Skip to main content

ตำนานของงราหูอมจันทร์

ตำนานของงราหูอมจันทร์ ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากตำนานความเชื่อของทางฮินดูว่าจันทรุปราคาหรือสุริยุปราคานั้นเกิดขึ้นมาจากราหูที่ได้อมพระอาทิตย์หรือพระจันทร์เข้าไปโดยเรื่องราวทั้งหมดได้เริ่มมาจากฤาษีตนหนึ่งที่มีนามว่า ฤาษีทุรวาส 

โดย ฤาษีทุรวาส ได้เกิดความคับแค้นใจกับพระอินเขาจึงได้ทำการสาปให้เหล่าเทวดาจะต้องพ่ายแพ้ให้กับเหล่ายักษ์ในทุกๆครั้งไปหากมีการสู่รบกันเกิดขึ้นหลังจากที่เหล่าเทวดานี้ได้หาหนทางที่จะเอาชนะยักษ์ไม่ได้จึงได้เกิดพิธีกรรมกวนเกษียณสมุทรขึ้นตามคำแนะนำของพระนรายณ์

ซึ่งจะได้นำเอาน้ำอัมฤทธิ์ขึ้นมาดื่มกินเพราะเมื่อดื่นน้ำอัมฤทธิ์แล้วก็จะทำให้มีกำลังแข็งแรงแล้วก็มีชีวิตเป็นอมตะนั่นเองและในการทำพิธีกวนเกษียณสมุทรในครั้งนี้เหล่าเทวดาจะไม่สามารถทำได้โดยลำพัง

นอกจากนี้จึงจะต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่างเทวดากับยักษ์

โดยที่เหล่าพวกเทวดาได้ออกอุบายว่าจะแบ่งน้ำอัมฤทธิ์ให้แก่เหล่ายักษ์ได้ดื่มกินอีกด้วยเมื่อเหล่าบรรดายักษ์ได้ยินกันแบบนั้นแล้วจึงได้พักรบกันในชั่วคราวและมาร่วมกันทำพิธีกวนเกษียณสมุทรนั่นเอง

ดังนั้นในเรื่องราวของกากสนเกษียณสมุทรนี้มันมีค่อนข้างที่ยาวและมีความละเอียดอยู่พอเริ่มกวนเกษียณสมุทรกันได้ที่แล้วจึงได้บังเกิดศักดิ์สิ่งสิทธิ์ก็ค่อยๆผุดขึ้นมาจากเกียณสมุทรจะผุดขึ้นมาทีละชิ้นๆจนกระทั่งได้มาถึงของวิเศษชิ้นสุดท้ายนั่นก็คือหม้อน้ำทิพย์อัมฤทธิ์นั่นเอง

เมื่อหม้อน้ำทิพย์อัมฤทธิ์ได้ผุดขึ้นมานั้นเหล่าเทวดาและก็ยักษ์ต่างก็ได้แย้งชิงน้ำอัมฤทธิ์กันอย่าวุ่นวายจากนั้นพระนารายณ์จึงได้แปลกายเป็นนางอัปสรเพ่อที่จะหลอกล่อให้เหล่าพวกยักษ์ต่างก็ได้พากันหลุ่มหลงและจะเปิดโอกาศให้เหล่าเทวดาได้ดื่มน้ำอัมฤทธิ์ก่อนนั่นเอง

เนื่องจากนี้ก็ได้มียักษ์ตนหนึ่งที่ไม่หลงกลนั่นก็คือ ราหู นั่นเองโดยราหู ไม่ได้หลงกลของพระนารายณ์จึงได้แปลกายตนเอง  ตำนานของงราหูอมจันทร์  ให้เป็นเทวดาและได้เข้าปะปนมาดื่นกินน้ำอัมฤทธิ์กับเหล่าเทวดาด้วยแต่ทว่าพระอาทิตย์กับพระจันทร์กับจำราหูได้พระอาทิตย์และพระจันทร์จึงได้ไปกราบทูลพระนารายณ์ให้ทราบ

ซึ่งพระนารายณ์ได้ทราบพอพระนารายณ์เห็นว่าราหูเข้ามาปะปนแอบกินน้ำอัมฤทธิ์กับเหล่าเทวดาพระนารายยณ์จึงได้ขว้างจักรไปตัดราหูขาดเป้นสองท่อนแต่ทว่าช้าไปนิดเดียวเพราะว่าราหูท่านได้ดื่มกินน้ำอัมฤทธิ์เข้าไปก่อนหน้านี้แล้ว

ดังนั้นราหูจึงไม่ตายเพราะว่าท่านได้กลายมาเป็นอมตะไปแล้วแต่ด้วยความที่ว่าราหูนั้นได้ถูกตัดออกไปเป็นสองท่อนราหูจึงรู้สึกโกรธแค้นพระจันทร์แล้วก็พระอาทิตย์มากที่ทำให้ตนนั้นได้ถูกพระนารายณ์ลงโทษนับตั้งแต่นั้นมาราหูจึงได้ไล่จับพระจันทร์แล้วก็พระอาทิตย์มากลืนกินด้วยความแค้นจนกลายมาเป็นตำนานของงราหูอมจันทร์

 

สนับสนุนโดย.  ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

ประวัติ  Tower of London

       ประวัติ  Tower of London    ที่นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากในประเทศอังกฤษสถานที่แห่งนี้นั้นเป็นสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่มาอย่างยาวนานอายุหลายร้อยปี  โดยตัวปราสาทนั้นมีลักษณะคล้ายกับตัวหอคอยซึ่งตอนที่มีการสร้างขึ้นมานั้นจุดประสงค์ของการสร้างปราสาทแห่งนี้ก็เพื่อสร้างเป็นหอคอยเพื่อให้กษัตริย์วิลเลี่ยมได้อยู่อาศัย

  เนื่องจากว่าในช่วงที่มีการสร้างปราสาทแห่งนี้นั้นเป็นช่วงที่กษัตริย์วิลเลี่ยมนั้นได้มีการสถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษขึ้นเพราะว่าได้มีการ สู้รบกับข้าศึกจนถูกขนานนามว่าวิลเลี่ยมผู้พิชิต  ซึ่งในยุคดังกล่าวนั้นเป็นยุคแห่งนอร์มังดีเกิดขึ้นในช่วงปีค.ศ 1066 

         แต่เดิมที่นี่ไม่ใช่เป็นพระราชวังหรือประสาทแต่เป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ที่เอาไว้ป้องกันข้าศึกไม่ให้เข้ามาโจมตีได้แต่เนื่องจากว่ากษัตริย์วิลเลียมเห็นว่าสามารถที่จะดัดแปลงให้เป็นประสาทที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ได้ดังนั้นพระองค์จึงได้มีการเลือกสถานที่แห่งนี้ในการดัดแปลงและสร้างเป็นกระแสเอาไว้ให้ตนเอง

อยู่อาศัยเนื่องจากว่าสถานที่บริเวณโดยรอบนั้นมีความสวยงามเพราะอยู่ใกล้กับแม่น้ำทำที่สำคัญอย่างยิ่งในการที่จะป้องกันไม่ให้ศัตรูเข้ามาภายในประสาทได้และยังมีจุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่สามารถจะทำให้สังเกตได้ว่าศัตรูจะมาจากช่องทางไหน

        เจ้าชายวิลเลี่ยมได้ส่งให้ก่อสร้างปราสาทแห่งนี้เป็นอาคารขนาดใหญ่โดยใช้หินในการก่อสร้างทั้งหมดนอกจากนี้ยังได้มีการสั่งให้มีการขุดคลองให้ล้อมตัวรอบปราสาทเพื่อไม่ให้ข้าศึกหรือศัตรูบุกเข้าไปภายในตัวประสาทได้ง่าย  ซึ่งถือว่าเป็นป้อมปราการทางธรรมชาติและเป็นอุปสรรคที่เวลาศัตรูบุกเข้ามาจะเข้ามาในตัวประสาทได้ยากมากขึ้น

          หลังจากที่มีการก่อสร้าง Tower of London เสร็จเรียบร้อยแล้วทำให้ที่นี่นั้นแลดูสวยงามขึ้นเนื่องจากตอนที่ก่อสร้างนั้นใช้หินสีขาวทั้งหมดในการต่อเติมป้อมปราการแห่งนี้ เมื่อสร้างเสร็จจึ่งได้ปราสาทสีขาวทั้งหลาย โดยหลายคนเรียกทีนี่ว่า White Tower ซึ่งมีทั้งความสวยงามและความปลอดภัยสูง

        อย่างไรก็ตามหลังจากที่หมดยุคของกษัตริย์วิลเลี่ยมแล้วการปกครองของราชวงศ์ในประเทศอังกฤษเริ่มมีปัญหาประชาชนกับราชวงศ์เริ่มมีเรื่องขัดแย้งกันทำให้สถานที่แห่งนี้เปลี่ยนเป็นสถานที่ที่อยู่อาศัยของกษัตริย์อังกฤษกลายมาเป็นสถานที่คุมนักโทษแทนซึ่งนักโทษที่จะถูกขังอยู่ในสถานที่แห่งนี้นั้นจะต้องเป็นนักโทษที่อยู่ในชนชั้นสูงและเป็นนักโทษที่รอการประหารเช่นพระมเหสีของพระเจ้าวิลเลียมที่ 8 หรือแม้แต่เจ้าชายริชาร์ดในยุคเดี๋ยวรวมถึงเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดที่ 5 ของอังกฤษเป็นต้น 

   ภายหลังต่อมาที่นี่จึงถูกดัดแปลงให้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวนั่นเอง 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet ฝากเงิน ออโต้

ประวัติความเป็นมาของ  House of Parliament อาคารรัฐสภาแห่งอังกฤษ

        ผู้คนส่วนใหญ่ที่เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศอังกฤษและได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวที่ House of Parliament ต่างก็รู้กันดีว่าที่นี่นั่นคือสถานที่ที่เอาไว้เป็นที่ทำงานของเหล่าบรรดาเจ้าหน้าที่ของรัฐสภาซึ่งมีตั้งแต่นายกรัฐมนตรีไปจนถึงข้าราชการระดับอื่นๆอย่างเช่นสว.  เพียงแต่ว่าสถานที่แห่งนี้นั้นเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยว ได้เข้าไปชมความสวยงาม  House of Parliament อาคารรัฐสภาแห่งอังกฤษ ภายในได้ในช่วงที่เหล่าบรรดานายกรัฐมนตรีไม่ได้ทำงานได้ก็คือในช่วงวันหยุดวันเสาร์นั่นเอง

         แต่คงไม่มีใครรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วก่อนที่นี่จะกลายมาเป็นอาคารรัฐสภาของอังกฤษนั้นที่นี่เคยเป็นพระราชวังมาก่อน ดังนั้นสถานที่ทำงานของนายกรัฐมนตรีจึงมีความสวยงามราวกับทำงานอยู่ในปราสาทราชวังนั่นเองอาจกล่าวได้ว่าอาคารรัฐสภาแห่งนี้มีความงดงามมากกว่าพระราชวังบางแห่งด้วยซ้ำไป  House of Parliament อาคารรัฐสภาแห่งอังกฤษ  ซึ่งแต่เดิมว่ากันว่าที่นี่นั้นคือพระราชวัง  Westminster และเคยมีพวกเชื้อพระวงศ์เคยอาศัยอยู่ที่พระราชวังแห่งนี้มาก่อนซึ่งเป็นช่วงประมาณศตวรรษที่ 11

          อย่างไรก็ตามพระราชวังแห่งนี้ถูกส่งต่อให้กลายมาเป็นสถานที่ทำงานของคณะรัฐมนตรีสาเหตุ หลักและเป็นสาเหตุที่สำคัญมากที่สุดก็คือในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1512 พระราชวังแห่งนี้เคยเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้พระราชวังขึ้นซึ่งได้รับความเสียหายหนักมากและต้องใช้ระยะเวลาในการบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่เพื่อให้กลับมาสวยงามดังเดิมทำให้เชื้อพระวงศ์ที่เคยอาศัยอยู่ในพระราชวังแห่งนี้ตัดสินใจที่จะย้ายไปอยู่ที่พระราชวังอื่นแทนแล้วปล่อยให้พระราชวังแห่งนี้กลายเป็นอาคารสำหรับให้เหล่าบรรดานายกรัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูงมาใช้ในการประชุมปรึกษาหารือกัน 

            ดังนั้นนี่คือสาเหตุที่สำคัญอย่างยิ่งที่พระราชวังแห่งนี้ถูกเปลี่ยนมาเป็นสถานที่ทำงานของรัฐสภาและเหล่านายกรัฐมนตรีนั้นเองอย่างไรก็ตามในช่วงประมาณปีค.ศ 1834   ก็เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ขึ้นอีกครั้งหนึ่งและครั้งที่ 2 นี้ก็สร้างความเสียหายไม่แพ้ครั้งแรกเช่นเดียวกันซึ่งก็ต้องใช้ระยะเวลาในการบูรณะซ่อมแซมใหม่อีกครั้งหนึ่งเหมือนกันดังนั้นจากเดิมที่เคยเรียกสถานที่แห่งนี้ว่าเป็นพระราชวัง  Westminster จึงได้มีการตั้งชื่อขึ้นมาใหม่โดยเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า  House of Parliament  แทน  

           อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่าเกิดเหตุไฟไหม้ถึง 2 ครั้งทำให้พระราชวังนั้นได้รับความเสียหายทราบที่ยังคงหลงเหลือและไม่ถูกไฟไหม้นั้นจึงมีเพียงแค่ Westminster Hall เพียงเท่านั้น ทำให้ที่นี่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกันส่วนแรกก็คือส่วนที่เคยเป็นพระราชวังเดิมมาก่อนกับส่วนใหม่ที่มีการบูรณะก่อสร้างขึ้นมาใหม่หลังจากที่เกิดไฟไหม้นั่นเอง

   ปัจจุบันอาคารรัฐสภาแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ให้ข้าราชการทำงานเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเที่ยวชมความสวยงามของตัวอาคารนี้ด้วย ซึ่งหากนักท่องเที่ยวคนไหนเดินทางไปเที่ยวที่อาคารรัฐสภาสามารถแวะชมความสวยงามของหอนาฬิกาบิ๊กเบนได้เพราะอยู่ใกล้กันมากทีเดียว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  sa gaming ขั้นต่ำ 5 บาท