Skip to main content

แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่หนึ่งล้มเหลว ยุคจอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์  

ยุคจอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์   ต้องบอกว่าในปี 2504 เป็นปีสำคัญของไทยมากๆปีหนึ่ง เพราะมันเป็นต้นกำเนิดของสิ่งที่จะส่งผลกระทบกับชีวิตพวกเรามากจนถึงปัจจุบันนี้ปี 2504 เป็นปีที่เขาเริ่มใช้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่หนึ่งนั่นเองและแผนพัฒนาเศรษฐกิจปัจจุบันก็ดำเนินมา

ในปีนี้ 2564 เขาเปลี่ยนชื่อแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติปีนี้เราอยู่ในฉบับที่12และปีหน้าเราจะเริ่มใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่13แล้วมันก็มีกระบวนการเขียนอะไรไปเราจะไม่ไปพูดถึงตรงนั้น  ทางเข้า UFABET ภาษาไทย  แต่เรามาดูที่แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที1กันดีกว่ามันมีอะไรสำคัญอย่างไงเกี่ยวอะไรกับผู้ใหญ่ลี

โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่1มันเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดหนึ่งก็คือรัฐบาลของ จอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์  ซึ่งจอมพลสฤษดิ์ก็ไม่ได้ขึ้นมาเป็นนายกด้วยการเลือกตั้งหรืออะไรแต่ว่าขึ้นมาได้ด้วยการรัฐประหารในปี 2500 แล้วเขาขึ้นมาปกครองแผนพัฒนาประเทศของเขาได้เปลี่ยนจากรัฐบาลเดิมๆที่โฟกัสไปที่เรื่องความเป็นธรรมความเสอมภาคในสังคมเขาบอกว่าปล่อยเรื่องนี้ไปก่อนเรามาโฟกัสเรื่องนี้ดีกว่าก็คือความเจริญก้าวหน้าและการเติบโตทางเศรษฐกิจนั่นเอง

ซึ่งถ้าใครจำได้หรือเคยได้ยินประโยคที่ว่า น้ำไหล ไฟสวาง ทางสะดวก อันนี้ก็คือคำขวัญการปกครองในสมัยของ จอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์   ที่เน้นไปเรื่องความเจริญที่ทั่วถึงโดยในแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่1นอกจากเรื่องนั้นเรื่องนี้ที่เขาได้เขียนเอาไว้ว่าการพัฒนาแล้วมันก็มีส่วนหนึ่งด้วยที่เขาพูดถึงการสนับสนุนเศรษฐกิจในครัวเรือน

โดยให้ครัวเรือนเลี้ยงสัตว์ที่เป็นสัตว์เศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นสัตว์ที่เอาไว้กินได้เอาไว้ขายได้หรือว่าเอาไว้ใช้แรงงานได้ยกตัวอย่างเชนเป็ดสุกรหรือว่าหมูโคหรือว่าวัวควายนั่นเอวฟังดูนโยบายมันฟังดูดีใช่ไหมตามหลักการอะไรมันก็ดูดีทั้งนั้นแหละ

แต่ปัญหาก็คือตอนเอาไปใช้มันไม่ดีมันไม่สามารถเอานโยบายนี้ไปใช้ให้มันบรรลุผลได้ปัญหาอยู่ที่แนวทางการบริหารของรัฐบาล จอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์   นี่แหละเขาดันไปปกครองในรูปแบบของพ่อปกครองของลูกคือไปมองถึงพอขุนรามมหาราช

พยายามที่จะเอาวิธีการปกครองตั้งแต่สมัยสุโขทัยเอามาใช้ในสมัยที่เกือบจะปัจจุบันซึ่งวิธีก็คือให้มีผู้ปกครองเพียงแค่คนเดียวหรือว่ากลุ่มเดียวแล้วก็คิดทุกอย่างแทนคนทั้งประเทศเลยดังนั้นก็ต้องยอมรับว่าคนๆเดียวหรือว่าคนกลุ่มเดียวมันไม่มีทางที่จะตัดสินใจแทนคนทั้งประเทศได้หรอก

เพราว่ามันไม่มีทางรู้เลยว่าคนตรงนั้นมีปัญหาแบบนี้ตรงนี้มีปัญหาอย่างนั้นคือการปกครองที่มันเพิงคนๆเดียวมากเกินไปมันไม่เหมาะกับสังคมที่มันแพ่ขยายเหมืออย่างปัจจุบันแล้ว