Skip to main content

รัสเซียส่งพลซุ่มยิงประชิดชายแดน700นาย

สำหรับวันนี้มีข่าวปูตินได้ดำเนินการสั่งให้หน่วยทหาร  รัสเซียส่งพลซุ่มยิงประชิด  โดยเฉพาะพลซุ่มยิงตอนนี้ประมาณ700นายได้ดำเนินการถูกสั่งไปใกล้กับชายแดนของยูเครน ในขณะที่ปูตินนั้นได้มีการออกเตือนนาโต้บอกว่าให้พวกุณทั้งหลายนั้นจงหลีกหนีแล้วอย่ามาเผชิญหน้ากับรัสเซีย

เพราะไม่เช่นนั้นแล้วฝันร้ายมันจะเกิดขึ้นและจะรวมไปถึงนี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่าสงครามโลกครั้งที่3รัสเซียจึงได้มีการปรับใช้กำลังพลส่วนหนึ่งก็เป็นกำลังทหารจากพลซุ่มยิงมากกว่า700นายก็เข้าไปประจำการใน4ภูมิภาคมันก็ใกล้กับยูเครนและนี่อาจจะเป็นเกมสงครามหน้าใหม่

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนั้นมันได้เกิดขึ้นมาท่ามกลางความตึงเครียดที่มันทวีความรุนแรงขึ้นมาระหว่างชาติตะวันตกกับทางด้านรัสเซียต่อความเกรงกลัวที่บอกว่ารัสเซียนั้นกำลังเตรียมที่จะใช้กำลังทหารแล้วก็ดำเนินการบุกเพื่อนบ้านอย่างยูเครนในขณะว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของยูเครนได้มีการชี้ให้เห็นว่า

หน่วยข่าวกรอง ณ เวลานี้มีการบอกว่ามันมีความเป็นไปได้สูงที่ทางฝั่งของรัสเซียจะดำเนินการบุกยูเครนในช่วงปลายเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ แต่ว่าในขณะที่มอสโกนั้นที่ได้สวนกลับไปเช่นเดียวกันโดยเป็นการอ้างถึงคำพูดของประธานาธิบดียูเครนที่มีการบอกว่า

เขาจะดำเนินการเอาแหลมไครเมียที่ทางฝั่งของรัสเซียมีการผนวกเป็นดินแดนกลับมาเป็นของยูเครนอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าคำพูดดังกล่าวรัสเซียมองว่านี่คือภัยคุกคามโดยตรงต่อรัสเซียทำให้เวลานี้3/4ภูมิภาคในฝั่งของรัสเซียแล้วก็มีพรมแดนติดกับยูเครนรัสเซียได้ดำเนินการฝึกซ้อมพลซุ่มยิงกันใหญ่

โดยมีพลซุ่มยิงประมาณ700นายกำลังศึกษาอำพรางตำแหน่งของการยิงและการตอบโต้ในฝั่งของศัตรูโฆษกของกองทัพรัสเซียได้มีการพูดถึงว่าหน่วยทหารจากหน่วยพลซุ่มยิงก็มาจากกองกำลังในเขตภาคตะวันตกของรัสเซียได้ดำเนินการฝึกซ้อมขนานใหญ่

ดังนั้นถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ดำเนินการในค่ายฝึกซึ่งพลซุ่มยิงดังกล่าวนั้นได้มีการมาฝึกซ้อมทั้งในระยะการยิงระยะไกลและการต่อสู้แบบประชิดตัวอย่างสำนักข่าวแห่งหนึ่งได้รายงานว่าการซ้อมดังกล่าวนั้นมันเกิดขึ้นในขณะที่นาโต้ก็แสดงความกังวลว่า

กองทัพรัสเซียการขยับกองกำลังนั้นเข้าใกล้ชายแดนมากยิ่งขึ้นถึงแม้ว่าอีกฝั่งได้มีการออกมาปฏิเสธเกี่ยวกับข้อกังวลในฝั่งของนาโต้ว่านาโต้นั้นคิดไปเองหรือเปล่าและก็รวมถึงว่าในเวลานี้ยูเครนนั้นก็ได้มีการส่งกองกำลังไปยังแนวหน้าที่โดเนสที่ถูกมองว่ามันมีกองกำลังแบ่งแยกดินแดนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย

ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของรัสเซียได้มีการออกมาเตือนว่าหากสถานการณ์มันบานปายมันก็จะกลายเป็นฝันร้ายในการที่จะต้องมาเผชิญหน้าทางทหาร

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  เซ็กซี่ บาคาร่า ขั้นต่ำ10บาท

อาระกันหวังผูกมิตรเปิดศึกชาติพันธุ์

กองทัพอาระกันที่เป็นกลุ่มชาติพันธ์ที่มีศักยภาพต่อกรกับพม่า อาระกันหวังผูกมิตรเปิดศึกชาติพันธุ์ และรัฐบาลมาอย่างดุเดือดทั้งที่เพิ่งก่อตั้งกลุ่มได้แค่เพียง12 ปีกระทั่งถึงรัฐบาลนางอองซานซูจี ได้ประกาศให้ทางกองทัพอาระกัน เป็นกลุ่มก่อการร้าย

แต่ล่าสุด 11 มีนาคม 2564 รัฐบาลกองทัพเมียนมาร์ได้ประกาศยกเลิกสถานะเป็นกลุ่มก่อการร้ายของสหสันนิบาตของชาวอาการหรือกองทัพอาระกัน และในเวลาเดียวกันนี้กองทัพเมียนมาร์เปิดฉากโจมตีเอกราชกองทัพคะฉิ่นหรือkio kia ที่มีการชุมนุมต่อต้านการรัฐประหารอย่างดูดเลือด

โดยเฉพาะที่เมืองมิตจินา และต้องจับตาดูสถานการณ์เมืองตองซู 

ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนสังขละบุรีประเทศไทยหลังกองทัพเมียนมาร์ได้นำกำลังเข้าสลายการชุมนุมในพื้นที่อิทธิพลของกองทัพกะเหรี่ยงที่ออกมาต่อต้านการรัฐประหารอันนี้แบบจริงจังที่สุดเกิดอะไรขึ้นกับกฎเกณฑ์ของกองทัพเมียนมาร์กับกลุ่มชาติพันธ์วันนี้เรามาดูกัน 

กองทัพอากาศหรือ AIA Aragon Army ก่อร่างสร้างตัวจากสมาชิกเริ่มแรกเพียงแค่ 26 คนเท่านั้น ในปี 2552 แต่ผ่านมาเพียง 12 ปีกองทัพอาระกัน มีกองกำลังทหารเพิ่มขึ้นกว่า20,000 นายทั้งชายและหญิงด้วยความมุ่งมั่นทวงคืนที่ดินอันละกันที่สูญเสียไปให้กลับคืนมากองทัพประกันได้ตั้งอยู่ในฐานยะไข่ชายแดนตะวันตกสุดของกองทัพเมียนมาร์ ติดกับอ่าวเบงกอล และประเทศบังกลาเทศ เป็นอาณาจักรอิสระปกครองตนเอง

ก่อนที่พวกพม่าจะรุกรานพวกเขาในปีศตวรรษที่ 18 ก่อนจะถูกอังกฤษยึดคลองไปเป็นอาณานิคมไปทั้งหมดในภายหลังพม่าได้รับเอกราชพวกเขายังคงยึดครองรัฐชาติพันธุ์อื่นๆไม่ยอมปล่อยให้สิทธิ์ในการปกครองตนเองพื้นที่แห่งนี้มีคนโลหินยานับถือมุสลิมตั้งอยู่ในส่วนน้อยในรัฐยะไข่และโดนกองทัพเมียนมาร์ล้อมปราบอย่างรุนแรง จนเกิดการอพยพครั้งใหญ่ในสมัยรัฐบาลอองซานซูจี 

กองทัพอวกาศนำโดย นายพลหนุ่ม ในวัย 42 ปีประกาศสถานการณ์ล่าสุดไม่ว่ารัฐบาลพรรค nld ของนางอองซานซูจี หรือรัฐบาลของกองทัพเมียนมาร์อาการจะเดินหน้าสู้เพื่อความฝันในการเป็นชาติตามแผน esteem ปี 2020

แรกเริ่มกองทัพอากาศได้รับการฝึกฝนรบแบบกองโจรจากกองทัพเอกราชก็คะฉิ่นทำให้มีการใกล้ชิด กับกลุ่มละติน ซึ่งทางปฏิบัติการของทางกองทัพ อันละกันที่เคยตั้งอยู่ แต่ปัจจุบันพวกเขาได้เคลื่อนทัพเข้ามาอยู่ในรัฐยะไข่แล้วภายหลังการเลือกตั้ง ในปี 2557 พรรคของคนอาการได้ชนะการเลือกตั้งในรัฐยะไข่แต่รัฐบาลของนางอองซานซูจี ได้คุมอำนาจแต่งตั้งประมุขของรัฐยะไข่ปกครองของตนเอง 

เมื่อมีการกวาดล้าง คนโรฮิงญาในรัฐยะไข่ กองทัพพม่า 2 กระสุนจริงสลายการชุมนุม จนมีชาวอาการชาวพุทธเสียชีวิต 700 ความรุนแรงนี้เองทำให้เกิดวันเสียงปืนแตกของทางกองทัพอาระกันเลือกวันฉลองเอกราชจากอังกฤษของเมียนมาร์ ในวันที่ 24 มกราคมปี 2562

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  บาคาร่า1688

แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่หนึ่งล้มเหลว ยุคจอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์  

ยุคจอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์   ต้องบอกว่าในปี 2504 เป็นปีสำคัญของไทยมากๆปีหนึ่ง เพราะมันเป็นต้นกำเนิดของสิ่งที่จะส่งผลกระทบกับชีวิตพวกเรามากจนถึงปัจจุบันนี้ปี 2504 เป็นปีที่เขาเริ่มใช้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่หนึ่งนั่นเองและแผนพัฒนาเศรษฐกิจปัจจุบันก็ดำเนินมา

ในปีนี้ 2564 เขาเปลี่ยนชื่อแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติปีนี้เราอยู่ในฉบับที่12และปีหน้าเราจะเริ่มใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่13แล้วมันก็มีกระบวนการเขียนอะไรไปเราจะไม่ไปพูดถึงตรงนั้น  ทางเข้า UFABET ภาษาไทย  แต่เรามาดูที่แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที1กันดีกว่ามันมีอะไรสำคัญอย่างไงเกี่ยวอะไรกับผู้ใหญ่ลี

โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่1มันเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดหนึ่งก็คือรัฐบาลของ จอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์  ซึ่งจอมพลสฤษดิ์ก็ไม่ได้ขึ้นมาเป็นนายกด้วยการเลือกตั้งหรืออะไรแต่ว่าขึ้นมาได้ด้วยการรัฐประหารในปี 2500 แล้วเขาขึ้นมาปกครองแผนพัฒนาประเทศของเขาได้เปลี่ยนจากรัฐบาลเดิมๆที่โฟกัสไปที่เรื่องความเป็นธรรมความเสอมภาคในสังคมเขาบอกว่าปล่อยเรื่องนี้ไปก่อนเรามาโฟกัสเรื่องนี้ดีกว่าก็คือความเจริญก้าวหน้าและการเติบโตทางเศรษฐกิจนั่นเอง

ซึ่งถ้าใครจำได้หรือเคยได้ยินประโยคที่ว่า น้ำไหล ไฟสวาง ทางสะดวก อันนี้ก็คือคำขวัญการปกครองในสมัยของ จอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์   ที่เน้นไปเรื่องความเจริญที่ทั่วถึงโดยในแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่1นอกจากเรื่องนั้นเรื่องนี้ที่เขาได้เขียนเอาไว้ว่าการพัฒนาแล้วมันก็มีส่วนหนึ่งด้วยที่เขาพูดถึงการสนับสนุนเศรษฐกิจในครัวเรือน

โดยให้ครัวเรือนเลี้ยงสัตว์ที่เป็นสัตว์เศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นสัตว์ที่เอาไว้กินได้เอาไว้ขายได้หรือว่าเอาไว้ใช้แรงงานได้ยกตัวอย่างเชนเป็ดสุกรหรือว่าหมูโคหรือว่าวัวควายนั่นเอวฟังดูนโยบายมันฟังดูดีใช่ไหมตามหลักการอะไรมันก็ดูดีทั้งนั้นแหละ

แต่ปัญหาก็คือตอนเอาไปใช้มันไม่ดีมันไม่สามารถเอานโยบายนี้ไปใช้ให้มันบรรลุผลได้ปัญหาอยู่ที่แนวทางการบริหารของรัฐบาล จอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์   นี่แหละเขาดันไปปกครองในรูปแบบของพ่อปกครองของลูกคือไปมองถึงพอขุนรามมหาราช

พยายามที่จะเอาวิธีการปกครองตั้งแต่สมัยสุโขทัยเอามาใช้ในสมัยที่เกือบจะปัจจุบันซึ่งวิธีก็คือให้มีผู้ปกครองเพียงแค่คนเดียวหรือว่ากลุ่มเดียวแล้วก็คิดทุกอย่างแทนคนทั้งประเทศเลยดังนั้นก็ต้องยอมรับว่าคนๆเดียวหรือว่าคนกลุ่มเดียวมันไม่มีทางที่จะตัดสินใจแทนคนทั้งประเทศได้หรอก

เพราว่ามันไม่มีทางรู้เลยว่าคนตรงนั้นมีปัญหาแบบนี้ตรงนี้มีปัญหาอย่างนั้นคือการปกครองที่มันเพิงคนๆเดียวมากเกินไปมันไม่เหมาะกับสังคมที่มันแพ่ขยายเหมืออย่างปัจจุบันแล้ว