Skip to main content

เรื่องราวของ แตงโม นิดา

        แตงโม นิดา  สำหรับแตงโมนิดานานชื่อจริงของเธอคือภัทรธิดาพัชรวีระพงษ์  ถ้าเป็นคนกรุงเทพฯ  โดยแตงโมเกิด  ปี พ.ศ .2527   และได้ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ปีพ.ศ. 2565 รวมอายุ ของแตงโมทั้งสิ้น 37 ปี  

สำหรับชีวิตในวัยเด็กของแตงโมนั้นเป็นเด็กที่น่าสงสารเป็นอย่างมากเพราะครอบครัวของเธอนั้นพ่อแม่ต้องแยกทางกันซึ่งในขณะนั้นแตงโมอายุได้เพียงแค่ 3 ขวบเท่านั้นเอง  

          อย่างไรก็ตามการหย่าร้างกันของพ่อแม่ของแตงโมในครั้งนั้นทำให้แตงโมได้มาอยู่ภายใต้การดูแลของคุณพ่อโสซึ่งเป็นคุณพ่อที่รักแตงโมเป็นอย่างมากทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันโดยคุณพ่อโสภณผู้ดูแลแตงโมทั้งหมด

ในเรื่องของการส่งศึกษาเล่าเรียนต่างๆซึ่งแตงโมนั้นเคยเรียนโรงเรียนเพ็ญสมิทธ์ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนเกี่ยวกับเรื่องของวิชาพยาบาลโดยจบผู้ช่วยมาก่อนก่อนที่จะมีการเรียนเพิ่มเติมจนจบระดับปริญญาตรี    

          อย่างไรก็ตามหลังจากที่พ่อกับแม่ของแตงโมหย่ากันได้สักระยะแล้วพ่อของแตงโมก็สมรสกับภรรยาคนใหม่ซึ่งหลังจากที่พ่อของแตงโมได้แต่งงานใหม่แตงโมก็ย้ายออกมาอยู่ตัวคนเดียว

แต่ยังคงไปมาหาสู่กับคุณพ่อในขณะเดียวกันแม่ของแตงโมก็แต่งงานใหม่เช่นเดียวกันซึ่งได้แต่งงานใหม่กับนักการทูตประจำประเทศสวิตเซอร์แลนด์และตัวคุณแม่เองก็ยังคงไปมาหาสู่กับแตงโมเช่นเดียวกัน

        สำหรับเหตุการณ์ที่ทำให้แตงโมได้เข้าสู่วงการบันเทิงมาเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงโด่งดังจนถึงปัจจุบันนี้ก็คือในช่วงที่เธอนั้นเพิ่งเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 บังเอิญว่าเธอได้ไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งแล้วก็ไปเจอกับแมวมองซึ่งมีการชักชวนให้แตงโมเข้าสู่วงการโดยพาไปทำการแคสงานและถ่ายโฆษณาซึ่งแตงโมนั้นก็มีความสามารถมากจนสามารถเข้าสู่วงการนี้ได้

             หลังจากนั้นแตงโมก็เข้าร่วมการประกวดมิสทีนไทยแลนด์ซึ่งในการประกวดครั้งนั้นแตงโมได้รับตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับที่ 4 โดยการประกวดในครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อช่วงประมาณปี พ.ศ. 2545 หลังจากที่ได้ตำแหน่งในการประกวดมิสทีนไทยแลนด์แล้วแตงโมนิดาก็เข้ามาสู่วงการการเป็นดาราเต็มตัวซึ่งผลงานของแตงโมนั้นมีมากมายนับไม่หวาดไม่ไหวกันเลยทีเดียว

           โดยแตงโมนั้นทำงานอยู่ช่อง 7  ประมาณ 11 ปีหลังจากนั้นจึงขอตัวออกจากช่อง 7 แล้วมารับงานอิสระแทนซึ่งถึงแม้ว่าแตงโมจะรับงานอิสระแต่ก็ยังคงมีงานเข้ามาไม่ขาดสายโดยเราสามารถเห็นผลงานของแตงโมได้ตลอดระยะเวลาที่เธอยังมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบันเธอก็ยังมีการถ่ายละครค้างอยู่เรียกได้ว่าแตงโมนิดาคือดาวค้างฟ้าคือนางฟ้าของในใจของคนทุกคนนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  www.ufabet.com ลิ้งเข้าเว็บไซต์คะ

สุเหร่าโซเฟีย ประเทศตุรกี แหล่งรวมประวัติศาสตร์และความเชื่อความศรัทธา

สุเหร่าโซเฟีย ประเทศตุรกี  ที่ประเทศตุรกีมีโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์อยู่โบถส์ หนึ่งซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยโบสถ์แห่งนี้นั้นมีความหมายแปลว่าปัญญาถูกตั้งชื่อเรียกว่าสุเหร่าโซเฟียหรือวิหารเซนต์โซเฟียนั่นเอง 

  สำหรับสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่รวบรวมความเชื่อความศรัทธาและประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานว่ากันว่าที่นี่ถูกสร้างขึ้นมาจากฝีมือของคนไม่ใช่จากเครื่องจักรและสามารถสร้างได้สวยงามและยิ่งใหญ่อลังการเป็นอย่างมากโดยเฉพาะเฟืองแห่งนี้นั้นถูกสร้างอยู่ภายในกรุงคอนสแตนติโนเปิล  ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อเมืองนี้มาเป็นเมืองกรุงอิสตันบูลนั่นเอง

    อย่างไรก็ตามสถานที่แห่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่จักรวรรดิไบแซนไทน์หรือถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยของพระจักรพรรดิจัสติเนียน  ระยะเวลาในการก่อสร้างสุเหร่าแห่งนี้ว่ากันว่ากว่าจะสร้างเสร็จนั้นใช้ระยะเวลาหลายปีเลยทีเดียวโดยว่ากันว่าเริ่มสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 532 แต่กว่าจะใช้ระยะเวลาในการสร้างเสร็จนั้นก็เป็นระยะเวลานานจนถึงปี 537 ซึ่งถือได้ว่ามีการสร้างวัดแห่งนี้นานกว่า 5 ปีเลยทีเดียว

    นอกจากนี้เมื่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ววัดสุเหร่าแห่งนี้ก็ยังถูกบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่เนื่องจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวทำให้ตัวโบสถ์และตัวยอดโดมของตัวโบสถ์นั้นพังเสียหายจึงถูกสร้างซ้ำอีกครั้งหนึ่งในช่วงปี 563 ถึงแม้ว่าเราจะเลือกสถานที่แห่งนี้ว่าสุเหร่าแต่อันที่จริงแล้วสถานที่แห่งนี้นั้นเป็นสถานที่ที่มีความเชื่อความศรัทธาของศาสนาคริสต์โดยผู้คนที่อาศัยอยู่ในประเทศตุรกีนั้นต่างก็มีความศรัทธาเกี่ยวกับศาสนาคริสต์และพระเยซูมานานมากกว่า 900 ปีแล้วและที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่เป็นจุดรวบรวมของผู้คนที่นับถือศาสนาคริสต์ได้มารวมตัวกันในการประกอบพิธีทางศาสนา

    อย่างไรก็ตามสำหรับในเรื่องของการก่อสร้างนั้นได้มีการก่อสร้างทั้งภายในและภายนอกเอาไว้อย่างสวยงามซึ่งถ้าหากใครได้เข้าไปเห็นจะรู้ว่าภายในนั้นได้มีการนำกระจกสีมาประดับตกแต่งมากมายนอกจากนี้ยังมีการวาดรูปภาพเกี่ยวข้องกับ พระพุทธศาสนาเอาไว้ด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการวาดรูปพระเยซูและเหล่าสาวกทั้งหลาย

        อย่างไรก็ตามตามประวัติศาสตร์ระบุว่าก่อนหน้าที่มีการสร้างครั้งแรกนั้นไม่ได้มีการเรียกว่าสุเหร่าแต่เรียกเป็นโบสถ์ซึ่งได้มีการนำหินอ่อนแมาใช้ในการก่อสร้างด้วยอย่างไรก็ตามเพื่อสงครามขึ้นในช่วงประมาณ ปี ค.ศ. 1453 ซึ่งหลังจากนั้นชาวเติร์กที่ชนะสงครามก็ได้เข้ามายึดครองเมืองและได้มีการเปลี่ยนจากโบสถ์ให้กลายมาเป็นสุเหร่าและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาที่นี่ก็ถูกเรียกว่าสุเหล่าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้นั่นเอง 

   สำหรับสุเหร่าแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของความยิ่งใหญ่และความงาม จนถูกยกย่องให้เป็นสิ่งมหัสจรรย์ในยุคกลาง ติดหนึ่งในเจ็ดเลยทีเดียว 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet เว็บแม่