Skip to main content

The Florence Nightingale กับหน้าประวัติศาสตร์บนธนบัตร  10 ปอนด์ 

      The Florence Nightingale เธอเป็นผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้ปรากฏตัวบนธนบัตรในช่วงคริสต์ศักราช 1975 ถึง 1992 เธอคือผู้บุกเบิกด้านพยาบาลศาสตร์ยุคใหม่และเป็นผู้ยกระดับวิชาชีพพยาบาลเนื่องจากในอดีตนั้นวิชาชีพพยาบาลในอดีตนั้น

วิชาชีพพยาบาลเคยถูกมองว่าเป็นอาชีพขั้นต่ำของสังคมในถึงจะมีชื่อเสียงจากการรักษากล่องทหารที่ได้รับบาดเจ็บในสงครามไครเมียระหว่างปี 1853 ถึง 1856

        ซึ่งเธอนั้นสร้างคุณงามความดีเอาไว้มากจนถึงขณะที่ชาวบ้านต่างก็พากันเรียกว่าเธอเป็นสุภาพสตรีแห่งดวงประทีปหรือ the lady with the Lamp เนื่องจากในเวลายามค่ำคืนผู้คนส่วนใหญ่มักจะพบหญิงสาวผู้นี้พร้อมกันนั้นในมือของเธอนั้นก็จะมีการถือตะเกียงติดตัวไปด้วยอย่างสม่ำเสมอ 

        ซึ่งโดยส่วนมากแล้วสถานที่ที่ไนติงเกลเดินทางไปนั่นก็คือ ที่ทำการรักษา ณ โรงพยาบาลสนาม นั่นเอง เมื่อกลับมายังสหราชอาณาจักรไนติงเกลก็กลายเป็นนักปฏิรูปสังคมที่ทรงพลังและมีความสามารถในการขับเคลื่อนสังคมด้วยอิทธิพลจากตัวเธอเองและความรู้ที่เธอมีไหนถึงจะได้พัฒนาแผนภาพที่ชื่อว่าพลเรือน diagram ที่แสดงข้อมูลการเสียชีวิตที่มาจากสิ่งแวดล้อมและการทำงานที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งนับว่าเป็นการบุกเบิกด้านสถิติศาสตร์ทางการสาธารณสุขด้วยบนธนบัตร

          อย่างไรก็ตามถ้าหากดูบนธนบัตรเราจะเห็นว่ามีภาพของการรักษาในโรงพยาบาลที่ไหนติงเกลหาพยาบาลจำนวน 38 คนเข้ามารักษาทหารในกองทัพที่พวกเขาได้รับบาดเจ็บจากสงคราม  

           อย่างไรก็ตามเธอกลับพบว่าโรงพยาบาลนั้นเต็มไปด้วยผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคอื่นๆมากกว่าคนที่บาดเจ็บในสงครามเสียอีกนั่นจึงทำให้ไนติงเกลเริ่มที่จะพัฒนาเรื่องสุขอนามัยมาตรฐานวิชาชีพไม่ถึงระดมทุนซื้อยาและเครื่องมือทางการแพทย์ด้วยยิ่งไปกว่านั้นถ้ายังปรับปรุงระบบการทำงานของโรงพยาบาลอีกด้วย

           ดังนั้นหากมองบนธนบัตรจะเห็นได้ว่ามีรูปของไนติงเกลที่กำลังถือตะเกียงพร้อมกับพยาบาลคนอื่นอีก 5 คนกำลังรักษาคนไข้อยู่ในขณะที่ภาพเดียวบนธนบัตรของเธอมาจากชื่อเสียงในการรักษากองทัพอังกฤษจนสื่อมวลชนให้ฉายาเธอว่า Miss Angel ทำให้ภาพถ่ายใบเล็กสำหรับสะสมหรือที่เรียกว่าถ้าเกิดมีสิทธิ์ของเธอเป็นที่ต้องการต่อสาธารณชนน่าจะทำให้ช่างภาพเลือกภาพจาก haneda ของไนติงเกลมาเป็นภาพบนธนบัตรใบเล็กสำหรับสะสม 

         Nightingale  เธอคือสุภาพสตรีที่ควรเอาเป็นแบบอย่าง  และถึงแม้จะผ่านไปหลายสิบปีแล้วแต่เธอก็ยังเป็นที่จดจำของผู้คนทั้งในหน้าประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเป็นพยาบาลคนแรกของโลกหรือแม้แต่การที่เธอเป็นผู้หญิงคนแรกของโลกที่ถูกจารึกเอาไว้บนธนบัตรขนาด 10 ปอนด์นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

ประวัติของ Michael angelo ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

        สำหรับคนที่ชื่นชอบผลงานเกี่ยวกับเรื่องของศิลปะต่างๆ ประวัติของ Michael angelo เชื่อว่าเคยได้ยินชื่อเสียงของไมเคิลแองเจโลกันมาบ้างเนื่องจากว่าเขานั้นเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องของศิลปะเนื่องจากว่าไมเคิลแองเจโลนั้นเขาเป็นบุคคลในตำนาน

ที่สร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะไว้มากมายหลายอย่างเลยทีเดียวเขาเป็นศิลปินชาวอิตาลีที่คนที่ชื่นชอบผลงานศิลปะนั้นต้องรู้จักเขาเป็นอย่างดีและเชื่อว่าหลายคนนั้นอาจจะเคยเห็นผลงานของเขาผ่านตากันมาบ้างแล้ว

      อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าผลงานของMichael angelo นั้นจะมีมากมายหลายชิ้นงานก็ตามแต่ผลงานส่วนใหญ่ของเขานั้นมักจะไม่ได้มีการเขียนชื่อของตนเองกำกับเอาไว้ 

แต่ถ้าหากว่า ใครที่เคยศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของประวัติความเป็นมาของไมเคิลแองเจโลหรือผลงานของเขานั้นจะเห็นได้ว่าผลงานของเขาจะมีการแทรกแซงสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าผลงานชิ้นนี้เป็นของเขาเองซึ่งเราจะมาพูดถึงรายละเอียดของผลงานของไมเคิลแองเจโลซึ่งหลายคนนั้นอาจจะไม่เคยรู้เรื่องราวเหล่านี้มาก่อนเลยก็ได้

     เนื่องจาก Michael angelo  เขาเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการเรียกได้ว่าไหมนั้นคืออัจฉริยะบุคคลที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องของการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะและไม่ใช่ผลงานศิลปะแขนงเดียวเท่านั้นแต่เขาสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้หลายแขนงเขามีความรู้ความสามารถไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการสร้างผลงานจิตรกรรมฝาผนังรวมถึงการแกะสลักหินอ่อนและประติมากรรมต่างๆ

          นอกจากนี้ Michael angelo  ยัง แต่งกลอนเก่งไม่แพ้สร้างสรรค์งานศิลปะนอกจากจะเชี่ยวชาญงานประติมากรรมจิตรกรรมและสถาปัตยกรรมแล้วไมเคิลแองเจโล

ยังเป็นนักร้องตัวยง เขาก็เขียนบทกวีเอาไว้มากกว่า 300 ชิ้นแต่ไม่ได้รับการตีพิมพ์หรือเผยแพร่สู่สาธารณชนเป็นเพียงแค่งานอดิเรกในบทกวีนั้นมีการพรรณนาถึงความรู้สึกนึกคิดของแองเจโลในแง่มุมต่างๆ รวมถึงเรื่องของความรักเอาไว้ด้วย

     อย่างไรก็ตามแองเจโลก็ครองตัวเป็นโสดมาตลอดและอุทิศตัวให้กับการทำงานให้กับศาสนจักรสร้างสรรค์ผลงานศิลปะตามพระประสงค์ของพระสันตะปาปาประมุขสูงสุดในคริสต์ศาสนาถึง 9 พระองค์ด้วยกันเขาใช้ชีวิตตามลำพังอย่างสมถะแม้จะได้รับค่าจ้างเป็นเงินมากมายจากบทต่างๆ

และฝ่ายปกครองบ้านเมืองและแม้จะไม่ได้ลงชื่อตัวเองในผลงานจิตรกรรมที่สร้างขึ้นและแองเจโลก็ได้วาดภาพหน้าของตัวเองจะเอาไว้ในผลงานซึ่งเป็นทั้งลูกเล่นและบ่งบอกความเป็นเจ้าของผลงานได้อีกทางหนึ่ง 

    หากใครที่ชื่นชอบผลงานของเขา สามารถค้นหาข้อมูลจากทางกูเกิ้ลได้ ซึ่งปัจจุบันจะมีประวัติผลของเขาออกมาเปิดเผยอย่างแพร่หลาย เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติของผู้ชายคนนี้

 

 

สนับสนุนข้อมูลนี้โดย.  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

อารยธรรมที่หลงเหลือ

อารยธรรมที่หลงเหลือ

สิ่งที่เคยมีอยู่ก็สามารถหายไปได้เช่นเดียวกัน  อารยธรรมที่หลงเหลือ การที่เคยมีอยู่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีอยู่ตลอดไปมันย่อมมีหลายสิ่งหลายอย่างที่แตกต่างกันเปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา  ตามสิ่งที่ธรรมชาติได้กำหนดเอาไว้มนุษย์อย่างเราก็เช่นเดียวกัน  คุณคิดว่ามนุษย์จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้บนโลกใบนี้ไปอีกนานแค่ไหน      คุณคิดว่ามนุษย์เราจะไม่มีทางสูญพันธุ์เลยหรือ แน่นอนว่าไม่เพราะว่าอะไรก็สามารถที่จะเกิดขึ้นได้  

มีสิ่งที่น่าสนใจต่างๆมากมายที่คุณอาจยังไม่เคยได้รับรู้มาก่อน  เช่นเดียวกันกับเรื่องราวที่เรากำลังจะพูดถึงต่อไปนี้  ใครจะคิดว่ามนุษย์จะหายไปจากโลกใบนี้ 

แน่นอนว่าไม่มีใครคิดถึงมันจะสามารถเป็นไปได้แต่น้อยคนนักที่จะคิดเรื่องราวเหล่านี้ แต่ใช้ว่าถึงเราจะไม่คิดแล้วมันจะไม่เกิดขึ้นจริงเพราะว่าในอนาคตเราก็ไม่สามารถที่จะตอบได้ว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง  ถ้าหากว่ามนุษย์อย่างเราหายไปจากโลกใบนี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมา  และมีอยู่บนโลกจะเป็นยังไงคุณเคยสงสัยหรือเปล่า พีระมิด กำแพงเมืองจีน ภูเขา      รัชมอร์ รูปปั้นโมอาย ยังคงอยู่ได้อีกหลายปี

อาคารที่ทำจากอิฐและหินบางอย่างก็พังลงมาได้ เช่น สฟิงซ์      ที่เฝ้าพีระมิด มันสามารถอยู่ได้  เนื่องจากว่ามีคนดูแล  แต่ถ้าหากว่ามนุษย์เราหายไปสิ่งที่เคยมีอยู่  ก็จะหายไปด้วยเช่นเดียวกัน 

อย่างคำกล่าวที่ว่าหลายพันปี ที่มีมนุษย์คอยดูแลเสมอไม่มี และเมื่อไม่มีมนุษย์สิ่งต่างๆเหล่านี้ก็จะโดนกระแสลม และเกลือกัดเซาะจนเหลือแต่ฝุ่นภายในเวลา 500 ปี สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้  คุณรู้หรือไม่ว่าเรื่องราวที่เราที่กล่าวไปข้างต้น  มันคือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่มนุษย์อย่างเราสูญพันธุ์ไป หรือว่ามนุษย์อย่างเราหายไปจากโลกใบนี้ 

สิ่งที่มีมนุษย์ดูแลอยู่ตลอดเวลาทำให้มันสามารถคงอยู่เป็นรูปเป็นร่างได้มาจนถึงในยุคปัจจุบัน  ถึงแม้ว่ามันจะมีอายุเก่าแก่มากมายแค่ไหนก็ตาม     แต่เมื่อมนุษย์หายไปแล้ว  สิ่งที่เคยได้รับการดูแลรักษาอยู่ตลอดเวลา  แต่เมื่อไม่มีการดูแลรักษามันก็ย่อมชำรุดทรุดโทรมไปเป็นเรื่องปกติ  และอีกไม่นานมันก็จางหายไปจากโลกใบนี้ 

แต่สิ่งที่สามารถอยู่ได้มันก็จะยังคงอยู่ตลอดไป  แต่คำว่าตลอดไปที่ว่ามันจะตลอดไปจริงๆหรือเปล่า  ซึ่งเรื่องนี้เราก็ไม่สามารถที่จะให้คำตอบได้เช่นเดียวกัน  อย่างไรก็ตามเรื่องราวต่างๆมากมายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์  ที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่มนุษย์อย่างเราหายไปจากโลกใบนี้ นอกจากเรื่องนี้แล้วมันก็ยังมีเรื่องอื่นๆที่เรายังไม่ได้พูดถึงถ้าหากคุณสนใจที่จะศึกษามันต่อได้แล้วก็ลองไปศึกษาค้นหาดูในอินเตอร์เน็ต 

 

สนับสนุนโดย.    สมัคร Gclub

คลื่นหินยักษ์ Hyden Wave Rock แห่งออสเตรเลีย

    คลื่นหินยักษ์  Wave Rock หรือถ้าหากจะแปลออกมาเป็นภาษาไทยแบบตรงตัวเลยก็คือ คลื่นหินยักษ์  นอกจากชื่อนี้แล้ว ยังมีชื่ออื่นอีกด้วย อย่างเช่นอีกชื่อที่ชาวอะบอริจินเรียกก็คือ  แคเธอร์คิส  ซึ่งหินนี่นี้มีลักษณะเป็นเป็นหินแกรนิต ที่มีขนาดใหญ่ยักษ์  นอกจากนี้หินที่นี่ยังมีลักษณะ โดดเด่นแตกต่างจากหินที่อื่นเนื่องจากว่ารูปลักษณ์ที่เราสามารถมองเห็นได้นั่น

หินที่นี่จะมีลักษณะมีความคลายคลึงกับคลื่นขนาดยักษ์   ซึ่งความสูงใหญ่ของหินที่นี่นั้นเราสามารถวัดความสูงได้ถึง  15 เมตรเลยทีเดียว  ในขณะเดียวกันเมื่อหันมาดูความยาวของหินชนิดนี้แล้ว ปรากฎว่ากินที่นี่มีความยาวประมาณ 110 เมตร อีกด้วย เรียกได้ว่าทั้งสูงใหญ่และยังยาวมากอีกด้วย 

        สำหรับจุดบริเวณที่มีคลื่นหินยักษ์ใหญ่นี้ ตั้งอยู่ในพื้นที่ของเขตเมือง hyderabad รัฐเวสเทิร์น  ซึ่งอยู่ในประเทศ ออสเตรเลีย  มีข้อสันนิฐานเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้มากมาย โดยเฉพาะความสงสัยว่าหินนี้มีอายุมากนานเท่าไหร่ แล้ว ซึ่งมีการคาดการณ์กันเอาไว้ว่าหินก้อนนี้น่าจะเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2700 ล้านปีก่อน 

        โดยหลายคนที่ได้มีโอกาสเดินทางมาเห็น Wave Rock ต่างก็มั่นใจว่าแต่เดิมนั้นหินก้อนนี้น่าจะเป็นเพียงแค่หินธรรมดา เป็นหินแกรนิตที่มีขนาดใหญ่ยักษ์เพียงเท่านั้น และรูปร่างของหินก้อนนี้ก็ไม่น่าจะแตกต่างจากหินที่อื่น แต่หลังจากที่หินก้อนนี้ต้องผ่านทั้งลมและน้ำกัดเซาะมาเป็นเวลาหลายล้านปี ทำให้สภาพรูปร่างของมันเปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง 

           โดยเฉพาะด้านล่างของหินก็ได้ถูกกัดกร่อนจนหายไปเหลือแต่ส่วนที่มีลักษณะเหมือนคลื่นจนมาถึงทุกวันนี้ที่ว่าคลื่นยักษ์แห่งนี้เป็นหนึ่งในหินที่เก่าแก่ที่สุดของออสเตรเลียส่วนชาวอะบอริจินเชื่อว่างูยักษ์สีรุ้งหรือ Rainbow Surprise เลื้อยผ่านพื้นที่แห้งแล้งนี้

เพื่อจะไปดื่มน้ำจึงทำให้เกิดคลื่นยักษ์มีขึ้นมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเที่ยวที่คลื่นยักษ์ก็ชื่นชมธรรมชาติเรียกใช้เป็นสถานที่ในการจัด Wave Rock weekender ซึ่งเป็นเทศกาลดนตรีที่จัดขึ้นทุกปีในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

       นอกจากหินยักษ์แล้วบริเวณใกล้กันยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมายแต่ฮิปโปยอนซึ่งเป็นถ้ำที่มีลักษณะเหมือนปากฮิปโปโปเตมัสที่กำลังหาวและถ้ำ Humps and Mulka’s Cave  สำหรับตำนานที่มีการพูดเกี่ยวกับถ้ำ Humps and Mulka’s Cave  แห่งนี้นั้นว่ากันว่าถ้ำแห่งนี้

เป็นที่อยู่ของยักษ์ที่ชื่อว่า Mulka ซึ่งยักษ์ตนนี้มีนิสัยดุร้าย และ น่ากลัวมาก ที่สำคัญยักษ์   Mulkaตัวนี้มักจะชอบออกไปจับเด็กมาเก็บเอาไว้ในภ้ำแห่งนี้ เพื่อที่มันจะได้กินเด็กเหล่านั้นเป็นอาหารนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  gclub