่วยครอบครัวจับปลาขายไข่เค็มแล้วก็น้ำมันมะพร้าวอยู่ในหมู่บ้านชาวประมงแห่งหนึ่งนี่แหละก็มีชีวิตแบบคนธรรมดาทั่วไปจนกระทั่งวันหนึ่งได้มีพ่อค้าชาวอังกฤษได้มาพบกับแฝดคู่นี้กันเข้าที่ทั้งสองกำลังว่ายน้ำเล่นกันอยู่ต่างกับคนอื่นที่ได้มองว่าอินจันเป็นตัวกาลกิณี

เนื่องจากนี้ชายชาวอังกฤษเขาได้เห็นแววของสองเด็กผู้นี้แล้วเขาก็ได้คิดว่าจะนำแฝดคู่นี้ไปแสดงโชว์ที่สหรัฐอเมริกาก็เลยเข้าไปทำความสนิทสนมกับทางด้านครอบครัวของแฝดทั้งสองอยู่นานปีมากๆจนกระทั่งแม่ของทั้งคู่นั้นได้วางใจแล้วก็ปล่อยให้ชาวอังกฤษนั้นได้เอาลูกของเขาไปโชว์ตัวได้

นอกจากนี้ได้มีพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่3ของไทยไม่อยากให้เด็กแฝดสองคนนี้ออกไปจากประเทศไทยไปแต่ด้วยความพยายามเป็นอย่างมากในที่สุดชาวอังกฤษก็สามารถพาแฝดอินจันไปท่องโลกตะวันตกได้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    ทางเข้า ufabet ภาษาไทย