Skip to main content

ตำนานของเมืองเชียงขวาง

ตำนานของเมืองเชียงขวาง ปลาร้าเป็นอาหารที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของหลายกลุ่มชาติพันธุ์ในอุษาขเณรวมถึงไทพวนที่เรียก ปลาร้า ว่า ปลาแดะ ไทพวนที่นี่ยังดัดแปรงปลาแดะให้มีรสชาติที่ต่างออกไปเรียกว่าปลาดู่เพิ่มส่วนผสมของกระเทียมพริกไทข้าวคั่วลงไปทำให้ปลาดู่มีรสชาติที่กลมกล่อมออกรสเปรี้ยวไม่เค็มจัดเหมือนปลาร้าหรือปลาแดะ

ซึ่งเหตุผลที่คนไทพวนเรียกกรรมวิธีการถนอมอาหารแบบนี้ว่าปลาดู่เนื่องจากต้องมั่นคอยดูปลาที่หมัดเอาไว้ไม่ให้มีรสที่เปรี้ยวจัดจนเกินไปนั่นเอง หมอลำพวนเป็นศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้านที่ยังตกทอดมาจากบรรพบุรุษของไทพวนกาลเล่นทำนองร้องต่อกันคนละวักหรือคนละหนใช้แคลนเป็นเครื่องดนตรีเพียงชิ้นเดียวเนื้อหาก็จะมีตั้งแต่ให้ศีลให้พร

แม้วันนี้วิถีชีวิตของชาวพวนจะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและกาลเวลาแต่พวกเขาก็ยังคงจะรักษาวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษโดยหวังที่จะให้ลูกหลานสืบสารและสร้างสำนึกความเป็นไทพวนให้ยังคงดำรงอยู่ต่อไปเพื่อให้รู้จัดถิ่นของไทพวนให้ดียิ่งขึ้น

โดยวันนี้เราจะพาเข้าไปสู่แขวงเชียงขวางที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ สปป ลาว  ดินแดนที่เต็มไปด้วยเทือกเขาที่สลับซับซ้อนความสูงมากกว่า1,000เมตรจากระดับน้ำทะเล แม้ที่นี่จะเป็นที่อยู่ของไทพวนในอดีตแต่เราก็สามารถพบเห็นกลุ่มชาติพันธุ์อื่นที่อาศัยอยู่ปะปนไปตลอดเส้นทางระหว่างที่เรากำลังมุ่งสู่แขวงเชียงขวาง

เชียงขวาง ดินแดนแห่งไทพวนที่นี่มีชื่อเสียงอันเป็นที่รู้จักจากทุ่งไหหินพื้นที่ลาบที่เต็มไปด้วยไหหินเป็นจำนวนมาก

โดยไหหินเหล่านี้เกี่ยวโยงกับตำนานบรรพบุรุษของชาวพวนที่ชื่อว่าเจ็ดเจืองพวกชาวพวนเชื่อกันว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับขุนเจืองวีรบุรุษทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆในลุ่มแม่น้ำโขง

นอกจากนี้ตำนานได้เล่าเอาไว้ว่าเมื่อขุนเจืองทำสงครามขับไล่ศัตรูที่เข้ามารุกรานได้สำเร็จจึงได้สั่งให้ทำไหใส่เหล้าเพื่อเลี้ยงไพรพลจำนวนมากเมื่อเวลาผ่านไปไหเล่าทั้งหมดได้กลายเป็นหินทุกวันนี้คนพวนและคนกลุ่มอื่นในลาวต่างเรียกไหหินเหล่านี้ว่าไหเหล้าเจือง

ขณะที่หลักฐานทางโบราณคดีชี้ชัดว่าไหหินเหล่านี้ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เก็บกระดูกคนตายซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอารยธรรมโบราณที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมการฝังศพรั้งที่2เมื่อประมาณ500ปีหรือมากกว่านั้นร่องรอยทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ชี้ให้เห็นความเจริญก้าวหน้าของคนในยุคโบราณที่รู้จักการประดิษฐ์เครื่องมือจากโลหะสำหรับใช้ขุดเจาะตัดหินธรรมชาติเพื่อสร้างให้เป็นไหหินขนาดใหญ่ขนาดนี้ขึ้นมาได้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.  Ufabet เข้าสู่ระบบ

ตำนานผีปอบ

ตำนานผีปอบ ซึ่งทั้งหมดที่ถูกผีปอบเข้าสิงนี้จะมีความอยากกินอาหารสดอยู่ตลอดเวลานั่นเองหลังจาที่เราได้หาข้อมูลเพิ่มเติมไปเราก็อยากจะรู้ว่าแล้วผีปอบมันมีอยู่กี่ชนิดด้วยกันถ้าเอาตามข้อมูลเอาได้บอกเอาไว้ว่าผีปอบมันจะมีอยู่4ชนิดด้วยกันนั่นก็คือ ปอบธรรมดา ปอบเชื้อ ปอบแลกหน้า และ ปอบกะกึก

โดยให้จำแนกแบบให้เข้าใจง่ายๆเราขอเรียงไปทีละอันเลยแล้วกันอย่างปอบธรรมดานั่นก็คือปอบที่เข้าไปสิงคนธรรมดาและทำให้คนๆนั้นมีอาการอยากกินขอสดอยู่ตลอดเวลาจนกลายเป็นผีปอบทั่วไปนั่นเอง ส่วนผีปอบเชื้อคือผีปอบที่อาศัยอยู่ในร่างพ่อของแม่หรือคนที่เป็นพ่อเป็นแม่เป็นผีปอบแล้วมีลูกออกมาคนที่เป็นลูกเขาจะเรียกว่าเป็นปอบเชื้อนั่นเอง

ส่วนสิ่งที่สามปอบแลกหน้าตามความเชื่อคือปอบที่อาศัยอยู่ในร่างกายมนุษย์คนนั้นเขาจะชอบโยกความผิดให้กับคนอื่นเขาจะชอบบอกว่าคนนู้นคนนี้เป็นปอบแล้วตัวเองเป็นบุคคลที่บริสุทธิ์ธรรมดาจะโน้มน้าวให้นเชื่อให้ได้ว่าคนเองไม่เป็นปอบนั่นเอง

นอกจากนี้ผีปอบกะกึกมันก็คล้ายๆกับปอบแลกหน้าแต่ปอบกะกึกจะต่างจากปอบแลกหน้าตรงที่ว่าปอบแลกหน้าจะพูดให้ร้ายคนอื่นแต่ปอบกะกึกจะเงียบไม่พูดไม่จากับใครจนกว่าจะถูกต้านไปจนมุมแล้วตัวเองก็จะออกมาเปิดเผยว่าเป็นปอบที่เข้ามาสิงในร่างกายนี้นั่นเอง

ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลที่มาสิ่งต่างๆเกี่ยวกับตำนานผีปอบที่เราได้ไปหาข้อมูลมาทั้งหมดนั่นเองและตรงนี้เราเชื่อเลยว่าหลายๆคนก็คงจะบอกว่าอันนี้มันเป็นความเชื่อมันเป้นเรื่องของสิ่งที่ไม่ได้มีอยู่จริงและไม่สามารถพิสูจน์ได้และเราจะยืนยันได้ยังไงว่าผีปอบนั่นมีอยู่จริง

ถ้าเอาตามข้อมูลที่เราได้หามาได้เราไม่สามารถที่จะยืนยันได้100%แต่จากที่เราได้อ่านมาผมรู้สึกว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องจริง โดยข้อมูลที่ผมได้หามาได้ตรงนี้นั่นก็คือเรื่องของคนถูกผีปอบเข้าสิงในข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเล่าและบันทึกทางคนที่เขาบันทึกไว้เขาอ้างว่าเป็นคนพบเจอกับตัวเอง

เนื่องจากว่าคนที่ถูกผีปอบเข้าเข้าสิงนั่นก็คือภรรยาของเขาเองเลยและในข้อมูลนี้ได้บอกไว้ว่าในจังหวัดหนึ่งของทางภาคอิสานได้มีสามีภรรยาคู่หนึ่งอยู่กับปกติทั้งคู่มีอาชีพการทำงานนั่นก็คือออกล่าสัตว์เช่าหนูกบเอามาแลกซื้อเป็นข้าวของใช้ในบ้านทั้งคู่ก็ดูปกติไม่ได้มีอะไรเลยอยู่ก้ล้มป่วยอย่างไม่มีสาเหตุ

 

สนับสนุนโดย.  สมัคร sbobet โดยตรง

ตำนาน นารี ผล 

ตำนาน นารี ผล  ซึ่งหลายคนต่างได้เชื่อกันว่ามีอยู่จริงมันเป็นพืชที่มีความวิเศษชนิดหนึ่งที่เกิดอยู่ในป่าหิมพานต์ นารีผล จะมีขั่วอยู่ด้านบนศีรษะมีลักษณะคล้ายเส้นผมส่วนผลมีรูปร่างเป็นหญิงสาวผิวพรรณขาวสะอาดงดงามเหมือนเทพธิดาเป็นที่ปราถนาของเหล่าวิทยาธรคนธันและเทวดาชั้นกลาง

นอกจากนี้ นารีผล ที่กำลังอ่อนจะมีลักษณะเหมือนคนที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่แต่เมื่อเริ่มโตขึ้นจะเหยียดขาออกและเมื่อนารีผลได้เติบโตเต็มที่จะเหยียดตัวเหมือนคนที่ยืนตรงนารีผลหากสุกเต็มที่แล้วจะกลายเป็นสาวงามแรกรุ่นและจะร่วงลงมาจากต้นแต่ที่ศีรษะจะยังมีขั่วติดอยู่นิ้วมือทั้ง5นิ้วเรียวยาวเท่าๆกันลูกตากลมและโตไม่มีโรคงสร้างของกระดูกอยู่ภายในและยังสามารถส่งเสียงพูดได้เหมือนอย่างกับเป็นมนุษย์จริงๆ

เนื่องจากนี้ยังว่ากันว่าต้นนารีผลที่อยู่ในป่าหิมพานต์ได้มีเอาไว้เพื่อทดสอบฤาษีวิทยาธรและเหล่าคนที่มีอิทธิฤทธิ์ต่างๆหากใครที่ได้เข้ามาบำเพ็ญอยู่ที่ป่าหิมพานต์แห่งนี้แล้วและได้พบเข้ากับนารีผลฤาษีหรือว่าผู้ที่บำเพ็ญที่ยังมีจิตใจที่ยังไม่มั่นคงก็จะเกิดกิเลสตัณหาอิทธิฤทธิ์ต่างๆก็จะเสื่อมหายไป

บรรดาฤาษีหรือว่าคนธัญที่ยังมีตัณหาอยู่เขาก็จะมารวมตัวกันที่ต้นนารีผลเพื่อที่จะมารอให้ผลสุกเมื่อนารีผลสุกได้ที่แล้วได้ร่วงลงมาจากต้นก็จะเข้ามาแยกกันเก็บเอานารีผลมาเป็นภรรยาต้องแยกและทำร้ายกันถึงตายก็ยังมีดังนั้นเมื่อนารีผลมาแล้วก็จะนำเอาไปเก็บเอาไว้ในที่ของตนระวังเป็นอย่างดีไม่ให้ใครเข้ามาแย่งได้

เพราะฉะนั้นแล้วนารีผลเขาจะมีผลอยู่ได้แค่เพียงแค่7วันก็จะเน่าเปื่อยไปตำนานต้นกำหนดของต้นนารีผลนั้นมีอยู่ว่าเมื่อครั้งพระเวสสันดรกับพระนางมัดซีพร้อมกับกัญหาและชารีได้ถูกไล่ให้ออกจากพระนครจึงได้เดินทางไปสู่ป่าหิมพานต์และได้บำเพ็ญเพียนปฏิบัติธรรมอยู่ที่นั่น

ซึ่งที่ป่าหิมพานต์ได้มีสัตว์ป่ามากมายและมันอันตรายรอบด้านแต่สัตว์ทั้งหลายเมื่อได้รับเมตตาจิตจากพระเวสสันดรก็ดูร้ายลงนอกจากสัตว์ป่าทั้งหลายแล้วก้ยังได้มีดาบทฤาษีคนธัญทั้งหลายอาศัยอยู่พระนางมัดซีผู้ที่ได้มีรูปร่างที่สวยงามบางครั้งต้องออกหาอาหารหาผลไม้ตามลำพังเพียงคนเดียว

หากพวกคนธัญวิทยาธรตลอดจนฤาษีมาพบเข้าอาจจะตบะแตกแล้วผิดศีลได้ “ ท้าวสักกะเทวราช “  หรือ พระอินทร์ ผู้เป็นใหญ่แห่งสวรรค์ได้มองเห็นเหตุร้ายนี้แล้วจึงได้หาทางป้องกันพระองค์จึงเนรมิตรต้นไม้วิเศษไว้รอบทิศก่อนถึงเป็นแดนที่พำนักของพระเวสสันดรและพระนางมัดซี

 

สนับสนุนโดย.  ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

ตำนานท้าวก่ำกาดำ

ตำนานท้าวก่ำกาดำ ซึ่งในอดีตกาลนานมาแล้วมีสามีภรรยาคู่หนึ่งอาศัยอยู่ด้วยกันด้วยความรักทั้งสองนั้นได้มีฐานะยากจนมากต้องคอยอาศัยหารับจ้างไปวันๆเท่านั้นในวันหนึ่งภรรยาได้เกิดต้องครรภ์ขึ้นมามาครบกำหนด9เดือนนางได้คลอดลูกออกมาเป็นชายแต่แทนที่ลูกคนนี้จะเป็นดั่งสร้อยคล้องใจของทั้งสองกลับกลายเป็นว่าทำให้ทั้งสองได้รังเกียจลูกชายคนนี้เป็นอย่างยิ่ง

เมื่อได้เป็นแบบนี้แล้วก็เป็นว่าเด็กคนนี้ได้เกิดมาตัวดำอัปลักษณ์เหลือเกินนางได้เรียกลูกชายว่าก่ำเพราะว่ามีผิวพรรณสีดำไม่สวยงามเหมือนทารกแรกเกิดเหมือนคนอื่นๆทั้งนางและสามีได้เกียจลูกชายคนนี้มากจึงได้ตัดสิ้นใจทิ้งลูกคนนี้เสียทั้งสองกำลังคิดว่าจะทำยังไงกับลูกชายที่ตัวดำคนนี้ว่าจะทำยังไงดี

โดยภรรยาได้ตัดสิ้นใจว่าจะเอาไปลอยน้ำให้มันลอยไปแล้วแต่กรรมของมันหากมันมีบุญก็รอดทั้งคู่สามีภรรยาก็เลยตัดสิ้นใจนำลูกชายไปลอยน้ำแต่ด้วยบุญที่ได้มีติดตัวมาพระอินทร์ได้ส่องมาเห็นได้เห็นว่าเด็กคนนี้มีบุญต่อไปภายน่าจะได้เป็นใหญ่จึงได้เนรมิตรให้แพนั้นลอลยมาติดริมน้ำ

นอกจากนี้ก็ได้เนรมิตรนางกาให้มาเลี้ยงดูเด็กน้อยคนนี้หลังจากนั้นมียายท่านหนึ่งที่เป็นคนสวนของกษิตริย์ได้มาพบเด็กเข้าและเห็นว่าเด็กคนนี้ได้มีผิวสีดำอีกทั้งยังมีแม่กามาเลี้ยงดูหาอาหารมาให้นางจึงได้ “เรียกเขาว่าท้าวก่ำกาดำ” และได้นำเอามาเลี้ยงดูด้วยความสังสาร “ท้าวก่ำกาดำ”ได้อาศัยอยู่กับยายตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่เขาเป็นเด็กขยับช่วยยายทำงานจัดแต่งดอกไม้สวยงาน

เนื่องจากนี้นอกจากจะมีฝีไม้ลายมือแล้วในการดุแลไม้ดอกในสวนแล้ว “ท้าวก่ำกาดำ”ยังสามารถเป่าแคนได้อย่างไพเราะหากใครได้ฟังเสียแคนของท้าวก่ำกาดำอันเป็นต้องชื่นชมวันนึ่งธิดาทั้ง7ของกษัตริย์เสด็จมาเที่ยวชมสวนพระธิดาทุกพระองค์ต่างก็ได้หลงไหลในดอกไม้นาๆพันธุ์ที่ท้าวก่ำได้นำเอามาปลูกและดูแลอย่างดี

โดยพระนาธิดาคนสุดท้องได้เป็นคนถามชื่อว่านางรุณและได้เอามือลูบดอกไม้ที่ได้ส่งกลิ่นหอมพาให้ชื่นใจเป็นอย่างยิ่งธิดาองค์หนึ่งได้บอกว่าเป็นคนแก่มีอายุเยอะแล้วแต่พระธิดาก็แปลกใจแก่แล้วแต่ทำไมยังพอมีเรียวแรงมากมาจัดแต่งดอกไม้ได้สวยขนาดนี้แบบนี้คงจะให้ท่านพ่อประทานรางวัลให้แก่ยายเสียแล้วที่ปลูกดอกไม้สวยงามขนาดนี้ออกดอกทุกเวลา

 

สนับสนุนโดย.    gclub เว็บตรง