Skip to main content

ตำนานประตูที่ไม่มีคนกล้าเปิดที่วัดปัทมานภัสวานีมณเฑียร หรือว่าวัดทองคำ ของประเทศอินเดีย 

          วัดปัทมานภัสวานีมณเฑียร  ว่ากันว่าที่ทางตอนใต้ของประเทศอินเดียนั้นมีวัดแห่งหนึ่งซึ่งเชื่อกันว่าเป็นวัดที่มีความร่ำรวยมากที่สุดในโลกโดยใช้ชื่อว่าวัดทองคำ  หรือชื่อเต็มก็คือวัดปัทมานภัสวานีมณเฑียร ตั้งอยู่ในรัฐเกรละ ว่ากันว่าลักษณะของโตวัดนั้นก็คล้ายๆกับวัดไทยหรือหากเทียบวัดในประเทศไทยก็เหมือนกับวัดแขกที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯนั้นเองแต่ความแตกต่างของวัดทองคำนั้นก็คือถูกสร้างขึ้นมาจากทองคำแท้ทั้งหมด 100% ทำให้เวลามองไปที่วัดดังกล่าวนั้นจะเห็นสิ่งก่อสร้างต่างๆภายในวัดนั้นเป็นสีทองเหลืองอร่ามทั้งหมด 

        สำหรับประวัติวัดทองคำแห่งนี้ว่าใครเป็นคนที่สร้างวัดดังกล่าวขึ้นมาหรือสร้างขึ้นมาในช่วงทศวรรษที่เท่าไหร่กษัตริย์องค์ไหนเป็นคนสร้างนั้นไม่สามารถที่จะทำการตรวจสอบได้และไม่มีหลักฐานยืนยันได้เลย แต่ก็มีการเชื่อกันว่าวัดทองคำแห่งนี้มีความเก่าแก่เป็นอย่างมากโดยมีการเชื่อกันว่าน่าจะถูกสร้างมาตั้งแต่เริ่มต้นของศาสนาฮินดูเลยก็ว่าได้ 

         สำหรับเรื่องราวอาถรรพ์ของวัดทองคำนั้นว่ากันว่า  ภายใต้ฐานวัดทองคำนั้นจะมีประตูอยู่ด้วยกันทั้งหมด 6 บานโดยประตูแต่ละบานนั้นจะมีการเก็บทรัพย์สมบัติมูลค่ามหาศาลเอาไว้มากมาย และด้วยความเชื่อว่าภายใต้หลังประตูทั้ง 6 วันนี้มีทรัพย์สมบัติเยอะมากจึงทำให้มีคนเชื่อเป็นจำนวนมากและผู้คนต่างก็พากันเดินทางมาที่วัดทองคำเพราะต้องการที่จะเปิดประตูบานดังกล่าวและนำทรัพย์สมบัติไปนั่นเอง 

          ว่ากันว่าเวลาต่อมานั้นประตู ทั้ง 6 บานมีบางบานที่ถูกเปิดออกมา และมีการเล่าลือกันว่าประตูบ้านที่ถูกเปิดออกมานั้นเมื่อเปิดดูก็จะเห็นทรัพย์สมบัติที่มีมากมายมหาศาลไม่ว่าจะเป็นพวกทองคำต่างๆรวมถึงวัตถุโบราณต่างๆก็อยู่ภายใต้หลังประตูบานนั้นด้วย ว่ากันว่าประตูทั้ง 6 บานนั้นถูกเปิดไปแล้ว 5 บานแต่มีเหลือ 1 บานที่นักโบราณคดีนั้นไม่สามารถที่จะหาวิธีเปิดประตูบ้านดังกล่าวได้

       ซึ่งประตูบานดังกล่าวนั้นถูกสร้างมาจากเหล็กกล้า และที่ตัวประตูนั้นมีความสูงเป็นอย่างมากที่สำคัญที่ประตูไม่มีที่จะสามารถจับหรือไม่มีรูที่จะไขกุญแจต่างๆได้เลย แต่มีการสร้างเอาไว้สวยงามมาก มีการประดับด้วยงูขนาดใหญ่ อยู่สองตัว ว่ากันว่าประตูบ้านดังกล่าวนั้นหากเปิดไม่ถูกวิธีก็จะทำให้เกิดอาเพศเกิดขึ้นส่วนการที่จะเปิดประตูบ้านดังกล่าวได้นั้นก็ต้องมีพิธีกรรมมากมายหลายอย่าง และไม่มีใครที่จะทำพิธีเปิดประตูนี้ได้เลย 

เคล็ดลับการวาดภาพให้ออกมาแลดูสวยงาม

         สำหรับการวาดภาพหากต้องการให้สวยงามนั้นศิลปินที่ชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องของการวาดภาพมักจะมีเคล็ดลับเป็นของตนเองพี่จะส่งผลทำให้ภาพของพวกเขานั้นออกมาแลดูสวยงามและเหมือนกับของจริงคนบางคนนั้นไม่สามารถแยกออกได้เลยว่านี่คือรูปภาพหรือนี่คือของจริงซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึง เคล็ดลับการวาดภาพ ว่าเราบรรดาศิลปินที่เป็นช่างภาพทั้งหลายนั้นเขามีเคล็ดลับอย่างไรบ้างในการวาดภาพ 

        เคล็ดลับการวาดภาพ สำหรับคนที่ชื่นชอบการวาดภาพนั้นโดยปกติแล้วจะไม่ได้สามารถวาดได้ตลอดเวลาแต่จะต้องหาแรงบันดาลใจถึงจะสามารถวาดภาพออกมาได้ให้มีความสวยงามและความเหมือนจริง

              ซึ่งแน่นอนว่าวิธีการหาแรงบันดาลใจนั้นศิลปินที่วาดภาพส่วนใหญ่มักจะออกไปผจญกับโลกกว้างไปดูทิวทัศน์ View ที่เป็นของจริงซึ่งมันสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับเหล่าศิลปินได้หลังจากนั้นเมื่อเกิดอารมณ์อยากวาดรูปขึ้นมาก็ให้เตรียมอุปกรณ์สำหรับวาดรูป

            ซึ่งปกติแล้วบรรดาศิลปินทั้งหลายหากต้องการที่จะไปหาแรงบันดาลใจในการวาดรูปแล้วพวกเขาจะต้องมีการพกอุปกรณ์ต่างๆเหล่านั้นไปด้วยไม่ว่าจะเป็นสมุดสเก็ตภาพหรือแม้แต่ดินสอยางลบซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักสำคัญในการวาดรูปนั้นเองอย่างไรก็ตามการวาดรูปนั้นควรจะอยู่ในอารมณ์ที่มีความสุขและอยู่ในอารมณ์ที่ต้องการที่จะวาดรูป

          เพราะถ้าหากคุณอยู่ในอารมณ์ที่มีแต่ความเครียดความเบื่อหน่ายรูปที่คุณวาดออกมานั้นจะไม่สวยงามอย่างแน่นอนนอกจากนี้อุปกรณ์ในการใช้สำหรับในการวาดรูปไม่ว่าจะเป็นกระดาษหรือแม้แต่ดินสอยางลบนั้นควรจะใช้ของที่มีคุณภาพเพื่อที่จะได้ทำให้ภาพของคนนั้นวาดออกมาแล้วดูสวยงามสามารถแรงเงาและมีการปรับแสงของรูปภาพได้นั่นเอง

             ในระหว่างที่มีการวาดรูปภาพนั้นคุณไม่ควรเครียดจนเกินไปถ้าหากรูปที่คุณวาดนั้นอาจจะออกมาไม่ตรงกับใจที่คุณต้องการก็ให้คุณนั้นทำการปล่อยวาง แล้วถ้าหากรูปที่คุณวาดนั้นเกิดความผิดพลาดว่าเราไม่สวยไม่เหมือนกับของจริงคุณก็เพียงแค่ทำการแก้ไขค่อยๆใส่ใจในการวาดรูป 

       เพราะการวาดรูปนั้นต้องใช้ระยะเวลาและความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมากเลยทีเดียวซึ่งถ้าใครเป็นมือใหม่ที่เพิ่งหัดวาดรูปและยังไม่ชำนาญคุณสามารถลงเรียนเกี่ยวกับเรื่องของการวาดรูปโดยเฉพาะได้เพราะคุณครูซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องของการวาดรูปนั้นจะมีเคล็ดลับและเทคนิคต่างๆคอยแนะนำให้คุณนั้นวาดรูปได้ดีขึ้นและพัฒนาได้เร็วขึ้นนั้นเอง 

    และที่สำคัญอีกอย่างของการวาดรูปก็คือ ควรหาสถานที่สำหรับวาดรูปที่เงียบสงบ บรรยากาศดีดี จะช่วยให้รูปที่วาดออกมานั้นดูดีมากทีเดียว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.  gclub สมัครสมาชิก

ตำนานดอกกุหลาบของประเทศไทย

     ดอกกุหลาบของประเทศไทย ตำนานกล่าวถึงเทวดาและนางฟ้าที่อยู่บนสรวงสวรรค์ซึ่งมีนางฟ้าองค์หนึ่งเธอมีความสวยงามเป็นที่เลื่องลือบนแดนสวรรค์เป็นอย่างมากเรียกได้ว่าสวยเป็นอันดับ 1 ของนางฟ้าทั้งหมดเลยก็ว่าได้ชื่อว่านางมัทนา  และบนสรวงสวรรค์นั้นเองก็มีเหล่าเทวดาและเทพบุตรหลายองค์ซึ่งต่างก็พากันตกหลุมรักนางมัทนาเนื่องจากความงามของเธอแต่มีเทพพระบุตรองค์หนึ่งที่ชื่อว่าสุเทษณะ

          เขาหลงใหลในความงดงามของเธอเป็นอย่างมากพยายามร้องขอความรักจากเธอแต่นางมัทนาก็ไม่สนใจจนในที่สุด สุเทษณะเกิดความไม่พอใจจึงอยากให้นางมัทนาได้ลองมาใช้ชีวิตของคนที่มีความรักดูบ้างว่าหากถูกปฏิเสธความรักจะมีความรู้สึกอย่างไร ซึ่งเขาต้องการให้นางมัทนารู้จักกับความรัก           

          โดยเขาได้มีการสาปให้นางมัทนานั้นลงไปเกิดที่โลกมนุษย์โดยให้เกิดเป็นดอกไม้ซึ่งมีลักษณะรูปร่างหน้าตาเหมือนดอกกุหลาบและนางมัทนาจะสามารถกลับขึ้นมาบนสวรรค์ได้ก็ต่อเมื่อนางมัทนามีความรักอย่างแท้จริง 

         ดอกกุหลาบของประเทศไทย  และเมื่อนางมัทนาลงมาเกิดยังโลกมนุษย์กลายเป็นดอกไม้ป่าซึ่งส่งกลิ่นหอมก็ทำให้มีฤาษีตนหนึ่งได้นำต้นของนางมัทนานั้นไปปลูกใกล้กับผสมของตนเองและฤาษีตอนนี้ก็สามารถมองเห็นได้ว่านางมัทนาแท้ที่จริงแล้วคือนางฟ้าที่ลงมายังโลกมนุษย์และในคืนพระจันทร์เต็มดวงนางมัทนาจะสามารถแปลงร่างเป็นคนได้ซึ่งเธอก็มักจะแปลงร่างเป็นมนุษย์มาคอยปรนนิบัติพระฤาษีในทุกๆวันพระจันทร์เต็มดวงนั้นเอง

       อยู่มาวันหนึ่งได้มีกษัตริย์องค์หนึ่งเดินทางมาล่าสัตว์ในป่าและได้มากราบไหว้พระฤาษี

โดยอาศัยนอนกับพระฤาษีอยู่คืนหนึ่งและในคืนดังกล่าวนั้นเองตรงกับวันพระจันทร์เต็มดวงทำให้กษัตริย์องค์ดังกล่าวนั้นได้เห็นนางมัทนาและเกิดตกหลุมรักจึงได้พานางมัทนานั้น ไปอยู่ในเมืองของตนเองแต่เนื่องจากว่ากษัตริย์องค์นี้มีภรรยาอยู่แล้วเมื่อได้พานางมัทนาไปอยู่ทำให้ภรรยาที่เป็นพระราชินีเกิดความไม่พอใจจึงได้ใส่ร้ายนางมัทนาว่ามีชู้กับองครักษ์และกษัตริย์องค์ดังกล่าวก็เกิดเชื่อจึงได้มีการสั่งประหารชีวิตนางมัทนาและองครักษ์

         แต่ทั้งคู่ได้หลบหนีซึ่งนางมัทนาได้กลับมาที่อาศรม ของฤาษีอีกครั้งหนึ่ง  หลังจากนั้น สุเทษณะ ก็ได้ลงมาเพื่อจะพานางมัทนาขึ้นไปยังสรวงสวรรค์และต้องการให้นางมัทนานั้นๆของตนเองแต่นางมัทนายืนยันว่าเธอนั้นไม่ได้รักสุเทษณะ ทำให้เขาโกรธเป็นอย่างมากเป็นสาเหตุให้เธอนั้นกลายเป็นดอกไม้อยู่ในโลกมนุษย์นับจากนั้นเป็นต้นมา

      และภายหลังกษัตริย์องค์ดังกล่าวนั้นได้รู้ความจริงว่านางมัทนาถูกใส่ร้ายแต่ก็สายเกินไปเสียแล้วเพราะนางมัทนาได้กลายเป็นดอกกุหลาบและไม่สามารถกลายร่างเป็นคนได้อีกต่อไป 

 

 

สนับสนุนโดย.  gclub ฝาก ขั้นต่ำ 20

ประวัติการก่อสร้างตึกสาทรทาวเวอร์   ตึกร้างที่ดังที่สุดในกรุงเทพฯ 

           หากพูดถึงตึกร้างที่ ถนนสาทรเชื่อว่าหลายคนย่อมรู้จักกันเป็นอย่างดีเนื่องจากตึกแห่งนี้เป็นตึกที่ใหญ่ที่สุดในเขตบริเวณพื้นที่สาทรเลยก็ว่าได้และมีการปล่อยให้รกร้างว่างเปล่ามาหลาย 10 ปีแล้ว การก่อสร้างตึกสาทรทาวเวอร์ ที่สำคัญตึกร้างแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังมากแม้แต่ชาวต่างชาติก็ยังรู้จักตึกร้างแห่งนี้กันเป็นอย่างดีแต่ในความรู้จักนั้นพวกเขารู้จักตึกร้างแห่งนี้มาจากเรื่องราว หวาดเสียว และน่ากลัวมาจากเหตุการณ์การก่อเหตุฆาตกรรมรวมถึงประวัติเรื่องราวอาถรรพ์ต่างๆ 

          อย่างไรก็ตามเรื่องราวอาถรรพ์ต่างๆนั้นอันที่จริงก็ไม่สามารถหาข้อพิสูจน์ได้ว่าที่จริงแล้วตึกร้างแห่งนี้เกิดขึ้นเพียงเพราะจากความอาถรรพ์ที่มีการเล่าลือกันหรือเปล่าเท่านั้นในปัจจุบันนี้ตึกร้างนี้ยังคงตั้งอยู่ในเขตพื้นที่สาทรและมีการก่อสร้างอยู่ตรงริมแม่น้ำเจ้าพระยายังไม่มีนายทุนคนไหนที่จะมาก่อสร้างตึกนี้ต่ออย่างไรก็ตามวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องราวประวัติการก่อสร้างตึกร้างดังกล่าวนี้ว่ามีความเป็นมาอย่างไรทำไมท้ายที่สุดแล้วฝึกแห่งนี้ที่มีความสวยงามอยู่ในเขตทำเลดีถึงยังคงกลายเป็นตึกร้างจนถึงปัจจุบัน

 

สำหรับเรื่องราวของการก่อตั้งพื้นที่ดังกล่าวนั้นเริ่มมีการก่อสร้างตึกแห่งนี้ตั้งแต่ปีพศ 2533

         ซึ่งในขณะนั้นเจ้าของที่มีการลงทุนก่อสร้างตึกแห่งนี้มีการคาดหวังว่าจะทำให้บริเวณตรงนี้เป็นพื้นที่ที่มีชื่อเสียงและเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทยและเป็นตึกที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามการก่อสร้างเริ่มดำเนินไปผ่านไปเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้นก็เกิดปัญหาเมื่อเจ้าของโครงการถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดำเนินคดีในข้อหาจ้างวานฆ่าทำให้โครงการต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากว่าหลังจากที่เจ้าของโครงการได้ถูกตั้งข้อหาก็ไม่มีธนาคารไหนที่จะปล่อยเงินกู้ให้กับเจ้าของโครงการนำมาสร้างตึกได้อีกเลย

 

หลังจากนั้นผ่านมาช่วงประมาณปี 2,500 37 ปัญหาเกี่ยวกับคดีความของเจ้าของโครงการ

         การก่อสร้างตึกสาทรทาวเวอร์ ก็เสร็จสิ้นแต่หลังจากนั้นก็ยังต้องประสบปัญหาว่าความน่าเชื่อถือของเจ้าของโครงการนั้นหมดสิ้นหลังจากที่มีคดีความเกิดขึ้นทำให้เขาไม่สามารถไปกู้เงินกับธนาคารต่างๆได้จนประสบปัญหาอย่างหนักจำเป็นต้องหยุดกันก่อสร้างอาคารหลังดังกล่าวไประยะเวลาหนึ่งซึ่งต่อมาก็สามารถที่จะติดต่อธนาคารเพื่อทำเรื่องขอกู้เงินมาทำการก่อสร้างตึกดังกล่าวได้อีกครั้งหนึ่ง

 

แต่ก็มาประสบปัญหาอีกรอบหนึ่งในช่วงประมาณปีพ.ศ 2540

         ซึ่งเป็นวิกฤตหนักของรัฐบาลในครั้งนั้นเป็นอย่างมากโดยวิกฤตในครั้งนั้นเกิดจากปัญหาสภาวะเศรษฐกิจรัฐบาลได้มีการประกาศค่าลอยตัวของเงินทำให้เศรษฐกิจของไทยในช่วงเวลานั้นเจ้าของธุรกิจและธนาคารประสบปัญหาขาดทุนในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นมีธนาคารและบริษัทไฟแนนซ์รวมกันมากกว่า 58 แห่งจำเป็นต้องปิดกิจการลงและยังมีโครงการต่างๆอีกกว่า 300 โครงการที่ต้องหยุดชะงักและปิดกิจการลงเรียกได้ว่าในวิกฤตในครั้งนั้นคนรวยกลายมาเป็นคนจนในชั่วพริบตาเดียว

          และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาตึกสาทรแห่งนี้ก็ไม่สามารถที่จะกลับมาก่อสร้างได้อีกเลยเนื่องจากว่าเจ้าของโครงการนั้นเกิดวิกฤตอย่างหนักและถึงแม้ว่าการก่อสร้างจะสำเร็จลุล่วงได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์แล้วแต่ก็ยังไม่สามารถนำเงินส่วนที่เหลือมาทำการก่อสร้างได้หลังจากนั้นก็มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการเกิดเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นรวมถึงการเล่าลือกันปากต่อปากจากคนในชุมชนเกี่ยวกับอาถรรพ์ของตึกดังกล่าวทำให้ท้ายที่สุดแล้วตึกดังกล่าวนั้นก็ไม่มีการสานต่อที่จะสร้างให้แล้วเสร็จเนื่องจากว่าเมื่อมีการประกาศ เกี่ยวกับเรื่องของการขายห้องภายในตึกดังกล่าวนั้นกับไม่มีใครกล้าพอที่จะมาเช่าซื้อตึกดังกล่าวเลยจึงทำให้ท้ายที่สุดแล้วเจ้าของโครงการก็ยุติการก่อสร้างตึกหลังดังกล่าวลงอย่างสิ้นเชิงจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการสานต่อในการก่อสร้างตึกดังกล่าวนั้นเอง

 

สนับสนุนโดย    ทางเข้า ufabet ภาษาไทย